4 คำถามวัดใจ ก่อนลงเงินจ้าง Influencer มาช่วยธุรกิจปัง!

TEXT : รุจรดา วัฒนาโกศัย





Main Idea
 
  • ในยุคนี้ Influencer Marketing กำลังเฟื่องฟูและกลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลัง มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยตัดสินใจซื้อหลังจากเห็นรีวิวแม้จะรู้ว่ารีวิวนั้นมาจากการที่แบรนด์ที่จ่ายเงินจ้างก็ตามที
 
  • แต่ผู้ประกอบการบางคนก็ยังไม่แน่ใจว่า ถ้าทำ Influencer Marketing แล้วจะช่วยให้แบรนด์เชื่อมต่อกับลูกค้าหรือผลักดันยอดขายได้จริงหรือไม่ หรือวิธีนี้เหมาะกับธุรกิจที่กำลังทำหรือเปล่า มาหาคำตอบนี้ด้วยการเริ่มจากคำถาม 4 ข้อ ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น



       หลังจาก “ญาญ่า อุรัสยา” ถ่ายภาพอุ้มกระถางแล้วอัพลงอินสตาแกรม นอกจากจะเรียกยอดไลก์ถล่มทลายแล้ว ยังทำให้เกิดปรากฏการณ์ราคาต้นไม้พันธุ์เดียวกันนั้น พุ่งสูงขึ้นไปถึง 4-5 เท่าตัว ร้านขายต้นไม้ออนไลน์พากันติดแท็ก #ต้นไม้ญาญ่า ประกอบการขายกันถ้วนหน้า พร้อมคำถามที่ว่า “คราวหน้าญาญ่าจะอุ้มต้นอะไรนะ” แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์ที่กระตุ้นให้ธุรกิจคึกคัก ขายดิบขายดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเป็นการยืนยันว่า Influencer Marketing หรือทำการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์นั้นเป็นวิธีที่ได้ผล


       จากข้อมูลของ Mediakix พบว่า นักการตลาดถึง 89 เปอร์เซ็นต์ ลงมติว่า การใช้อินฟลูเอนเซอร์จะช่วยสร้างข้อได้เปรียบให้กับแบรนด์ได้ดีกว่าวิธีอื่น และคุ้มค่าที่ผู้ประกอบการจะลงทุนและลงเงิน แต่กับบางคนก็อาจยังไม่แน่ใจว่า ถ้าทำ Influencer Marketing แล้ว จะช่วยให้แบรนด์เชื่อมต่อกับลูกค้าหรือผลักดันยอดขายได้จริงหรือไม่ หรือวิธีนี้จะเหมาะกับธุรกิจที่ทำอยู่หรือเปล่า
 


      ลองถามตัวเองด้วยคำถาม 4 ข้อนี้ดู น่าจะทำให้หาคำตอบได้ไม่ยาก
 



 
  1. รู้จักลูกค้าของแบรนด์ดีแค่ไหน


       ก่อนที่จะลงทุนในช่องทางการตลาดใหม่ๆ สิ่งสำคัญที่ต้องย้อนกลับไปคิดคือ ลูกค้าของแบรนด์คุณคือใคร และอะไรที่สำคัญสำหรับพวกเขา การรู้จักลูกค้าไปจนถึงแรงจูงใจที่ทำให้พวกเขาซื้อสินค้าของแบรนด์ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะมุ่งเน้นทำการตลาดในแพลตฟอร์มใด จะจ้างอินฟลูเอนเซอร์คนไหน ไปจนถึงจะให้เขาโพสต์เนื้อหาประเภทใดบ้าง จึงจะส่งผลดีที่สุดต่อแบรนด์
 



 
  1. ต้องการสื่อสารอะไรกับลูกค้า


       คุณสามารถจ้างอินฟลูเอนเซอร์ที่โด่งดังที่สุดในโลกก็ได้ (ถ้ามีเงินมากพอ) แต่ความพยายามอาจไร้ผลหากแบรนด์สื่อสารผิดประเด็น ดังนั้น ต้องคิดว่า ต้องการสื่อสารอะไรถึงลูกค้ากันแน่ ผู้บริโภคมีความเชื่อหรือแรงจูงใจอะไรบ้างที่คุณสามารถเข้าถึงได้ด้วยความช่วยเหลือของอินฟลูเอนเซอร์


      ยกตัวอย่าง แบรนด์ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ อย่าง Sprint ตอนที่ทำแคมเปญกับอินฟลูเอนเซอร์เขาไม่ได้สื่อสารเกี่ยวกับบริการโทรศัพท์แต่อย่างใด แต่ทว่ากลับร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์สร้างวิดีโอไวรัลที่โปรโมทแฮชแท็ก #LiveUnlimited ที่กระตุ้นให้ผู้คนไล่ตามความฝันและลงมือทำเพื่อให้ได้สิ่งที่พวกเขาต้องการ


      ต้องจำเอาไว้ว่า : คุณไม่ได้จ้างอินฟลูเอนเซอร์เพื่อขายของโดยตรง แต่กำลังจับมือเป็นพันธมิตรกับพวกเขาเพื่อให้ช่วยสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจให้กับผู้คนต่างหาก

 


 
  1. ใครล่ะ? ที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะกับแบรนด์


        สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจอย่างหนึ่ง คือ อินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนสร้างอิทธิพลต่อใจผู้คนได้ไม่เท่ากัน ผู้ประกอบการจึงต้องรู้ว่าอินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนมีกลุ่มผู้ติดตามเป็นคนแบบไหน และพวกเขาจะสามารถช่วยแบรนด์ให้เข้าถึงคนกลุ่มนั้นได้อย่างไร


       อีกเรื่องที่ต้องรู้คือ มีอินฟลูเอนเซอร์บางคนซื้อจำนวนผู้ติดตามจนทำให้คนเข้าใจว่าเจ้าของแอคเคาท์ได้รับความนิยมมากกว่าความเป็นจริง หากเสียเงินจ้างคนประเภทนี้อาจจะไม่สร้างมูลค่าใดให้กับธุรกิจเลยก็ได้


       ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงปัญหานี้คือ มองหาคนที่ตั้งคำถามว่า ลูกค้าของแบรนด์คุณคือใคร เป้าหมายของแบรนด์คืออะไร และช่วยแบรนด์คิดแคมเปญการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ติดตามของเขา แต่ถ้าหากคนๆ นั้นถามแค่ว่า “คุณจะจ่ายเท่าไร” การมองหาอินฟลูเอนเซอร์รายอื่นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
 



 
  1. วัดผลสำเร็จอย่างไร


       Influencer Marketing ไม่ใช่หนทางที่ทำให้รวยได้ทันใจ ไม่ใช่วิธีที่ทำให้ยอดขายหลั่งไหลเข้ามาทันทีที่อินฟลูเอนเซอร์โพสต์ข้อความ นั่นเป็นเหตุผลที่แบรนด์ต้องรู้ว่าจะวัดความสำเร็จของแคมเปญนี้อย่างไร วัดจากจำนวนผู้ติดตามแบรนด์ที่เพิ่มมากขึ้น หรืออัตราการมีส่วนร่วมของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ หรือการที่แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น ถูกพูดถึงมากขึ้น มีผู้ชื่นชอบและเชื่อใจแบรนด์มากขึ้น
 




       เมื่อหาคำตอบได้ครบทั้ง 4 ข้อแล้ว คิดว่าคุณพร้อมที่จะจ่ายให้กับอินฟลูเอนเซอร์หรือยัง?


 
                ที่มา : www.entrepreneur.com
 


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง