"แล้วแต่" (นะ) ส่องร้าน Food & Drink Bar ไอเดียเจ๋ง ที่พกความแปลกของภาชนะมาเสิร์ฟอาหาร

TEXT : พิมพ์ใจ พิมพิลา

PHOTO : แล้วแต่ Food & Drink Bar




Main Idea
 
  • ใครจะคิดว่าเมนูพื้นฐานสุดแสนจะธรรมดา อย่าง “ผัดกะเพรา” จะสามารถสร้างความแปลกได้ จนมีลูกค้ามาขอท้าลองกันไม่ขาดสาย “แล้วแต่” Food & Drink Bar” หรือ ร้านแล้วแต่กะเพราแท้ ร้านอาหารชื่อดังย่านหลังม.ขอนแก่น คือ ร้านที่เรากำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้
 
  • ความแปลกที่ว่าไม่ได้เกี่ยวกับเมนู หรือรสชาติอาหาร หากแต่ คือ ภาชนะที่ใช้เสิร์ฟมาให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นตาชั่ง เขียง กระติกใส่น้ำ หรือภาชนะอื่นๆ อีกมากมายที่แล้วแต่จะคิดรังสรรค์ขึ้นมาได้ หากอยากรู้ว่าจะแปลกสักแค่ไหน ต้องลองสั่งชิมดูสักจานหนึ่งถึงจะรู้




       ถ้าพูดถึงความแปลกของร้านอาหารนั้น ในแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งทุกร้านมักจะสรรหาความแปลกไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหาร รสชาติ หรือแม้กระทั่งการตกแต่งร้านให้แปลกมากที่สุด เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ
               

       แต่สำหรับร้านสุดแปลกที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ ไม่ใช่ความแปลกที่กล่าวมาเลย แต่กลับแปลกและโดดเด่นที่ภาชนะที่นำมาใช้เสิร์ฟ ซึ่งร้านที่ว่าก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลที่เมืองไทยเรานี่เอง ซึ่งร้านที่ว่าก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลที่เมืองไทยเรานี่เองโดยเปลี่ยนเมนูอาหารสุดแสนจะธรรมดา แถมหลายคนยังอาจมองว่าเป็นเมนูสิ้นคิดอย่าง “ผัดกะเพรา” ที่เวลาคิดไม่ออกว่าจะกินอะไรดี ก็มักจะถูกเลือกขึ้นมาเป็นเมนูอันดับต้นๆ เสมอ มานำเสนอสร้างความแตกต่างด้วยภาชนะที่ใช้ใส่อาหารเสิร์ฟให้กับลูกค้า ชนิดที่เรียกว่าแปลกจนคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว





        ร้านที่ว่านี้มีชื่อว่า “แล้วแต่ Food & Drink Bar” หรือ ร้านแล้วแต่กะเพราแท้ ที่มาของชื่อนั้น ก็เกิดขึ้นเพราะไอเดียการใช้ภาชนะสุดครีเอท ที่ไม่ใช่จานใส่อาหารเหมือนกับร้านทั่วไป แต่สามารถดัดแปลงเป็นอะไรก็ได้ ที่ใช้ใส่อาหารได้เพื่อนำไปเสิร์ฟให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นตาชั่ง เขียง แผ่นเสียง ถ้วยชามในลักษณะแปลกๆ ปิ่นโต ชามขนาดใหญ่ กระติกน้ำร้อน หม้อหุงข้าวแก้ว ครก ร่ม ฯลฯ ซึ่งก็แล้วแต่ร้านว่าจะจัดสรรมาในรูปแบบไหน


       โดยผู้ก่อตั้ง คือ นพรัตน์ อุณานาค และจักรพล ศรีตระกูล เจ้าของไอเดียผู้เปลี่ยนจากร้านน้ำปั่นธรรมดาให้กลายมาเป็นร้านอาหารสุดแปลกได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งจุดเริ่มต้นของการใช้ภาชนะแปลกๆ มาเสิร์ฟให้กับลูกค้านั้น เกิดขึ้นมาจากเมื่อเพื่อนสนิทมาสั่งข้าวกินที่ร้าน และอยากได้ภาชนะแปลกๆ มาใส่เผื่อถ่ายลงเฟซบุ๊ก โดยภาชนะแรกที่นำมาใช้ใส่ คือ จานข้าวของน้องหมา เมื่อมีการเผยแพร่ออกไปในโลกโซเชียล ก็มีคนสนใจอยากลองสั่งตามดูบ้าง จนเกิดเป็นกระแสและแชร์ต่อๆ กันมา และกลายเป็นเอกลักษณ์ของร้านในที่สุด แถมเป็นกลยุทธ์เรียกลูกค้าให้มาท้าลองความแปลกได้อยู่เสมอ





        แต่ถึงแม้ภาชนะจะแปลกแค่ไหนก็ตาม แต่ทางเจ้าของร้านก็การันตีและยืนยันว่าภาชนะทุกชิ้นได้มีการทำความสะอาดไว้เป็นอย่างดีแล้ว ถึงแม้จะดูว่าไม่น่านำมาใส่อาหารได้ก็ตามที แต่พวกเขาก็ให้ความสำคัญกับข้อนี้มาตลอด


      ส่วนเรื่องของเมนูอาหารนั้น จะต้องถูกใจสาวกกะเพราอย่างแน่นอน เพราะร้านแห่งนี้จะเสิร์ฟแค่ผัดกะเพราเท่านั้น แถมเป็นผัดกะเพราแท้ๆ ที่ไม่ใส่ถั่วฝักยาว หอมหัวใหญ่ พริกหยวก ให้มาขัดใจในรสชาติอีกด้วย และราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิดด้วย เพราะแต่ละจานนั้นเริ่มต้นที่ 39 บาทแต่ถ้าใครอยากเพิ่มความพิเศษ ก็สามารถสั่งได้ตามใจชอบ





       ถึงจะสร้างจุดเด่นด้วยความแปลกของภาชนะที่ใช้เสิร์ฟ แต่สำหรับใครที่อยากกินแบบใส่จานธรรมดาแบบปกติก็สามารถทำได้ แต่ถ้าอยากจะได้ภาชนะใส่กะเพราในรูปแบบพิเศษและแตกต่าง ก็บอกพ่อค้าได้เลยว่าขอแบบ “จานไม่ธรรมดา” ซึ่งรับรองว่าคุณจะได้ภาชนะใส่ผัดกะเพราที่ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน


      โดยร้านอาหารดังกล่าวนี้ ตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น ดินแดนภาคอีสานของไทย จุดสังเกตได้ง่ายๆ คือ ร้านจะอยู่ทางด้านหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น  โดยร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 - 15.0 น. และ 17.00 - 21.00 น. ถ้าใครอยากจะเข้าไปลองว่าแปลกแค่ไหน ก็สามารถแวะกันไปได้






       และถึงจะเป็นร้านอาหารเล็กๆ แต่ด้วยความแปลกไม่เหมือนใครของภาชนะ ก็ทำให้เรียกความสนใจจากเหล่านักศึกษาหรือแม้กระทั่งดาราดังหลายท่านให้เข้ามาเยือนและชิมผัดกะเพราในร้านอาหารแห่งนี้ได้ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้เห็นทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ได้มีดีเพียงแค่ความแปลกของภาชนะที่ใส่อาหารเท่านั้น หากแต่ความอร่อยก็จัดเต็มร้อยไม่แพ้ใครด้วย





       เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารที่มีความสร้างสรรค์มากพอสมควรสำหรับเมืองไทยของเรา ซึ่งเราเชื่อว่าถึงแม้ความแปลกในภาชนะของร้านอาหารแห่งนี้จะสามารถดึงดูดคนได้ไม่น้อย แต่ถ้าอาหารไม่อร่อย ร้านก็คงไม่สามารถเปิดมาได้จนถึงทุกวันนี้ นั่นแสดงให้เห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับร้านอาหาร ก็ยังเป็นเรื่องของรสชาติอยู่ดี ความถูกสุขอนามัย รวมไปถึงคุณภาพของอาหาร ซึ่งจำเป็นไม่แพ้ความแปลกนั่นเอง
 
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MARKETING

ส่อง 10 ธุรกิจดาวรุ่งปี 65 ธุรกิจไหนคู่แข่งมาก ธุรกิจไหนคู่แข่งน้อย

ในยุคหนึ่งอาชีพราชการเคยเป็นที่ใฝ่ฝันของใครต่อใครหลายคน แต่มาถึงยุคนี้อย่าว่าแต่อาชีพราชการ หลายๆ อาชีพที่เคยเป็นคณะยอดนิยมในมหาวิทยาลัยก็ยังเปลี่ยนไป และนอกรั้วมหาวิทยาลัยก็มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายทุกวันนี้

เปลี่ยน ผู้ซม ให้เป็น ผู้ซื้อ จากคนดูให้เป็นลูกค้าตัวจริง

โดยส่วนใหญ่แล้วเวลาทำการตลาดผู้ประกอบการธุรกิจส่วนมากมักพุ่งเป้าไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เข้ามาซื้อสินค้าของตนเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วนั้นอาจเป็นเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะยังมีลูกค้าอีกมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ด้วยกันที่เป็นเพียงผู้เฝ้ามอง แวะเข้ามาดู แต่สุดท้ายก็ปล่อยมือไป

ทำอย่างไรให้แบรนด์เติบโตครองใจลูกค้ายาวนาน กรณีศึกษา Decathlon ที่กำลังก้าวสู่ปีที่ 47

หากพูดถึงธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ที่คุณภาพดีราคาไม่แพงก็ต้องยกให้แบรนด์ “อิเกีย” จากสวีเดนที่ขึ้นแท่นร้านขายเครื่องเรือนและของใช้ในบ้านที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก