ทำความเข้าใจ “คุณพ่อนักช้อป” ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ในยุคที่ชายหญิงเท่าเทียมกัน

TEXT : รุจรดา วัฒนาโกศัย





Main Idea
 
 
  • ในยุคนี้พ่อแม่ยุคใหม่มีบทบาทในครอบครัวแทบไม่ต่างกัน ทั้งคู่ต่างต้องทำงาน ดูแลครอบครัวและลูกน้อยไปด้วยกัน ไม่มีช้างเท้าหน้า ช้างเท้าหลังหรือควาญช้างอีกต่อไป ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่ค่อยๆ เปลี่ยนไป อำนาจการตัดสินใจซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าบ้าน อาจไม่ได้อยู่ที่ผู้หญิงเหมือนที่เคยเป็นมาอีกแล้ว
 
  • สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เราเห็นภาพความเปลี่ยนแปลงนั้นเร็วขึ้น เมื่อทุกคนถูกบังคับให้อยู่บ้าน เหล่าคุณพ่อใช้เวลาดูแลลูกและจ่ายตลาดเองมากขึ้น แบรนด์ที่จับทางเทรนด์นี้และมัดใจเหล่าคุณพ่อ ก็อาจสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยเลยล่ะ




       ในปีก่อนๆ เราพูดคุยกันถึงอำนาจในการตัดสินใจซื้อของเข้าบ้านมักเป็นของผู้หญิงถึง 85 เปอร์เซ็นต์ แบรนด์สินค้าจึงทำการตลาดโดยมุ่งสื่อสารไปที่เหล่าคุณแม่เสียเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การโฆษณา ไปจนถึงการออกแบบตกแต่งหน้าร้าน แต่ในยุคแห่งความเท่าเทียมกัน ที่ไม่ได้มีแค่ผู้ชายที่ทำงานนอกบ้านและผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเป็นแม่บ้านกำลังค่อยๆ ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป


      สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้คนทุกเพศทุกวัยต้องอยู่ในบ้าน ผู้ชายใช้เวลาอยู่ในบทบาท “พ่อบ้าน” มากขึ้น พวกเขามีส่วนดูแลบ้านและออกไปซื้อของกินของใช้ไม่ต่างจากคุณแม่บ้าน กลายเป็นอีก New Normal ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม และมองหาโอกาสจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ว่านี้




      
        
  • กลุ่มคนที่แบรนด์ส่วนใหญ่ไม่สนใจ
              

      ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาแบรนด์ไม่สนใจผู้บริโภคชาย มีผลวิจัยทางการตลาดคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองของผู้ชายจะสามารถสร้างรายได้ถึง 166 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2565 แต่พวกเขาไม่ได้แยกแยะพฤติกรรมการซื้อของเหล่า “คุณพ่อ” ออกจากผู้ชายทั่วไป
              

      ผลการค้นหาในเว็บไซต์เมื่อพิมพ์คำว่า “สินค้าสำหรับคุณแม่” จะแสดงผลิตภัณฑ์ประมาณ 1,300 รายการ ในทางกลับกัน เมื่อค้นหา “สินค้าสำหรับคุณพ่อ” กลับแสดงผลประมาณ 400 รายการเท่านั้น
               ความต้องการสินค้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คุณพ่อมีมากขึ้นจากเพจ Dads4Life และ Life of Dad ในเฟซบุ๊กที่มีลูกเพจถึง 3.5 ล้านคน Max Greenfield จึงร่วมมือกับเพจ Life of Dad สร้างกลุ่มโฟกัสเพื่อเรียนรู้วิธีการซื้อสินค้าของเหล่าคุณพ่อ แล้วสร้างแบรนด์สินค้าที่ชื่อว่า DADZ มาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้
 



 
  • อินไซด์พฤติกรรมคุณพ่อนักช้อป
              

      ข้อมูลเชิงลึกจากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคของแบรนด์ DADZ สรุปเป็นสาระสำคัญ 4 ประการคือ

 
  1. คุณพ่อจำนวนมากกำลังซื้อสินค้าสำหรับดูแลลูกน้อย จากการศึกษาของ Pew Research ในปี 2562 พบว่า คุณพ่ออายุน้อยมีแนวโน้มเป็นผู้ตัดสินใจซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าบ้านมากกว่าคุณพ่อวัยเก๋าถึง 62 เปอร์เซ็นต์ และ 92 เปอร์เซ็นต์ของพวกเขาซื้อผ้าอ้อมสำหรับเด็กและของกินของใช้ในบ้าน


     2.   เหล่าคุณพ่ออยากให้แบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคเข้าใจเขามากกว่านี้ พวกเขารู้สึกว่าแบรนด์มองผู้ชายด้วยมุมมองแบบเก่าๆ ว่าผู้ชายแทบจะไม่ยุ่งกับการซื้อสินค้าเหล่านี้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วซื้อของเข้าบ้านไม่น้อยเลย แล้วก็ภูมิใจที่ได้ทำด้วย


      3.คุณพ่อรู้ดีว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร หนึ่งในกลุ่มตัวอย่างคุณพ่อบอกว่าเขาเอากระเป๋าสำหรับใส่ปืนใส่ไว้ในกระเป๋าผ้าอ้อมสำรองของลูกน้อยแล้วเก็บไว้ในรถ หลายคนอาจจะมองว่าเขาไม่คงไม่เคยเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกล่ะสิ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นเทคนิคที่จะทำให้เขาเปลี่ยนผ้าอ้อมได้ไวขึ้นต่างหาก


        4.การดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยทำให้คุณพ่อหมดพลัง พวกเขาจึงอยากมีเวลาสำหรับตัวเองและหันกลับมาดูแลตัวเองบ้าง 





       สิ่งที่แบรนด์ต้องทำหากหวังให้คุณพ่อเลือก

              

       เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสินค้าของแบรนด์จะได้ดึงดูดใจเหล่าคุณพ่อได้ ผู้ประกอบการอาจต้องทำงานมากขึ้นอีกหน่อยไปกับสิ่งเหล่านี้

 
  • หารูปแบบการช้อปของคุณพ่อ ทำวิจัยเพื่อแยกความแตกต่างของพฤติกรรมการซื้อของเหล่าคุณพ่อที่แตกต่างจากผู้บริโภคทั่วไป จะช่วยให้ออกแบบวิธีการออกแบบการสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ได้ รวมไปถึงวิธีการจัดรูปแบบร้านค้าให้เอื้อต่อการเลือกซื้อสินค้าของคุณพ่อบ้านโดยไม่กระทบกับผู้บริโภคอื่นๆ ซึ่งรวมถึงเหล่าแม่บ้านด้วย
 
  • หาว่าสินค้าสำหรับผู้ชายชนิดไหนที่ควรมาอยู่ใกล้กับสินค้าสำหรับเด็ก จากการศึกษาการจัดวางสินค้าในร้านค้า แผนกเบียร์ควรอยู่ใกล้กับแผนกผ้าอ้อมเด็ก มีแนวโน้มว่าหลังจากซื้อผ้าอ้อมพวกเขาจะซื้อเบียร์ถึง 6 แพ็ก เพราะคุณพ่อที่เครียดกับการเลี้ยวลูกอาจกำลังต้องการผ่อนคลายสักหน่อย
 
  • ตระหนักถึงความเป็น “พ่อ” มีแนวโน้มว่าเหล่าคุณพ่อจะจำได้ว่าแบรนด์ไหนให้ความสำคัญกับพวกเขา แบรนด์อาจใช้ทำแคมเปญ วันช้อปคุณพ่อ พร้อมเสนอโปรโมชันสำหรับคุณพ่อที่พาลูกมาด้วย วิธีนี้อาจสร้างยอดขายเพิ่มก็ได้
 
  • อย่าลืมกลุ่มคุณแม่ เมื่อจะมัดใจคุณพ่อก็อย่ามองข้ามคุณแม่ แม้จะมีผู้ชายเข้ามาซื้อสินค้าในร้านมากขึ้น แต่ผู้หญิงก็ยังมีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์อยู่ดี
              


        SME เห็นเทรนด์นี้ก็ลองไปปรับใช้กับการวางกลยุทธ์ธุรกิจของคุณดู ไม่แน่ว่าอาจได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มาเติมรายได้เข้ากระเป๋าได้มากกว่าเดิมก็ได้นะ
          


    
      ที่มา : Forbes
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง