พฤติกรรมผู้ประกอบการเปลี่ยน ทำศึกชิงงบโฆษณาเดือด







เรื่อง : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

    ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าจากการใช้งบประมาณโฆษณาที่มีอยู่อย่างจำกัด ผู้ประกอบการจึงเริ่มปรับพฤติกรรมจากเดิมเคยวางแผนซื้อสื่อโฆษณาระยะยาวทั้งปี มาสู่รูปแบบซื้อสื่อโฆษณาในระยะสั้นมากขึ้น 

    และแน่นอนว่าเมื่อทางเลือกในการโฆษณาสินค้าและบริการที่หลากหลายขึ้น ผู้ประกอบการจึงเริ่มกระจายงบประมาณโฆษณาไปยังสื่อโฆษณาต่างๆ และมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับสื่อใหม่ อย่าง “สื่ออินเทอร์เน็ต” ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของผู้คนทั่วไปเพิ่มสูงขึ้น

     โดยมีเป้าหมายให้ผู้ชมโฆษณาผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการต่างๆในทันที ผ่านการจ่ายเงินในระบบ Mobile Payment อันสะดวกและรวดเร็วผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เป็นต้น
 


    ไม่เพียงแต่สื่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้น ทีวีดิจิตอลก็กำลังเป็นที่น่าจับตา ด้วยมีผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะหลายช่องเริ่มทยอยนำรายการโทรทัศน์ที่เป็นแม่เหล็กมาออกอากาศ เพื่อดึงดูดสายตาผู้ชมและดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาจากผู้ประกอบการ จึงทำให้การโฆษณาผ่านช่องทางนี้คึกคึกกว่าปี 2557 จนหลายช่องได้ปรับราคาโฆษณาในปี 2558 ในช่วงเวลาหลักขึ้นอีกสองเท่า แต่กระนั้น อัตราค่าโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ในระบบฟรีทีวีแบบดิจิตอลก็ยังไม่สูงมากนัก 

    เช่นนี้เองช่องทีวีดิจิตอลจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ประกอบการที่มีงบประมาณจำกัด รวมถึงดึงดูดให้ผู้ประกอบการรายใหม่ๆหันมาใช้จ่ายงบประมาณโฆษณาด้วย อีกทั้งคาดว่าภาครัฐจะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆมากขึ้น 

 

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงประมาณการว่า ในปี 2558 นี้ เม็ดเงินโฆษณาจะเติบโตไปสู่ 131,300-134,800 ล้านบาท จากในปี 2557 ที่มีเม็ดเงิน 118,348 ล้านบาท หรือเติบโตอยู่ในกรอบร้อยละ 11-14

    อย่างไรก็ตาม หากภาวะเศรษฐกิจในปี 2558 ยังไม่มีแนวโน้มฟื้นตัว เม็ดเงินโฆษณาอาจเติบโตได้ในระดับที่ไม่สูงมากนัก โดยผู้ประกอบการจะมีแนวโน้มโยกย้ายงบประมาณโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ มาที่การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น

     เนื่องจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเป็นการใช้งบประมาณสร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมกับสินค้าและบริการสำหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง และเป็นการสื่อสารสองทางระหว่างผู้ประกอบการและลูกค้า รวมถึงยังสามารถวัดผลความสำเร็จได้อย่างชัดเจนมากกว่าโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ที่เป็นการสื่อสารไปยังลูกค้าในทิศทางเดียว อีกทั้งยังวัดผลความสำเร็จในการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าและบริการจากการโฆษณาได้ยาก

    ในทางกลับกัน หากภาวะเศรษฐกิจในปี 2558 มีแนวโน้มฟื้นตัว จนผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายงบประมาณมากขึ้น รวมถึงมีผู้ประกอบการรายใหม่ๆใช้จ่ายงบประมาณโฆษณามากขึ้น ก็จะส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาสามารถเติบโตได้ถึงร้อยละ 14  ตามที่คาดการณ์ไว้ได้

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง