แผ่กลยุทธ์ปรับการตลาดสู่โลกยุคใหม่ ให้ธุรกิจคุณเจ๋งสุดใน Modern Era

TEXT : เจษฎา    




               
     แม้ว่ากลกยุทธ์ทางการตลาดทั้งหมดนั้นจะไม่ได้มีแค่การตลาดออนไลน์ แต่ต้องยอมรับว่าในยุคนี้ การตลาดออนไลน์กลายเป็นส่วนสำคัญของแผนธุรกิจและเป็นตัวแทนของการส่งเสริมการขายที่สร้างกำไรรวมถึงรายได้หลักให้กับหลายๆ ธุรกิจได้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้น การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการโฆษณา สื่อโซเชียลมีเดีย บล็อก เว็บไซต์ หรือรูปแบบอื่นๆ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน
               

      สอดคล้องกับ “Dylan Vanas” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ได้ให้ความเห็นว่า “การมีตัวตนบนโลกออนไลน์ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น” ดังนั้น เราจะสร้างตัวตนของธุรกิจบนโลกออนไลน์ได้อย่างไร และจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์สูงสุดจากกลยุทธ์ทางการตลาด ตลอดจนปรับกลยุทธ์ให้สามารถตอบสนองความต้องการทางการตลาดในยุคปัจจุบันได้อย่างไร มาพบคำตอบของเคล็ดลับการปรับการตลาดเข้าสู่โลกยุคใหม่นี้พร้อมๆ กัน



 
           
1. สร้างความน่าเชื่อถือในแบรนด์ และ Social Proof
               

      สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจคือ ธุรกิจนั้นๆ ต้องสามารถพิสูจน์คุณค่าและความน่าเชื่อถือต่อผู้บริโภคได้ ซึ่งการจะสร้างความน่าเชื่อถือได้ก็ต้องทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจเรื่องความสะอาดและปลอดภัยจากทั้งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และมาตรฐานต่างๆ เมื่อมีครบทุกด้านแล้วก็สามารถสร้างตัวตนและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ได้ด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากการสร้างโซเชียลมีเดียที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ออกแบบโลโก้ให้ดูเป็นมืออาชีพ เหมาะสมกับแบรนด์และธุรกิจที่ทำ และเริ่มต้นโพสต์ Content
               

      ในขณะที่เริ่มสร้างความน่าเชื่อถือและตัวตนของแบรนด์ มีอีกสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรลืมก็คือ Social Proof หรือการพิสูจน์แล้วโดยสังคม ซึ่งหลักการของ Social Proof ในแง่ของการตลาดก็คือ การทำให้ผู้บริโภคเชื่อหรือทำตามการแนะนำของผู้อื่นหรือสังคมที่อยู่รอบตัวเอง เพราะเขามักเชื่อว่าผู้อื่นมีความรู้หรือความเข้าใจมากกว่าตนเอง ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายเช่น กลยุทธ์ Word-of-mouth หรือ บอกปากต่อปาก หรืออาจมีเพจดังๆ หรือผู้เชี่ยวชาญมารีวิวผลิตภัณฑ์ของเราก็นับเป็น Social Proof ได้ หรืออาจได้รับการรีวิว ให้คะแนน ให้ดาว จากผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของเราก็ได้เช่นกัน ดังนั้น ถ้าเราทำให้กลุ่มเป้าหมายเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ / บริการของเราได้จากกลยุทธ์ข้างต้น ย่อมมีสร้างโอกาสให้ธุรกิจและมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง



 
           
2. หาพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด
               

     เชื่อเถอะว่าไม่มีใครเก่งไปซะทุกเรื่องหรอก หากเราต้องการประสบความสำเร็จด้านการตลาด แต่ขาดทักษะด้านการตลาด เราจำเป็นต้องหาพันธมิตรที่ช่วยเหลือเราได้ ซึ่งการมีพันธมิตร นอกจากจะช่วยให้เราได้มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจที่ดีแล้ว ยังช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมและข้อมูลเชิงลึกในจุดที่เราอาจไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยก็ได้
               

      หากยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มอย่างไร เอเจนซี่หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ก็สามารถเป็นที่ปรึกษาเพื่อช่วยเหลือและพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้กับเราได้ เพราะนอกจากจะช่วยลดโอกาสด้านความผิดพลาดของกลยุทธ์ต่างๆ แล้ว เรายังได้รับข้อมูลและแนวทางการพัฒนาธุรกิจอีกด้วย  



 
           
3. ส่งมอบผลิตภัณฑ์ / บริการ ให้เกินความคาดหวังของลูกค้าทุกครั้ง
               

      ผู้บริโภคในยุคนี้มีความรู้และความคาดหวังมากขึ้นทุกวัน โดย Dylan Vanas ตั้งข้อสังเกตว่า “ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ดีขึ้น และทราบถึงความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์ธรรมดาและผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมได้ ดังนั้น เพื่อให้แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายและลูกค้าจะกลับมาซื้อผลิตภัณฑ์ / บริการ ของเราใหม่อีกครั้ง พยายามตรวจสอบให้แน่ใจว่าเราไม่ได้ทำธุรกิจโดยทำตามสัญญาเท่านั้น แต่ยังมอบสิ่งที่เหนือกว่าคำสัญญาและมีคุณค่าให้กับลูกค้าไปด้วย”
               

     สิ่งนี้มีความหมายจริงๆ เหรอ ไม่ยากเลย แค่ลองคิดในมุมกลับดูว่าเราคือลูกค้าคนหนึ่ง และเราจะประทับใจมากแค่ไหนถ้าแบรนด์นั้นๆ ดูแลคุณมากกว่าส่งของมาให้ แล้วก็จบกัน ลองตอบคำถามนี้ด้วยตัวเราเอง แล้วนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตัวเองดู รับรองได้เลยว่าลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายคนต่อๆ ไปจะหลงรักแบรนด์และธุรกิจของเรามากขึ้นอย่างแน่นอน
 




 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง