อย่าเชื่อว่าทำไม่ได้ ถ้าไม่ได้ลองทำ 14 PEAKS : Nothing is impossible ภารกิจพิชิต 14 ยอดเขาใน 7 เดือน

 

     คุณเคยมีความฝันบ้าๆ บ้างไหม ฝันแบบที่พอเล่าให้ใครๆ ฟังก็มักจะได้รับคำตอบแบบเดียวกันว่า “เป็นไปไม่ได้”

     ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ได้บันทึกการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไว้ ในปี ค.ศ. 1953 เอดมันด์ ฮิลลารี และ เทนซิง นอร์เก ชาวเชอร์ปา พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ภูเขาที่สูงที่สุดในโลกได้เป็นครั้งแรก หลังจากนั้นก็มีนักปีนเขาชาวตะวันตกมากมายฝันจะพิชิตภูเขาสูง ซึ่งในโลกนี้มีภูเขาเพียง 14 ลูก ที่สูงเกินกว่า 8,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ความสูงระดับที่เรียกว่าเขตความตาย (Death Zone)

1


     ไรน์โฮลด์ เมสส์เนอร์ บุคคลแรกที่พิชิตยอดเขาสูงแปดพันเมตรทั้ง 14 ลูกได้สำเร็จ โดยใช้เวลา 16 ปี บอกว่าการปีนยอดเขาแปดพันเมตรครบทุกลูกในหนึ่งช่วงอายุคนนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก              

     สำหรับนักปีนเขาสูง การปีนเขาแปดพันเมตรแค่ลูกเดียว ก็เป็นความพยายามที่ยิ่งใหญ่แล้ว ต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่าสองเดือน แต่ในฤดูใบไม้ผลิของปี ค.ศ. 2019 แวดวงนักปีนเขาสูงเริ่มคุยกันถึงชายชาวเนปาลบ้าๆ คนหนึ่ง ที่ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อมาก่อน เขามีแผนจะพิชิตภูเขาสูง 14 ลูกนั้น ในเวลา 7 เดือน ชายคนนี้ชื่อ “นิมส์ ปุร์จา”

     นิมส์ เป็นลูกชายคนสุดท้องในครอบครัวชาวเนปาลยากจน พ่อของเขาเคยเป็นทหารในกองทัพกูรข่า ซึ่งถือเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก นิมส์เข้าร่วมกองทัพกูรข่าเช่นเดียวกับพ่อ หลังจากเป็นทหารกูรข่ามา 6 ปี นิมส์ตัดสินใจสมัครเข้ากองกำลังพิเศษอังกฤษ เขาตื่นนอนตั้งแต่ตีสองตีสาม แบกน้ำหนัก 34 กิโลกรัม ออกไปวิ่งกว่า 20 กิโลเมตร ก่อนจะออกไปทำงาน เข้ายิม แล้วกลับบ้านตอนห้าทุ่ม ฝึกฝนตัวเองเช่นนี้อยู่ 6 เดือน ที่สุดก็เป็นทหารกูรข่าคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเลือกให้อยู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษทางเรือของอังกฤษ     

     หลังจากพิชิตเอเวอเรสต์ในปี ค.ศ. 2012 นิมส์ก็รับรู้ว่าเขาเป็นนักปีนเขาที่แข็งแกร่ง การปีนเขาสูงแปดพันเมตรกลายเป็นความหลงใหลของเขา เมื่อนิมส์รู้ว่าในชีวิตนี้อยากทำอะไร ความท้าทายครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น เขาบอกพี่ชายว่าอยากลาออกจากกองทัพ พี่ชายบอกว่าอีกแค่หกปีเขาก็จะได้เงินบำนาญแล้ว ให้รอถึงตอนนั้นก่อน แต่นิมส์ไม่ฟัง เขาทะเลาะกับพี่ชายที่เห็นว่าการปีนเขานั้นทั้งเสียเวลา เสียเงิน เขาคิดถึงแต่ตัวเอง ไม่คิดถึงครอบครัว  

     มีคนบอกว่าแผนพิชิต 14 ยอดเขาใน 7 เดือนของเขาเป็นไปไม่ได้ นิมส์จึงตั้งชื่อโปรเจกต์ของเขาว่า “Project  Possible” เขารวมทีมนักปีนเขาชาวเนปาลและหาทุนทำความฝันให้เป็นจริง ในวัฒนธรรมเนปาลที่คุณต้องเป็นฝ่ายให้ การไปขอเงินจากสปอนเซอร์เป็นเรื่องที่น่าหนักใจ ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีใครเชื่อว่าเขาทำได้ นิมส์พบแต่ความผิดหวังซ้ำๆ ที่สุดก็ตัดสินใจเสี่ยงด้วยทุกอย่างที่มี ด้วยการเอาบ้านของตัวเองไปจำนอง โดยที่ภรรยาของนิมส์เชื่อมั่นในตัวเขา

     การเดินทางพิชิตภูเขาลูกแรกเริ่มต้นขึ้นที่ อันนะปุรณะ สูง 8,091 เมตร นิมส์ได้พบนักปีนเขาสูงที่พยายามพิชิตภูเขาลูกนี้มาแล้ว 5 ครั้งในเวลา 13 ปี แต่ยังไม่เคยทำสำเร็จ นักปีนเขาคนนั้นรับรู้ว่า “ชายเนปาลคนนี้เชื่อว่าพวกเขาจะทำได้สำเร็จ และพวกเขาก็พยายามทำจนได้”

     หลังจากพิชิตยอดเขาลูกแรกสำเร็จกลับลงมาถึงแคมป์ นิมส์กับทีมของเขาได้รับรู้ว่ามีนักปีนเขาจากอีกทีมที่ไม่ได้ลงมา พวกเขาเกาะเชือกที่โยงจากเฮลิคอปเตอร์กลับขึ้นไปช่วยพานักปีนเขาคนนั้นกลับลงมา ภารกิจนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาอีกต่อไป     

     ณ ภูเขาลูกที่สาม ปกติแล้วนักปีนเขาจะนอนพักค้างคืนที่แคมป์หนึ่ง และปีนต่อในวันรุ่งขึ้น ไปพักค้างคืนที่แคมป์สอง  แคมป์สาม และ แคมป์สี่ ตามลำดับ แต่ด้วยสภาพอากาศทำให้ต้องปีนรวดเดียวจากฐานไปถึงยอดโดยไม่พักค้างคืน นิมส์บอกลูกทีมว่าหากรู้สึกว่ามาทำอะไรโง่ๆ และกำลังพาตัวเองไปตาย ก็ให้ทิ้งเขาไปได้ แต่ทุกคนยังคงไปต่อ พวกเขาออกเดินทางตลอดทั้งคืนและในที่สุดก็พิชิตยอดเขาได้ตอนหกโมงเช้า

     ขากลับลงมาพวกเขาพบนักปีนเขาที่ออกซิเจนหมด นิมส์เอาออกซิเจนของตัวเองให้นักปีนเขาคนนั้นและวิทยุขอถังออกซิเจน คืนนั้นพายุหิมะกระหน่ำ นิมส์โทรหาภรรยา บอกว่านักปีนเขาคนนั้นตายในอ้อมแขนของเขา ไม่มีใครมาช่วยเลย นิมส์ขาดออกซิเจนกว่า 13 ชั่วโมง เริ่มมีภาวะสมองบวม ทำให้เริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ได้ รู้สึกอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ เขาเริ่มตั้งคำถามกับแผนการของตัวเอง แต่ก็ยังรวบรวมแรงเดินต่อไป เขาพบนักปีนเขาที่หลงทาง ซึ่งมีภาวะสมองบวมเช่นกันและได้ช่วยชีวิตนักปีนเขาคนนั้น

     นิมส์มีแผนที่ท้าทายขึ้นไปอีก เขาจะพิชิตยอดเขา เอเวเรสต์ โลตเซ และมาคาลู ใน 48 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นสถิติใหม่ของโลก ที่ยังไม่มีใครทำได้มาก่อน

     ฤดูใบไม้ผลิปีนั้น เกิดพายุรุนแรงบนเอเวอเรสต์ มีช่วงที่อากาศดีอยู่แค่สองวัน ขณะที่มีนักปีนเขา 400 คน กับเชอร์ปาอีก 400 คน พยายามพิชิตยอดเขาในช่วงสองวันนั้น ทำให้เส้นทางปีนเขามีการจราจรคับคั่ง นักปีนเขาทะเลาะกันว่าใครจะได้ขึ้นหรือลงก่อน นิมส์พิชิตยอดเอเวอเรสต์ได้ในวันที่ 29 ของโปรเจกต์พอสซิเบิล ระหว่างเดินลงมาเขามองย้อนกลับไปมองขบวนแถวยาวเหยียดของเหล่านักปีนเขาและบันทึกภาพไว้ เมื่อโพสต์ลงอินเตอร์เน็ต ภาพๆ นี้กลายเป็นกระแสไปทั้งโลก มีชื่อ นิมส์ เป็นผู้ถ่ายภาพ