ล้วงลึกพฤติกรรมลูกค้า คาเฟ่ฮอปเปอร์ ชอบ ไม่ชอบอะไร ทำยังไงให้กลับมาใช้บริการซ้ำได้

 

 

      ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ หนึ่งไลฟ์สไตล์ยอดฮิตของคนยุคนี้ ก็คือ การไปคาเฟ่ ซึ่งการไปคาเฟ่หรือร้านกาแฟยุคนี้ ไม่ใช่แค่เพียงเพราะต้องการเครื่องดื่มสักแก้ว หรือที่นั่งชิล นั่งทำงานอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว การไปคาเฟ่ทุกวันนี้ของหลายคนอาจเหมือนการไปสถานที่ท่องเที่ยวสักแห่งหนึ่งเลยก็ได้ที่คุณอาจมีรูปสวยๆ ไว้อวดเพื่อน หรือได้ภาพโปรไฟล์ใหม่เจ๋งๆ ดังนั้นจึงเกิดพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าที่เรียกว่า “Cafe Hopper” ขึ้นมา

      “Cafe Hopper” คือ อะไร?

      จริงๆ แล้วมาจากคำว่า “Cafe Hopping” ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่างคำว่า Cafe ที่แปลว่าร้านกาแฟ กับคำว่า Hopping ที่แปลว่า กระโดด มาผสมรวมกัน โดยเมื่อรวมกันแล้วจึงได้ความหมายประมาณว่า กลุ่มคนที่ชอบเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ โดยมักจะมีคาเฟ่หรือร้านกาแฟเป็นเป้าหมายในการเดินทางไว้อยู่เสมอ โดยมีเป้าหมายเพื่อการถ่ายรูปเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญ โดยวันหนึ่งอาจไปได้หลายๆ ร้าน หรือไปได้บ่อยๆ เพื่อถ่ายรูป โพสรูปลงสื่อโซเชียล

       โดยในครั้งนี้ ศูนย์ AMSAR ร่วมกับ นนทกานต์ บุญยงค์ นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เผยผลวิจัยพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มคาเฟ่ฮอปเปอร์ ในหัวข้อ “คาเฟ่ฮอปเปอร์ "ถ่ายรูปสวยอย่างเดียวไม่พอ" แนะ 4 แนวทางมัดใจให้กลับมาใช้บริการซ้ำ โดยได้ทำการสำรวจผู้บริโภคจำนวน 240 คน มีเกณฑ์การคัดเลือก คือ 1.ต้องเคยไปร้านกาแฟมากกว่า 1 ร้านภายในวันเดียว 2.ต้องเคยถ่ายรูปภาพ โพสต์ข้อความ หรือวิดีโอเกี่ยวกับร้านคาเฟ่ลงในโซเชียลมีเดียอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต โดยมีเนื้อหาสำคัญจากการวิจัยดังนี้

พฤติกรรมเด่นของคาเฟ่ฮอปเปอร์

1. ชอบถ่ายรูป

2. เผยแพร่ลงโซเชียล

3. สามารถไปได้มากกว่า 1 ร้านในวันเดียวกัน

5 พฤติกรรมที่ไปถึงปุ๊บ ทำปั๊บ

  • ถ่ายรูปของกิน 4.29 %
  • ลงสตอรี่สื่อสังคมของตัวเอง 4.22 %        
  • ถ่ายรูปร้านคาเฟ่ 4.16 %
  • เช็คอินร้านคาเฟ่ในสื่อสังคม 3.59 %
  • ฟังเพลงในร้าน 3.84 %

 

แหล่งการสืบค้นข้อมูลร้านกาแฟของเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์

      พบว่าแหล่งหาข้อมูลสำคัญที่เหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ใช้หาร้านคาเฟ่เพื่อเดินทางไปมากที่สุด ก็คื

1. หาข้อมูลจากการแชร์ในสื่อสังคม (Mean = 4.20)

2. จากการเพื่อนแนะนำผ่านสื่อสังคม (Mean= 4.06)

3. ถามจากเพื่อน ครอบครัว คนรู้ใจ (Mean= 3.78)

โดยช่องทางออนไลน์ที่มีการค้นหาข้อมูลมากที่สุด คือ 1.เพจแนะนำร้านคาเฟ่ ซึ่งมากที่สุด (Mean = 4.17) 4. เฟซบุ๊ก (Mean =4.16) และ 3. ทวิตเตอร์ (Mean =2.68)

การถ่ายรูปและรีวิวลงโซเชียลของคาเฟ่ฮอปเปอร์

      อย่างที่บอกไปว่าคุณสมบัติเด่นๆ ของเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์เลย ก็คือ เป็นคนชอบถ่ายรูป โดยพฤติกรรมการถ่ายรูปที่ว่าก็คือ

    • ถ่ายก่อนเข้าใช้บริการ คือ ไปถึงปุ๊บถ่ายปั๊บ
    • มีการทำการบ้านมาก่อน เช่น หาตัวอย่างท่าโพสต์ การเลือกธีมเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายให้เข้ากับร้าน
    • ถ่ายเซลฟี่ตัวเอง, ถ่ายร่วมกับเพื่อน
    • ถ่ายของกิน, ถ่ายบรรยากาศร้าน

      โดยพฤติกรรมการถ่ายรูป + แชร์ลงสื่อโซเชียลต่างๆ ก็เปรียบเสมือนเป็นการช่วยโปรโมตและรีวิวให้กับร้านค้าไปในตัว ซึ่งพบว่าช่องทางโซเชียลมีเดียที่มีการโพสต์รูปของร้านคาเฟ่ต่างๆ ลงมากที่สุด ก็คือ อินสตาแกรม รองลงมา คือ เฟซบุ๊ก และวิดีโอสตอรี่ในอินสตาแกรม และน้อยที่สุด คือ การโพสต์วิดีโอบนยูทูบ

      สำหรับด้านการรีวิวและเช็คอินพบว่าช่องทางที่เยอะที่สุด ก็คือ บนอินสตาแกรม รองลงมาคือ เฟซบุ๊ก ส่วนเรื่องการแนะนำบอกต่อพบว่าจะมีการพูดคุยกับคนใกล้ชิดมากที่สุด (Mean= 3.87) รองลงมา คือ การบอกต่อโดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม (Mean= 3.79)

คาเฟ่ฮอปเปอร์ “ชอบ” และ “ไม่ชอบอะไร”

      จากผลการศึกษาพบว่าคาเฟ่ฮอปเปอร์จะกลับมาใช้บริการซ้ำหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเหตุผลด้านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการสื่อสารแบรนด์ ได้แก่

      การมองเห็น คาเฟ่ฮอปเปอร์จะกลับมาใช้บริการซ้ำ จากการมองเห็นมากที่สุด ก็คือ 1. ความสะอาดของร้าน (Mean = 4.51) 2. ความสวยงามของร้าน (Mean = 4.30)

      รสชาติ เหตุผลที่คาเฟ่ฮอปเปอร์จะกลับมาใช้บริการซ้ำด้านรสชาติ ก็คือ 1. เครื่องดื่มรสชาติดี (Mean =  4.59) 2. มีเมนูให้เลือกหลากหลาย (Mean =4.40)

       กลิ่น เหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์จะกลับมาใช้บริการซ้ำด้วยเหตุผลด้านกลิ่นก็เพราะ 1. กลิ่นกาแฟในร้านและกลิ่นของขนมอบในร้าน (Mean = 4.43) 2. กลิ่นของน้ำหอม (Mean =  4.40)

       เสียง ในด้านเสียงสิ่งที่คาเฟ่ฮอปเปอร์ชอบมากที่สุด ก็คือ 1. เปิดเพลงสากล (Mean = 4.13) 2. เปิดเสียงธรรมชาติ (Mean= 3.62) โดยจะไม่ชอบเลยหากร้านเงียบสงบ ไม่เปิดเพลง

      การสัมผัส เหตุผลด้านการกลับมาใช้บริการซ้ำด้านการสัมผัส ก็คือ 1. ร้านปลอดโปร่ง มีแสงธรรมชาติ (Mean = 4.29) 2. แอร์ในร้านเย็นสบาย (Mean =4.19)

เคล็ดลับมัดใจให้กลับมาใช้บริการซ้ำ

       จากผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่าเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์มีการกลับมาใช้บริการร้านซ้ำ เนื่องจาก

1. ร้านมีมาตรการทำความสะอาดที่ดี น่าเข้า (Mean= 4.22)

2. พนักงานมีการแนะนำสินค้าได้เป็นอย่างดี (Mean= 4.10)

3. พนักงานสามารถตอบได้ทุกคำถามของผู้มาใช้บริการได้ (Mean= 4.06)

4. ร้านมีการตอบข้อความของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว (Mean= 3.69)

      จะเห็นได้ว่าเหตุผลที่ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำนั้นมาจากการสื่อสารการตลาดหลังจากเข้ามาใช้บริการแล้วอยู่ในระดับที่ค่อนข้างมากทีเดียว

       นอกจากเหตุผลที่กล่าวมาแล้วการส่งเสริมการขายในลักษณะต่างๆ ก็สามารถดึงดูดลูกค้าให้กลับมาได้เช่นกัน เช่น

    • โปรโมชัน เช่น ซื้อ 1 แถม 1 (Mean=4.00)
    • ส่วนลดของร้าน (Mean=3.88)
    • ส่วนลดจากเครือข่ายโทรศัพท์ (Mean=3.64)
    • บัตรสะสมแต้ม (Mean=3.69)
    • คูปองพิเศษสำหรับสมาชิก (Mean=3.62)

 

สรุป

สุดท้ายแล้ว ผู้ทำวิจัยได้กล่าวถึงบทสรุปของพฤติกรรมชาวคาเฟ่ฮอปเปอร์ที่ผู้ประกอบการสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้ ก็คือ

1. ชาวคาเฟ่ฮอปเปอร์ เป็นกลุ่มคนที่ไม่พยายามแสวงหาข้อมูลด้วยตัวเอง แต่จะเน้นการสื่อสารกับเพื่อนแบบปากต่อปากและทางสื่อสังคมผ่านการโพสต์ การแชร์ เป็นหลัก

2. ลักษณะของสื่อที่ได้รับความนิยมโดนใจของเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ คือ รูปภาพ ดังนั้นผู้ประกอบการควรเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางสื่อสังคมมากขึ้น โดยอาจใช้รูปภาพเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสาร

3. การทำให้ชาวคาเฟ่ฮอปเปอร์ได้รับประสบการณ์ที่ดีผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 เป็นสิ่งสำคัญ รวมไปถึงการตกแต่งร้านที่สวยงาม เพราะอย่าลืมว่าพวกเขาเหล่านั้นชอบถ่ายรูปเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเมื่อถ่ายแล้วก็จะชอบโพสต์ลงสื่อโซเชียล และเช็กอินร้านด้วย

4. คาเฟ่ฮอปเปอร์ไม่ต้องการความยากลำบากในการไปใช้บริการร้านคาเฟ่ สถานที่แห่งนั้นต้องมีที่จอดที่เพียงพอ การเดินทางง่ายสะดวก คุ้มค่าเมื่อเดินทางไปถึง การแจ้งบอกพิกัดร้านในออนไลน์ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ

5. การทำการตลาดด้วยโปรโมชันมีส่วนสำคัญ เพื่อช่วยตอกให้อยากมากลับใช้บริการซ้ำ เพราะบางครั้งเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์มีความอยากกลับมาใช้บริการอยู่แล้ว แค่ขาดแรงกระตุ้นที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

      จึงเห็นได้ว่าการส่งเสริมการขาย เช่น โปรโมชัน 1 แถม 1 ส่วนลดของร้าน ส่วนลดจากเครือข่ายโทรศัพท์ บัตรสะสมแต้ม คูปองพิเศษสำหรับสมาชิก มีผลมากที่ทำให้กลับไปใช้บริการ ดังนั้นร้านคาเฟ่จะต้องมีการส่งเสริมการขายออกมากระตุ้นยอดขาย รวมถึงการพบกับคาเฟ่ฮอปเปอร์คนใหม่ ๆ

 

ที่มา : UTCC

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง