ธุรกิจออนไลน์ต้องสะเทือน เมื่อ Facebook โชว์เนื้อหาเพจน้อยลง แต่จะแสดงโพสต์ที่เพื่อนแชร์มากสุด

TEXT : กองบรรณาธิการ

Main Idea

  • META ออกมาเผยรายงาน Widely Viewed Content ไตรมาส 3 ปี 2022

 

  • ใจความสำคัญคือ เฟซบุ๊กให้ความสำคัญกับโพสต์ที่เพื่อนแชร์มากที่สุด แสดงเนื้อหาจากเพจน้อยที่สุด

 

     ปฏิเสธไม่ได้ว่าเฟซบุ๊กกลายเป็นพื้นที่ทำมาหากินของคนไทยจำนวนไม่น้อย หลายคนมีรายได้สร้างตัวได้จากช่องทางนี้ก็ไม่น้อย บางคนยอมเสียค่าแอดเป็นเงิน 7 หลัก 8 หลัก เพื่อหวังยอดขายกลับมา

     ทว่าเฟซบุ๊กเองก็มีการออกกฏ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ หลายครั้งที่การเปลี่ยนแปลงส่งผลต่อนักการตลาด ผู้ประกอบการ คนทำเพจทางธุรกิจ โดยล่าสุดมีรายงานว่า Facebook ให้ความสำคัญกับโพสต์ที่เพื่อนแชร์มากที่สุด แสดงเนื้อหาจากเพจน้อยที่สุด

     จากรายงาน Widely Viewed Content Report ประจำไตรมาส 3 ปี 2022 ที่เฟซบุ๊กได้ออกมาเปิดเผยว่าคอนเทนต์แบบไหนที่จะมีคนมองเห็นมากสุดบนหน้าฟีด นัยหนึ่งรายงานนี้เหมือนทางเฟซบุ๊กต้องการแสดงถึงความโปร่งใสของบริษัท ทั้งนี้รายงานนี้เป็นข้อมูลการใช้งานในประเทศสหรัฐฯ แต่ข้อมูลก็น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้ในบ้านเราไม่มากก็น้อย ซึ่งสถิติที่น่าสนใจมีดังนี้

     คอนเทนต์ที่คนมองเห็นบนหน้าฟีดมากที่สุด (นับเฉพาะหน้าฟีดหลักไม่รวมฟีดบน Watch, Marketplace)

  • โพสต์จากเพื่อนเรา มีการมองเห็นมากที่สุด 29.7%

 

  • โพสต์ที่เพื่อนแชร์ ซึ่งอาจจะเป็นคอนเทนต์จากเพจอื่นๆ ข่าวสาร 19.6%

 

  • โพสต์จาก Facebook Groups 16.6%

 

  • โพสต์ที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือโพสต์ที่ AI แนะนำมาให้ 15.2%

 

  • โพสต์จากเพจที่ติดตาม 10.6%

 

  • อื่นๆ 8.3%

 

โพสต์ที่ไม่มี Link จะมองเห็นได้ดี

     ในรายงานฉบับนี้ยังบอกอีกว่า 92.3% ของการมองเห็นบนฟีด คือโพสต์ที่ไม่ได้ใส่ลิงค์ที่นอกจากเฟซบุ๊ก หรือไม่ก็มีรูป อัลบั้ม วิดีโอ ที่ทำขึ้นเพื่อโพสต์บนเฟซบุ๊กโดยเฉพาะ ในขณะโพสต์ที่มาพร้อมลิงค์ มีการมองเห็น 7.7% เท่านั้น จากสถิตินี้แปลว่าโพสต์ที่จะไปได้ดีบนฟีด Facebook คือโพสต์ที่ไม่มีลิงค์ หรือโพสต์ที่ทำขึ้นเพื่อโพสต์บน Facebook เท่านั้น

     ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเฟซบุ๊กนั้น ต้องยอมรับว่ามาจากผู้นำอย่างมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก  ที่ต้องการอยากจะปรับเฟซบุ๊กให้เหมือน Tiktok ไม่ใช่แค่การทำวีดีโอสั้นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการแนะนำโพสต์คล้ายๆ กับแบบ TikTok ที่ไม่ได้เป็นโพสต์ที่คนติดตามแต่ก็เห็นได้

     Tom Alison ผู้บริหารที่ดูแลเฟซบุ๊กเคยกล่าวกับเว็บไซต์ theverge ว่าเฟซบุ๊กจะเปลี่ยนฟีดใหม่ให้คล้ายกับ TikTok มากขึ้น โดยจะลดความสำคัญของโพสต์จากบัญชีที่คุณติดตามให้น้อยลง และเปลี่ยนเป็น ‘Recommening Posts” หรือโพสต์ที่ได้รับการเลือกมาแล้วจากระบบว่าคุณน่าจะสนใจ

     นอกจากนี้ Blake Chandlee อดีตผู้บริหารแคยร่วมงานกับเฟซบุ๊กมานานถึง 12 ปี และปัจจุบันเป็นผู้บริหารระดับสูงของ Tiktok ได้ออกมาเปิดเผยว่า Tiktok นั้นมีที่มาที่ต่างจากเฟซบุ๊กอย่างชัดเจน และทั้งสองแพลตฟอร์มนี้ไม่มีวันเหมือนกัน

     “Tiktok ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ความบันเทิง ในขณะที่อัลกอริธึมของเฟซบุ๊กถูกสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกัน และนั่นคือจุดเด่นของเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นสิ่งที่ติ๊กต่อกไม่มีวันเป็น”

     หากใครยังจำได้ในอดีต Google เองก็ได้พัฒนา Google+ ขึ้นมาหวังเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแข่งกับเฟซบุ๊กเช่นกัน และทำให้เฟซบุ๊กเองก็วิตกกังวล

     “ในเวลานั้น เราสร้าง War Room ขึ้นเพื่อรับมือกับเรื่องดังกล่าว แต่สุดท้าย Google+ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Google นั้นเก่งในด้านเสิร์ชเอนจิน ในขณะที่เฟซบุ๊กเด่นในเรื่องโซเชียล”

     อย่างไรก็ดีการเปลี่ยนแปลงนโนบายหรือการบริหารของ มาร์ก อาจไม่ได้กระทบแค่ผู้ที่ทำงานในเฟซบุ๊กเท่านั้น แต่ยังส่งผลสะท้อนมาถึงคนที่ใช้เฟซบุ๊กทำธุรกิจอีกด้วย

ที่มา : https://transparency.fb.com/en-gb/data/widely-viewed-content-report/#intro

https://www.theverge.com/2022/6/17/23172276/tiktok-facebook-difference-entertainment-social-connections

https://www.theverge.com/2022/6/15/23168887/facebook-discovery-engine-redesign-tiktok

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: MARKETING

เตือนภัย! ยิงแอดเฟซบุ๊ก ระวังโดนแฮกเป็นบัญชีม้าไม่รู้ตัว

กลโกงบนโลกออนไลน์ทุกวันนี้มีเกิดขึ้นมากมายหลายรูปแบบ การถูกแฮก หรือขโมยบัญชีเฟซบุ๊กไปใช้ เพื่อประโยชน์ต่างๆ ก็เป็นรูปแบบหนึ่ง ต่อไปนี้ คือ เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่วันดีคืนดีก็ถูกแฮกเฟซบุ๊ก เพื่อนำไปใช้เป็นบัญชีม้า

ทำกำไรเพิ่ม 35% จาก “ใบเสร็จ” เรื่องจริงของ Walmart  เปลี่ยนข้อมูลบนกระดาษให้กลายเป็นยอดขาย

เป็นไปได้ไหม? ที่จะเพิ่มยอดขายได้ 35% โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยี หรือผู้เชี่ยวชาญ ยังไม่ต้องเชื่อ แต่ลองไปพิสูจน์บทเรียนเหล่านี้จากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Walmart ที่ใช้ “ใบเสร็จ” เป็นสารตั้งต้นในการสร้างรายได้

ทำตลาดสายมูยังไง ให้แบรนด์ปัง ภาพลักษณ์ธุรกิจไม่ดูงมงาย

กว่า 52 ล้านคน คือ จำนวนคนไทยที่เชื่อเรื่องความมู ตั้งแต่แบรนด์เล็กไล่ถึงแบรนด์ใหญ่จึงให้ความสนใจตลาดสายมู เพราะแค่ 10% ของตลาดนี้ก็ 5 ล้านกว่าคนแล้ว ถ้าแบรนด์หรือธุรกิจสนใจตลาดนี้จะทำอย่างไรให้แบรนด์ปัง สามารถบาลานซ์ระหว่าง ความมู ไม่ให้ดูเป็นเรื่องงมงาย แต่ได้ยอดขายเพิ่ม