รวมวิธี UGC กลยุทธ์การตลาดประหยัดงบ ใช้แฟนด้อมเป็นหัวคะแนน ช่วยโปรโมตแบรนด์ให้สำเร็จ

TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

Main Idea

  • เชื่อว่าหลายคนเคย “แชะก่อนชิม” หรือเคยรีวิวร้านอาหารหรือคาเฟ่ที่ไปใช้บริการ

 

  • พฤติกรรมเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตลาดที่เรียกว่า UGC (User-Generated Content) คือ การที่ลูกค้าหรือผู้บริโภคสร้างคอนเทนต์ให้กับแบรนด์โดยที่เจ้าของแบรนด์ไม่ได้เสียเงินว่าจ้างแต่อย่างใด

 

  • ไปดูตัวอย่างการสร้าง UGC ที่ประสบความสำเร็จต้องทำอย่างไร

 

     หากจะให้ยกตัวอย่างของกลยุทธ์ UGC ที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คงเป็นช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2566 ซึ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อ 14 พค.ที่ผ่านมา หากเปรียบพรรคการเมืองเป็นสินค้า แต่ละพรรคก็มี “ด้อม” มี “ติ่ง” เป็นของตัวเอง และต้องยอมรับว่าด้อมส้มของพรรคก้าวไกลดูจะโดดเด่นสุดในการเล่นกับกระแสและสร้าง UGC เก่งด้วยวิธีการสารพัดแบบ ไม่ว่าจะเป็นการคอมเมนต์ด้วยอีโมจิส้ม และหัวใจสีส้ม การทำคอนเทนต์ต่าง ๆ เช่น ซ่อมแซมป้ายหาเสียงที่ชำรุด ตัดเถาไม้ที่เลื้อยบังป้ายออก การทำคลิปสั้นฮา ๆ บอกใบ้ชื่อและหมายเลขพรรคก้าวไกลลงบน tiktok รวมถึงการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับพรรค

     UGC เหล่านี้ล้วนเป็นผลงานของ “หัวคะแนนธรรมชาติ” พรรคก้าวไกลที่เต็มใจทำจนเป็นกระแส แต่จะบอกว่า กลยุทธ์ UGC นั้นเกิดขึ้นมานานพอสมควรแล้ว และมีแบรนด์สินค้าและบริการหลายแบรนด์นำไปใช้จนเป็นไวรัลเช่นกัน ตัวอย่างของการสร้าง UGC ที่ประสบความสำเร็จนั้นมีมากมาย แต่จะยกมาให้เห็นเด่น ๆ ก็เช่น

     โคคา-โคล่า กับแคมเปญ “Share a Coke” ในตำนาน แคมเปญนี้เริ่มขึ้นในปี 2011 นำร่องที่ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกเมื่อแบรนด์น้ำดำโคคา-โคล่าได้นำชื่อชายหญิงราว 150 ชื่อมาพิมพ์ลงบนแพ็คเกจจิ้งของโคคา-โคล่าทั้งแบบกระป๋อง และขวดเพื่อกระตุ้นผู้บริโภคส่งต่อโค้กให้คนที่รัก ผลคือประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามเมื่อผู้คนแชร์ภาพโค้กที่มีชื่อของตัวเองลงบนโซเชียล ต่อมาจึงมีการนำแคมเปญ Share a Coke ไปใช้ในประเทศต่างๆ 80 ประเทศทั่วโลกรวมถึงในไทยที่มีการนำชื่อเล่นยอดนิยมมาพิมพ์ลงบนแพ็คเกจจิ้งจนสร้างความตื่นเต้นให้ผู้บริโภคมาแล้ว

     สตาร์บัคส์ เคยเปรี้ยงปร้างจากแคมเปญประกวด “White Cup Contest” เมื่อปี 2014 ลูกค้ามีส่วนร่วมในการวาด doodle ซึ่งหมายถึงภาพอะไรก็ได้ที่วาดเรื่อยเปื่อยตามใจคนอยากวาดลงบนแก้วสตาร์บัคส์ ใบไหนที่ลวดลายชนะใจกรรมการ จะได้รับคัดเลือกให้เป็นลายต้นแบบเพื่อนำไปผลิตแก้วสตาร์บัคส์คอลเลคชั่นใหม่ ผลตอบรับดีมาก มีลูกค้าเข้าร่วมกิจกรรมเกือบ 4,000 ราย กระทั่งอีก 2 ปีต่อมา สตาร์บัคส์ก็ทำแคมเปญคล้ายกันชื่อ Red Cup Art challenge และเช่นเคยมีชาวทวิตเตอร์และอินสตาแกรมเข้าแข่งขัน วาดภาพบนแก้วกาแฟสีแดงและลงในโซเชี่ยลจำนวนมาก

     แอปเปิล เพื่อนำเสนอจุดเด่นในการใช้งานง่ายไม่ซับซ้อนของไอโฟน แอปเปิลได้ออกแคมเปญ Shot on iPhone ให้ผู้ใช้ไอโฟนนำเสนอภาพถ่ายไม่ว่าจะเป็นภาพบุคคล ภาพวิวทิวทัศน์ หรือภาพอะไรก็ได้ที่ถ่ายโดยไอโฟนเพื่อสะท้อนว่าแม้จะเป็นคนทั่วไป คุณก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ราวกับมืออาชีพ ภาพที่ส่งเข้ามาร่วมกิจกรรมกับแอปเปิลจะถูกคัดเลือกนำไปทำเป็นป้ายโฆษณาและติดตั้งตามที่สาธารณะในหลายประเทศ แคมเปญนี้ได้รับความสนใจเพราะแต่ละภาพที่คัดมา สวยงามราวกับแอปเปิลกำลังจัดนิทัศการภาพถ่าย

     คาลวิน ไคลน์ UGC สำหรับแบรนด์แฟชั่นนั้นถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด คาลวิน ไคลน์เคยโด่งดังสุดขีดจากการนำบรู้ค ชิลด์ ดาราซึ่งเป็นไอค่อนยุค 80 มาเป็นแบบโฆษณาด้วยวลีเด็ด “ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นระหว่างฉันกับคาลวิน” จนทำให้คนทั่วโลกอินไปกับชุดชั้นในของแบรนด์นี้มาแล้ว กระทั่งล่าสุด คาลวิน ไคลน์ได้ทำแคมเปญ My Calvins บนอินสตาแกรมให้ลูกค้าร่วมกิจกรรม ถ่ายภาพในชุดชั้นในคาลวิน ไคลน์แล้วโพสต์ลงโซเชี่ยลพร้อมแคปชั่น I _____ in my Calvins เพียงไม่กี่เดือน แคมเปญก็กลายเป็นไวรัล มีคนโพสต์ภาพเกือบ 2 แสนภาพ โดยมากเป็นคนรุ่นใหม่ และจำนวนผู้ติดตามคาลวิน ไคลน์ก็เพิ่มขึ้นนับล้าน ๆ ราย

     เน็ตฟลิกซ์ บริการดูภาพยนตร์และซีรีส์แบบสตรีมมิ่งอันดับต้น ๆ ของโลกมักจัดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับซีรีย์ที่นำเสนอบนแพลทฟอร์ม ที่ประสบความสำเร็จสุดเห็นจะเป็นเรื่อง Stranger Things ซีรีส์แนวแฟนตาซีแนวใหม่ที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมทั่วโลก ซีรีส์ Stranger Things ของเน็ตฟลิกซ์คอลแลบกับสินค้าแทบทุกวงการ เช่น การจับมือกับแอลจีของเกาหลีเปลี่ยนภาพเซลฟี่ของผู้ชมให้เป็นคาแรกเตอร์ที่ชอบในซีรีส์ผ่านแอป uPic และภาพเหล่านั้นจะถูกอัพโหลดลงบนแกลเลอรี่ให้แฟน ๆ ซีรีส์คนอื่นได้ชมด้วย ถือเป็นการสร้าง engagement ที่ดีไม่น้อย

     แอร์บีเอ็นบี สตาร์ทอัพรุ่นบุกเบิกที่ขึ้นแท่นยูนิคอร์นรายนี้ ว่ากันว่าภาพที่ลงแต่ละฟีดสวยสุดในอินสตาแกรม ทำให้มีผู้ติดตามกว่า 5 ล้านบัญชี ภาพเหล่านั้นก็ได้มาจากที่พักต่าง ๆ ที่ลงในแอร์บีเอ็นบีอาจจะโดยเจ้าของที่พัก หรือลูกค้าที่เข้าพัก นอกจากอิสตาแกรมแล้ว แอร์บีเอ็นบียังรุกพื้นที่ในทวิตเตอร์ โดยปีที่แล้วมีการเชิญชวนลูกค้าเช็คอินและแชร์ภาพที่พักในแอร์บีเอ็นบีที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าที่พัก ซึ่งปรากฏว่ามีสัตว์เลี้ยงที่ติดตามเจ้าของไปพักยังที่พักของแอร์บีเอ็นบีมากกว่า 3 ล้านตัวเลยทีเดียว 

     เนื่องจาก community-driven marketing หรือการตลาดที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด การโฆษณาอย่างเดียวไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการคือการมีส่วนร่วมหรือเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่กำลังเป็นกระแสในสังคม และ UGC ก็เป็นทางออกของที่ทำให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมไปกับแบรนด์

     ข้อดีของการที่ผู้บริโภคสร้างคอนเทนต์ให้กับแบรนด์โดยไม่ได้ถูกร้องขอแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่น ความภักดีที่มีต่อแบรนด์ นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า กระตุ้นยอดขาย ทำให้แบรนด์ติดอันดับต้น ๆ ในการค้นหาบนเว็บไซต์ และที่สำคัญถือเป็นการตลาดที่แทบไม่มีค่าใช้จ่ายเพราะเกิดจากกลุ่มคนที่ภักดีต่อแบรนด์ลงมือทำให้ด้วยความเต็มใจนั่นเอง    

ที่มา : https://www.forbes.com/sites/forbesbusinesscouncil/2023/03/13/why-user-generated-content-is-winning/?sh=13d24a8a6e94

https://blog.hubspot.com/marketing/examples-of-user-generated-content

https://embedsocial.com/blog/user-generated-content-examples/

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง