ปั้นแบรนด์ให้ดัง ด้วยพลังแห่งการเล่าเรื่อง



Text : เมธาวี ทัศนาเสถียรกิจ

                แบรนด์คู่แข่งในตลาดมีอยู่กลาดเกลื่อน เราจะงัดท่าไม้ตายไหนมาใช้เพื่อมัดใจกลุ่มลูกค้าดี? โดยเฉพาะ SME อย่างเราที่เบี้ยน้อยจนน่าใจหาย ซึ่งหากใครยังนึกไม่ออกอยาก จะบอกว่าการเล่าเรื่องเป็นอีกหนึ่งท่าไม้ตายที่ง่ายต่อการหยิบนำมาใช้และที่สำคัญวิธีง่ายๆเรียกความสนใจได้ไม่น้อยทีเดียว แถมไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

               อย่าสบประมาทการตลาดแบบ Story Telling เชียวละ เพียงแค่รู้ทริคที่ใช้เล่าเรื่อง แบรนด์ของคุณจะจับจองพื้นที่ในใจลูกค้าได้ไม่ยาก

                1.เล่าจุดเริ่มต้นของแบรนด์ การที่เราจะเล่าเรื่องส่วนตัวตั้งแต่ครอบครัวรุ่นทวดจนกระทั่งเรื่องแฟนให้ใครสักคนฟังแสดงว่าเราต้องสนิทกับบุคคลนั้นระดับหนึ่ง การเล่าที่มาของแบรนด์ก็เหมือนกับการเล่าเรื่องส่วนตัวนั่นแหละ เทคนิคง่ายๆคือเล่าเรื่องให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนฟังเรื่องเล่าของเพื่อน และลูกค้าจะรู้สึกสนิทและใกล้ชิดกับแบรนด์โดยไม่รู้ตัว

                2.เล่าจุดล้มเหลว ความล้มเหลวไม่ใช่ยาพิษที่เราต้องหลีกเลี่ยงในการพูดถึงก็ทุกคนต่างต้องเคยล้มด้วยกันทั้งนั้นแล้วแต่จะเจ็บมาก เจ็บน้อย ลุกขึ้นได้เร็ว หรือลุกขึ้นได้ช้า เมื่อแบรนด์เล่าจุดที่เคยตกต่ำหรือข้อผิดพลาดเล็กๆที่เคยทำแต่วันนี้ได้รับการแก้ไข้แล้ว ผู้ฟังจะมีความรู้สึกด้านบวกกับแบรด์รู้สึกว่าแบรนด์นี้เปิดเผยและจริงใจ

                3.เล่าจุดเปลี่ยน ชีวิตคนแต่ละคนต่างมีจุดพลิกชีวิตและจุดนี่แหละที่คนอยากรู้ ถ้าเคยอ่านหนังสือชีวประวัติบุคคลที่สำเร็จ จะรู้ว่าแทบทุกเล่มไม่พลาดที่จะหยิบจุดพลิกมาตีแผ่ ในเมื่อจุดเปลี่ยนเป็นเรื่องที่ขายได้ ทำไมเราไม่ลองเล่าจุดเปลี่ยนชีวิตของแบรนด์ดูหละ เชื่อเถอะว่าลูกค้าจำนวนมากรอฟังอยู่

                ไม่ว่าจะเริ่มเล่าเรื่องผ่านจากจุดไหน จากจุดเริ่มต้น จุดล้มเหลว หรือจุดเปลี่ยนชีวิต อย่าลืมปรับ Mood and Tone ในการเล่าให้กลมกลืนกับเนื้อเรื่องเพื่อสร้างเรื่องเล่าให้กลมกล่อมขึ้น

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)

 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง