มองให้เห็นโอกาส ก่อนที่ตลาดจะมองเห็น 5 บทเรียนจากธุรกิจพันล้าน

เรียบเรียง : Ratchanee P.


     การมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องของ “ดวง” หรือ “จังหวะที่ใช่” แต่มันคือทักษะที่ผู้ประกอบการทุกคนสามารถฝึกได้ ลองเริ่มจาก 3 แนวทางนี้   ที่เหล่านักธุรกิจระดับโลกใช้จริง

     1. สังเกตพฤติกรรม มากกว่าคำพูด อย่าดูแค่สิ่งที่คน “พูดว่าอยากได้” แต่ดูให้ลึกลงไปว่าเขา “ใช้เวลา เงิน และความสนใจ” ไปกับอะไรจริง ๆ

     2. จดบันทึกปัญหาเล็ก ๆ รอบตัว ทุกความหงุดหงิดในชีวิตประจำวันอาจกลายเป็นจุดตั้งต้นของธุรกิจใหญ่ได้ ลองเก็บไว้ใน “สมุดปัญหา” แล้วกลับมาทบทวนทุกเดือน คุณอาจจะเห็นโอกาสที่คนอื่นมองข้าม

     3. เริ่มเล็กและเร็ว อย่ารอให้สมบูรณ์แบบ ลองปล่อยเวอร์ชันทดลองหรือโมเดลเล็กๆ ดูก่อน เพื่อเรียนรู้จากการตอบรับของตลาดจริง

ธุรกิจพันล้านที่เกิดจาก “การมองเห็นในมุมที่ต่าง”

1. แฟชั่นเสมือนจริง เมื่อรันเวย์ย้ายเข้าสู่โลกเกมใครจะคิดว่า “แฟชั่น” จะเติบโตได้ในแพลตฟอร์มเกม? บน Roblox ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 111 ล้านคนต่อวัน ดีไซเนอร์อย่าง Philipp Batura (Topcat) ได้สร้างแบรนด์เสมือนจริงอย่าง Gatas Only และ Chibi Couture ที่มียอดขายกว่า 1 ล้านชิ้นต่อเดือน มากกว่าบางแบรนด์หรูในโลกจริงเสียอีก

     แบรนด์ของ Topcat โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ชัดเจน โดย Gatas Only ได้แรงบันดาลใจจากสตรีทแฟชั่นและวัฒนธรรม Y2K ผสมสไตล์ gyaru ญี่ปุ่น ขณะที่ Chibi Couture เน้นลุค kawaii สดใส น่ารักแบบตัวการ์ตูน chibi ทั้งสองแบรนด์ปล่อยคอลเลกชันใหม่อย่างต่อเนื่องในรูปแบบ “weekly drops” และสร้างคอมมูนิตี้ให้ผู้ใช้ร่วมกันโชว์อวาตาร์และแลกเปลี่ยนไอเท็มจนกลายเป็นวัฒนธรรมย่อยในเกม

     บทเรียน ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z พร้อมจ่ายเพื่อ “อัตลักษณ์ดิจิทัล” ของตัวเอง ผู้ประกอบการควรมองให้เห็นว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่นี้ใช้เวลาอยู่ที่ไหน แล้วเริ่มทดลองสินค้าหรือบริการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของพวกเขา

2. มีดโกนหนวดธรรมดา ที่ซ่อนโมเดลพันล้าน ธุรกิจมีดโกนหนวดดูไม่น่าตื่นเต้นนัก แต่ Michael Dubin ผู้ก่อตั้ง Dollar Shave Club กลับเห็นปัญหาของผู้ชายทุกคน นั่นคือมีดโกนแพงและหาซื้อยาก เขาสร้างโมเดลสมัครสมาชิกรายเดือนขึ้นมา ก่อนที่ Unilever จะเข้าซื้อกิจการในราคา 1,000 ล้านดอลลาร์

     บทเรียน สินค้าธรรมดาอาจซ่อนศักยภาพมหาศาลไว้เสมอ ปัญหาที่คนมองว่า “เล็กน้อย” คือจุดเริ่มต้นของโอกาสที่ยิ่งใหญ่

3. สติกเกอร์ดิจิทัล เมื่อการแสดงออกกลายเป็นรายได้ แอปแชตส่วนใหญ่ทำเงินจากโฆษณา แต่ LINE ในญี่ปุ่นกลับมองต่างออกไป ภายใต้การนำของ Takeshi Idezawa บริษัทพบว่าผู้ใช้ยินดีจ่ายเงินเพื่อ “สติกเกอร์น่ารัก” ที่สื่ออารมณ์ได้ดีกว่าคำพูด สิ่งที่เริ่มจากฟีเจอร์เล็กๆ กลายเป็นธุรกิจทำรายได้ หลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี และช่วยหนุนให้ LINE เข้าตลาดหุ้นได้สำเร็จ

     บทเรียน สัญญาณเล็กๆ อาจชี้ถึงตลาดใหญ่ได้เสมอ อย่ามองข้ามพฤติกรรมยิบย่อยหรือธุรกรรมขนาดเล็ก เพราะนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่

4. จากที่นอนเป่าลม สู่บริษัทมูลค่า 80,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2007 Brian Chesky, Nathan Blecharczyk และ Joe Gebbia ต้องการแค่หารายได้เสริมจากการปล่อยเช่าที่นอนเป่าลมในอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง แต่โมเดล “พักที่บ้านคนอื่นในราคาย่อมเยา” ของพวกเขากลับกลายเป็น Airbnb ที่ปฏิวัติวงการท่องเที่ยวทั่วโลก

     บทเรียน ไอเดียที่ดู “แปลก” อาจตอบโจทย์ความต้องการระดับโลกได้ ถ้ามันแก้ปัญหาจริงให้คนจำนวนมาก

5. จากเมาส์เกม สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก Min-Liang Tan ผู้ร่วมก่อตั้ง Razer เริ่มต้นจากการผลิตเมาส์เกมคุณภาพสูงสำหรับนักแข่ง e-sport แต่เขาไม่หยุดแค่ “อุปกรณ์” แต่ Razer ได้สร้างวัฒนธรรมเกมเมอร์ขึ้นมา จนขยายไปสู่โน้ตบุ๊ก การเงินดิจิทัล และ e-sport เต็มรูปแบบ ปัจจุบันบริษัทมีรายได้ต่อปีมากกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์

     บทเรียน ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียง “ประโยชน์ใช้สอย” แต่ยังต้องการ “อัตลักษณ์ร่วม” กับแบรนด์ หากผู้ประกอบการเข้าใจวัฒนธรรมและความหลงใหลของกลุ่มลูกค้า ก็สามารถสร้างความภักดีและคุณค่าทางแบรนด์ได้ระยะยาว

     ที่มา : www.entrepreneur.com

 www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
  

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

อยากขายของไปยุโรป ต้องรู้เรื่องนี้! EUDR กฎหมายห้ามสินค้าจากการตัดไม้ทำลายป่า เช็กให้ดี ก่อนพลาดโอกาสทางธุรกิจ

“EUDR” กฎหมายใหม่ของสหภาพยุโรป ที่เน้น “สินค้าปลอดการทำลายป่า” ที่ต่อไปหากใครอยากส่งออกไปยุโรป ต้องพิสูจน์ที่มาให้ได้ว่า “ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า” ไม่อย่างนั้นอาจถูกแบน หรือหมดสิทธิ์ทำการค้าได้

ไม่อยากมีความสุขแค่วันเสาร์–อาทิตย์ จากโปรแกรมเมอร์ สู่แบรนด์เสื้อผ้า ARAIA ยอมทิ้งความมั่นคงมาทำสิ่งที่รัก

เพราะความมั่นคงในชีวิต อาจไม่ใช่คำตอบของความสุข นำไปสู่การตัดสินใจหันหลังให้เส้นทางโปรแกรมเมอร์ แล้วเริ่มต้นใหม่ในวงการแฟชั่น จนกลายเป็น ARAIA แบรนด์เสื้อผ้า Craftsmanship ที่ไม่ได้ตั้งใจจะตามเทรนด์ แต่ตั้งใจจะเป็นตัวเองอย่างที่สุด

“อยากให้ผมเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าของธุรกิจ?” คำขอจากทายาท Sun On เมื่อธุรกิจ 40 ปีต้องเลือกเส้นทาง “เติบโต หรือแค่อยู่รอด”

“อยากเลี้ยงผมเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าของธุรกิจ?” นี่คือเดิมพันครั้งใหญ่ของ “บูม-นภัส ศิรินันท์” ทายาทรุ่นที่ 2 ของแบรนด์เส้นผมระดับตำนานอย่าง Sun On ในวันที่ธุรกิจกำลังดิ่งเหว พ่อป่วยซึมเศร้า และโลกออนไลน์กำลังไล่ล่าธุรกิจยุคเก่า