Text : Surangrak.Su
Photo : CONCUR Patchwork
เมื่อพูดถึง “สามจังหวัดชายแดนใต้” ภาพจำของใครหลายคนอาจยังวนเวียนอยู่กับข่าวความไม่สงบ แต่ในอีกมุมหนึ่งของพื้นที่เดียวกัน กำลังมีภาพใหม่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น คือ ดินแดนของเสื้อผ้ามือสองขนาดใหญ่ ที่คนรุ่นใหม่สนุกกับการแต่งตัวอย่างไร้กรอบ มิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าจากทั่วโลกตามสไตล์ของตัวเองอย่างอิสระ
ทว่าภายใต้สีสันของแฟชั่นเหล่านั้น กลับซ่อนปัญหาเงียบเอาไว้ เสื้อผ้าจำนวนมากที่ขาด ชำรุด ไม่สามารถขายต่อได้ กลายเป็นกองขยะเสื้อผ้าเหลือทิ้งจำนวนมหาศาลจากตลาดเสื้อมือสองที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
จากพ่อค้าเสื้อมือสอง สู่จุดตั้งต้นของการเปลี่ยนแปลง
ปัญหานี้ คือ สิ่งที่ “จู–ฮุสนีย์ สาแม” มองเห็นมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และเริ่มต้นอาชีพพ่อค้าเสื้อมือสองออนไลน์
เขารู้ดีว่าเสื้อผ้าใน 1 กระสอบ ไม่ได้มีแค่ของที่ขายดี เสื้อผ้าเหล่านั้นถูกแบ่งออกเป็นหลายเกรด เกรด A คือ แบรนด์เนม, หายาก 20%, รองมา คือ เกรด B เสื้อผ้าทั่วไป 40% ที่เหลือจะเป็นเกรด C ที่มีตำหนิ ขาด ชำรุด ซึ่งมักจบลงที่ถังขยะ กลายเป็นต้นทุนที่ต้องยอมทิ้งไปอย่างไร้ค่า
จูมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนวันหนึ่งเขาเริ่มตั้งคำถามว่า จะมีทางไหนหรือไม่ ที่จะไม่ต้องปล่อยให้เสื้อผ้าเหล่านี้กลายเป็นขยะโดยเปล่าประโยชน์
คำตอบของคำถาม จูเริ่มต้นจากการทดลองเล็กๆ โดยนำเสื้อผ้าเกรด C ที่ขายไม่ออก มาลองซ่อมแซม ปะ ตกแต่งใหม่ แล้วโพสต์ขายอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้เกินคาด จากเสื้อผ้าตัวละ 20 บาท สามารถอัพราคาขึ้นมาได้เกือบห้าร้อยบาท
การทดลองครั้งนั้น ทำให้เขาเริ่มมองเห็นลู่ทางใหม่ จนกระทั่งได้รู้จักกับเทคนิคการซ่อมเสื้อผ้าแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า “Patchwork” ซึ่งเป็นการนำเศษผ้ามาปะลงบนเสื้อผ้าที่ขาดหรือชำรุด เทคนิคนี้ไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้า แต่ยังสร้างเรื่องราวใหม่ให้กับเสื้อผ้าแต่ละชิ้น เสื้อผ้าเหลือทิ้งจึงถูกชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ในฐานะงานแฟชั่นที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก
6 ปี 280 คอลเลกชันกับการเรียนรู้จากการลงมือทำจริง
แม้จะไม่มีพื้นฐานงานเย็บหรือการออกแบบมาก่อน จูเลือกเรียนรู้จากการลงมือทำจริง เขาหาช่างในชุมชนที่เป็นแม่บ้านว่างงานมาร่วมงาน โดยเปิดคลิปจากยูทูป ทดลองทำ และปรับแก้ไปพร้อมกัน เขาเป็นคนเลือกเศษผ้า วางเลเยอร์สี และกำหนดลวดลายด้วยตัวเอง จากกางเกงยีนส์ตัวแรก ค่อยๆ ขยายไปสู่เสื้อคลุม กระเป๋า และหมวก จนกลายเป็นแบรนด์แฟชั่นอัพไซเคิลในชื่อ “CONCUR Patchwork”
“เทคนิคการเย็บไม่ยาก แต่สิ่งที่ยาก คือ ทำยังไงให้งานออกมาสวย ซึ่งเสน่ห์ของงาน PatchWork คือ แต่ละตัวทำออกมาจะไม่ซ้ำกันเลย ข้อดีอีกอย่าง คือ ถ้าคอลเลคชั่นไหนขายไม่ออก คุณสามารถเอาไปปะ, ดัดแปลงเพิ่มได้ ไม่มีผิด มีถูก กลายเป็นคอลเลคชั่นใหม่ เท่ากับว่าความเสี่ยงที่มีเป็นศูนย์”
ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี จูออกแบบผลงานไปแล้วกว่า 280 คอลเลกชัน แต่ละคอลเลกชันผลิตเพียง 4–5 ชิ้น เพื่อคงความยูนีคอย่างแท้จริง เขายอมรับว่าประสบการณ์การเป็นพ่อค้าเสื้อมือสองมากว่า 9 ปี ช่วยให้เขาเข้าใจแพตเทิร์นตลาดเป็นอย่างดี ว่าแบบไหนลูกค้าชอบ แบบไหนขายไม่ได้
“บางทีการที่เราไม่ได้เรียนแฟชั่นอย่างเป็นทางการ มันทำให้เรากล้าหลุดกรอบ กล้าคิด กล้าทำ” จูกล่าว
Artipreneur ศิลปินที่ต้องเข้าใจธุรกิจ
จูให้นิยามตัวเองทำว่าเป็น “Artipreneur” มาจากคำว่า Artise + Entrepreneur หมายถึง คนทำงานศิลปะที่ต้องเข้าใจธุรกิจ สำหรับเขาแฟชั่นจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและอยู่รอดได้ในเชิงธุรกิจ
เสื้อผ้าของ CONCUR Patchwork ใช้วัตถุดิบจากเสื้อมือสองที่ยังใช้งานได้เป็นโครงหลัก ส่วนเศษผ้าที่ชำรุดและแทบไม่มีมูลค่า จะถูกนำมาตัดเป็นชิ้นๆ เพื่อใช้ตกแต่ง การทำงานลักษณะนี้ไม่เพียงช่วยลดขยะ แต่ยังทำให้ต้นทุนต่ำและสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลายเท่า
“ยกตัวอย่างสมมติถุงผ้าใบละ 2 บาท นำมา 24 ใบ ประกอบเป็นงานขึ้นมา 1 ชิ้น บวกค่าช่างเย็บอีก 120 บาท แต่เราสามารถขายได้สูงสุด 1,490 บาทต่อชิ้นเลย”
โดยขั้นตอนการทำงานจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากซื้อวัตถุดิบเศษผ้ามือสองมาแล้ว ซึ่งทุกวันนี้เขาใช้วิธีรับซื้อมาจากเพื่อนพ่อค้าแม่ค้าที่เคยเปิดกระสอบขายเสื้อผ้ามือสองด้วยกันหมุนเวียนสลับกันไป ขั้นตอนที่ 1.ทีมตัดผ้า ตัดออกมาเป็นชิ้นๆ และแยกไว้ตามโทนสี 2.ทีมช่างประกอบ นำผ้ามาต่อกันเป็นผืน 3.ทีมช่างเย็บ ประกอบทุกอย่างรวมกันขึ้นมาเป็นตัว
ปัจจุบันแบรนด์จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน กระจายงานให้กับชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา นอกจากนี้เสื้อผ้าของเขายังถูกส่งออกไปสู่มือลูกค้ามากกว่า 22 ประเทศทั่วโลก และเติบโตอย่างต่อเนื่องจากกระแสความสนใจด้านสิ่งแวดล้อม
จากแบรนด์ชุมชน สู่ความฝัน Industry Hub แฟชั่นอัพไซเคิล
จูมองว่า ปัญหาขยะเสื้อผ้ามือสองใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อาจกลายเป็นจุดแข็งสำคัญในอนาคต หากได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี เขาฝันอยากเห็นพื้นที่แห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางแฟชั่นอัพไซเคิล หรือ Industry Hub ที่ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาดูงาน
“เราเลือกไม่เล่าเรื่องความรุนแรง แต่เลือกเล่าเรื่องใหม่ๆ ที่สร้างความหวังได้ ผมอยากให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นศูนย์กลางแฟชั่นอัพไซเคิล เป็นเมืองที่คนเดินทางมาดูงาน ไม่ใช่แค่มองผ่านข่าวความรุนแรง ที่นี่เรามีแหล่งวัตถุดิบจำนวนมากที่ใช้ยังไงก็แทบไม่หมด แค่ลองเปลี่ยนปัญหา ให้เป็นโอกาส” จูกล่าว
โดยนอกบริหารจัดการธุรกิจ ทุกวันนี้เขายังแบ่งเวลาไปเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่สนใจอยากทำงานด้านแฟชั่นอัพไซเคิล ซึ่งเขายินดีมากหากจะมีแบรนด์แฟชั่นอัพไซเคิลใหม่ๆ เกิดขึ้นมา รวมไปถึงยังแบ่งกำไร 1 ใน 3 ส่วนมอบคืนให้กับสังคม เพื่อเป็นทุนการศึกษา, ซื้อข้าวสารให้ชาวบ้าน, ทุนประกอบอาชีพ ฯลฯ โดยแต่ละเดือนจะมีการอัพเดตให้เห็นผ่านหน้าเพจตลอด
“เงินไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต อิมแพคที่เกิดขึ้นกับผู้คนและสังคมต่างหาก ที่ทำให้ผมรู้สึกเติมเต็มกับชีวิต”
จูเล่าว่าทุกวันนี้ธุรกิจของเขาสามารถเชื่อมโยงกระจายรายได้ให้กับผู้คนได้มากถึง 12 กลุ่ม อาทิ พ่อค้าแม่ค้า, นักศึกษา, กลุ่มแม่หม้าย, ช่างเย็บผ้า, สิ่งแวดล้อม, บริษัทขนส่ง ฯลฯ
CONCUR Patchwork จึงไม่ใช่เพียงแบรนด์แฟชั่น แต่เป็นบทพิสูจน์ว่า หากกล้ามองปัญหาให้ต่างออกไป ขยะอาจกลายเป็นโอกาส และชายแดนใต้ อาจถูกจดจำใหม่ในฐานะดินแดนแห่งแฟชั่นยั่งยืนได้ในสักวันหนึ่ง
|
การศึกษา = เกราะกำบังชั้นดีของธุรกิจ อีกหนึ่งเรื่องที่จูอยากฝากไว้ คือ การให้ความสำคัญกับการศึกษา เขามองว่าการทำธุรกิจที่ถูกต้อง ควรควบคู่กับการเรียนรู้ที่ถูกต้องด้วย ซึ่งเป็นเหมือนเกราะกำบังช่วยป้องกันไม่ให้เราต้องเจอกับความผิดพลาดได้ ตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี เอกวิชาภาษาอังกฤษ เขาก็เรียนต่อปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ MBA จนปัจจุบันกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอกสาขาการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainable Development) ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) “ผมว่าการทำธุรกิจที่ดี ต้องควบคู่กับการเรียนรู้ที่ถูกต้อง การมีความรู้ เหมือนเราได้เรียนรู้ประสบการณ์ล่วงหน้า ก่อนที่จะไปเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้าย วันหนึ่งต่อให้ล้มในเส้นทางธุรกิจ เราก็ยังสามารถเอาใบปริญญานี้ไปสมัครงาน ทำให้มีทางเลือกมากขึ้น เป็นการสร้างความมั่นคงรูปแบบหนึ่งให้กับชีวิต” จูกล่าวเอาไว้ |
ข้อมูลติดต่อ
https://www.facebook.com/Concur.official
โทร. 064 239 7370
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี