Text : Phanrung
รู้หรือไม่? ว่าหนึ่งในแบรนด์น้ำสมูทตี้ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง "Innocent Drinks" ไม่ได้เริ่มต้นจากการทำแผนธุรกิจ (Business Plan) หรือเงินลงทุนก้อนโต แต่เริ่มมาจาก... "ถังขยะ 2 ใบ" และ ในงานเทศกาลดนตรี
ย้อนกลับไปในปี 1998 เพื่อนซี้ 3 คนอย่าง Richard Reed, Adam Balon และ Jon Wright ซึ่งตอนนั้นยังเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ ที่มีไอเดียอยากทำเครื่องดื่มสุขภาพแบบเรียบง่าย แต่ก็ไม่กล้าทิ้งเงินเดือนที่มั่นคง พวกเขาเลยใช้เงินเก็บก้อนสุดท้าย 500 ปอนด์ ซื้อผลไม้มาปั่นใส่ขวด แล้วไปตั้งบูธเล็กๆ ในงานเทศกาลดนตรี Jazz ที่ลอนดอน เพื่อดูว่าคนจะสนใจไหม
แทนที่จะนั่งวิเคราะห์หรือทำรีเสิร์ช พวกเขาเลือกใช้วิธีที่ตรงไปตรงมาอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือป้ายหน้าบูธที่พวกเขาเขียนถามลูกค้าตรงๆ ว่า "พวกเราควรลาออกจากงานมาทำน้ำผลไม้ขายไหม?" พร้อมมีถังขยะวางไว้ 2 ใบ ถังที่ 1 แปะป้ายว่า "YES" (ถ้าดื่มแล้วชอบ ทิ้งขวดลงถังนี้เลย) ขณะที่ถังที่ 2 แปะป้ายว่า "NO" (ถ้าไม่เวิร์ก ทิ้งถังนี้)
ผลลัพธ์คือถัง “YES” เต็มจนล้นทะลัก ส่วนถังขยะ "NO" มีอยู่แค่ 3-4 ขวดเท่านั้น
พอจบงาน วันจันทร์ถัดมาทั้งสามคนเลยเดินเข้าไปยื่นใบลาออกพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายเพื่อมาลุยธุรกิจน้ำผลไม้เต็มตัว!
หลังจากเริ่มต้นจริงจัง Innocent Drinks วางจุดยืนชัดเจนว่าเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติ 100% ไม่มีสารปรุงแต่ง พร้อมสื่อสารด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ขี้เล่น และเข้าถึงง่าย แตกต่างจากแบรนด์เครื่องดื่มทั่วไปในตลาด เช่น แทนที่จะบอกวิธีดื่มแบบทางการ หลังขวดกลับเขียนว่า "เขย่าก่อนดื่มนะ (แต่ไม่เอาแบบแรงจนระเบิดใส่หน้า)" หรือการแอบใส่ตารางแคลอรี่แบบตลกๆ เป็นต้น
ความสำเร็จนี้ของ Innocent Drinks ไปเตะตายักษ์ใหญ่อย่าง Coca-Cola จนในที่สุดก็ถูกเข้าซื้อกิจการไปเกือบทั้งหมดในปี 2013 แล้วขยายการเติบโตสู่ระดับโลก
ปัจจุบัน แบรนด์ได้ขยายไปสู่สินค้าหลากหลาย ทั้งน้ำผลไม้และเครื่องดื่มจากพืช แต่ยังคงรักษา DNA ของความ “เรียบง่าย จริงใจ และดีต่อสุขภาพ” เอาไว้ได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังเป็นบริษัทที่ได้รับรองมาตรฐาน B Corp ซึ่งหมายความว่าต้องทำธุรกิจโดยคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น ล่าสุดยังสร้างโรงงาน "The Blender" ที่ร็อตเตอร์ดัม ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี