Text : nimsri
ใครจะคิดว่า…คาเฟ่เล็กๆ ในชุมชนจะกลายเป็น “ตลาดผักของหมู่บ้าน” ได้?
“ท่องยามู Café” คาเฟ่เล็กๆ ในชุมชนบ้านทุ่งยามู จังหวัดยะลา ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศน่ารักสบายๆ แต่ยังมีไอเดียเปลี่ยนพื้นที่หน้าร้านให้กลายเป็น “ร้านผักชุมชน” ให้ชาวบ้านนำผลผลิตมาวางขาย จนกลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร
คำว่า “ท่องยามู” มาจากการออกเสียงภาษาใต้จาก “ทุ่ง” เป็น “ท่อง” ส่วน “ยามู” (หรืออ่านว่า ยาหมู) เป็นภาษามลายู เป็นชื่อเรียก “ลูกชมพู่ลูกเล็กๆ สีแดง”
จุดเริ่มต้นมาจาก “โก้ - อรรศพงศ์ วงศ์กระจ่าง” คนในพื้นที่ที่ชอบทั้งกาแฟ การตกแต่ง และวิถีชีวิตชุมชน โก้เริ่มจากการเปิดร้านเล็กๆ หลังเลิกงาน จากท้ายรถกระบะของพ่อ จากนั้นค่อยๆ ขยับขยายมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นคาเฟ่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ด้วยแนวคิดง่ายๆ ว่า “คนในชุมชนอยู่ได้ ธุรกิจก็อยู่ได้ ต้องพึ่งพากัน”
จากคนที่ชอบปลูกผักอยู่แล้ว โก้จึงลองเอาผักที่ปลูกมาวางหน้าร้าน ก่อนจะชวนชาวบ้านให้นำผลผลิตที่เหลือจากการบริโภคมาฝากขาย โดยตั้งราคากันเอง ขายได้เท่าไหร่ก็รับไปเต็มๆ โดยเขาจะทำหน้าที่จดเอาไว้ “ป้าคนนี้เอากล้วยมา 4 หวี..ป้าคนนี้เอามะละกอมา 4 ลูก เราก็จดไว้ พอตอนเย็นขายได้ เขาก็มาเอาเงินกลับไป”
ไม่น่าเชื่อว่าไอเดียดังกล่าวของโก้ จะช่วยให้ผักของชาวบ้านขายดีขึ้น เรียกว่า “ขายหมดทุกวัน” เมื่อเทียบกับแต่ก่อนที่วางขายกันเองที่หน้าบ้าน เหตุผลที่เป็นอย่างนั้นเนื่องจากโก้ไม่ได้ให้ชาวบ้านเอาผักมาวางขายเฉยๆ แต่เขายังช่วยออกแบบตกแต่งร้านให้สวยงาม เอาตะกร้ามาวางเรียงกัน จากใส่ถุงหิ้วธรรมดาขาย ก็นำมามัดจัดแต่งให้ดูน่าซื้อ สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากยิ่งขึ้น
ทำให้เวลามีลูกค้าผ่านมา ทั้งจากข้างนอกชุมชนและภายในชุมชนเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าร้านกาแฟอยู่แล้ว ก็ได้มาอุดหนุนผักปลอดสารดีๆ ราคาย่อมเยากลับไปรับประทานด้วย โดยเฉลี่ยวันหนึ่ง หากมีผลผลิตพอขายจะมีชาวบ้านนำผักมาฝากวางหลายสิบครัวเรือน สร้างรายได้ให้กับชุมชนไม่ต่ำกว่าหลักพันบาท
นอกจากได้ช่วยชุมชนให้มีพื้นที่วางขายวัตถุดิบดีๆ โก้เล่าว่าตัวธุรกิจเองก็ได้ประโยชน์กลับมาเช่นกัน
“เหมือนเป็นการช่วยชุมชน แต่จริงๆ แล้ว กลายเป็นการสร้างความแตกต่าง และจุดเด่นให้ร้านกลับมาเหมือนกัน คงไม่มีคาเฟ่ที่ไหน มีร้านแผงผักของชุมชนตั้งอยู่ด้านหน้า และยังทำให้บรรยากาศร้านน่าเข้า ซึ่งไม่ใช่แค่ของประดับตกแต่ง แต่เป็นของจริงที่ซื้อกลับไปกินได้เลย”
โดยทุกวันนี้โก้มีรายได้จากยอดขายเครื่องดื่มอย่างไม่ได้เลย คือ ไม่ต่ำกว่า 50 แก้ว หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดใช้น้ำแข็งประมาณ 4-5 กระสอบ หรือร้อยกว่าแก้วขึ้นไปเลยทีเดียว โดยขายราคาย่อมเยาแก้วละ 20-40 บาท เข้าถึงได้ทุกวัยทุกกลุ่ม โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าข้างจากนอกชุมชนประมาณ 80%
ไม่น่าเชื่อว่าจากคาเฟ่เล็กๆ จะกลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมทั้งคน ธุรกิจ และชุมชนเข้าไว้ด้วยกันได้ สมกับความตั้งใจดีตั้งแต่แรกของโก้ที่อยากให้พื้นที่ตรงนี้กลายเป็นพื้นที่ของชุมชนอย่างแท้จริง ทุกคนสามารถมาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะมานั่งเล่น, นั่งกินข้าว, ขายผัก ฯลฯ ด้วยกันได้
บางทีสิ่งที่ทำให้ธุรกิจอยู่ได้นาน อาจไม่ใช่แค่การขายของดีอย่างเดียว แต่คือ การทำให้คนหรือชุมชนรอบตัวอยู่ได้ไปพร้อมกัน
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี