“50 full อาหารอร่อย” อร่อย 50 บาทผ่านโลกออนไลน์






Text : Sur nim



    ผ่านไปแถวประชานิเวศน์ 1 เลี้ยวขวาเข้าซอยเทศบาลนิมิตรใต้ 22 ราว 100 เมตร สังเกตซ้ายมือจะพบกับบ้านหลังสีขาว รูปทรงคล้ายกับบ้านตากอากาศสมัยก่อน บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะชุดเล็กๆ 5-6 โต๊ะจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ของบริเวณสวนหน้าบ้าน คือ ที่ตั้งของร้าน 50 full อาหารอร่อย ร้านอาหารกลางวันสุดคุ้มในราคาเพียงเมนูละ 50 บาท ตอบโจทย์หนุ่มสาวออฟฟิศในยุคที่อะไรๆ ก็แพงได้เป็นอย่างดี

 



    “มันเริ่มมาจากความคิดว่าจะทำอะไรกันดี พื้นที่ตรงนี้เป็นโฮมออฟฟิศและใช้เก็บอุปกรณ์การจัดแสง ส่วนใหญ่ถ้าต้องไปถ่ายงาน ก็จะว่าง ไมได้ใช้ทำอะไร เราเป็นคนชอบทำอาหาร ลูกชาย (เซฟเมธัส เรืองจุ้ย) ก็เรียนมาทางด้านนี้ด้วย เลยคิดว่างั้นเรามาทำร้านอาหารกันดีกว่า ซึ่งจุดเด่นที่เรามี เราคิดว่าเรื่องอาหารเราผ่าน ทั้งรสชาติและคุณภาพ เพราะเราทำเหมือนเรากินเอง ไม่ใส่ชูรสด้วย บรรยากาศเราก็ได้ ร่มรื่นเหมือนได้มากินข้าวที่บ้าน 

 


    แต่ข้อด้อยคือ เราอยู่ในซอย ร้านอาหารข้างนอกมีมากมาย จะทำยังไงให้สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาหาเราได้ ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างนี้ เราคิดว่าถ้าเราสามารถทำอะไรให้เขารู้สึกคุ้มค่าได้ ยังไงก็ต้องมีคนมา เลยคิดเป็นคอนเซ็ปต์ ’50 full อาหารอร่อย’ ขึ้นมา จ่ายเพียง 50 บาท แต่คุณได้อิ่มท้องออกไป เพราะเรามีทั้งอาหารจานหลัก ขนม น้ำสมุนไพร ชา กาแฟไว้บริการ” นิสากร รอดเจริญ เจ้าของร้านกล่าวถึงที่มา

 


    ทั้งนี้ นิสากรเลือกที่จะทำเป็นร้านขายอาหารกลางวัน เพียงวันละ 2 ชั่วโมง 11.00-14.00 น. เนื่องจากลูกค้าที่มารับประทาน ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าออฟฟิศมักจะมารับประทานมื้อเดียว ทำเลก็ไม่ได้มีผู้คนพลุกพล่านผ่านไปมาทั้งวัน หากขายทั้งวันจะเป็นการสิ้นเปลืองต้นทุนมากกว่า โดยในแต่ละวันจะเซตเมนูขึ้นมาวันละ 4-5 เมนู จำกัดเพียงเมนูละไม่กี่จาน 
 


    เมื่อได้คอนเซ็ปต์ ลงรายละเอียดของธุรกิจ ก็มาถึงการโปรโมตและลงรายละเอียดของธุรกิจ 50 full ใช้วิธีโปรโมตร้านและสื่อสารกับลูกค้าผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งในทุกๆ เย็นจะมีการโพสต์เมนูอาหารในวันถัดไป เพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาสั่งจองล่วงหน้า ก่อนเวลาร้านเปิด โดยบางเมนูยังไม่ทันข้ามวัน ก็ถูกจองเต็มไว้หมดแล้ว

 


    “การให้ลูกค้าสั่งจองไว้ล่วงหน้า เป็นการดีทั้งสองฝ่าย ลูกค้ามาถึงก็สามารถกินได้เลย ไม่ต้องรอนาน เพราะแจ้งเวลาล่วงหน้าไว้แล้ว เราเองก็ได้รู้ยอดลูกค้าที่แน่นอน รู้ว่าแต่ละวันจะขายได้เท่าไหร่ ต้องเตรียมวัตถุดิบอะไรบ้าง วัตถุดิบก็มีความสดใหม่ ไม่ต้องมาสต๊อกของมากมายเหมือนร้านตามสั่ง ต้นทุนก็สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้ ยังมีความสนุกได้ครีเอตเมนูในแต่ละวัน ลูกค้าก็สนุกที่จะลุ้นว่าพรุ่งนี้จะมีเมนูอะไร ในวันหนึ่งเราจะมี 4 เมนู ตกอาทิตย์ละ 20 เมนู ไม่ให้ซ้ำกันเลย เช่น สเต๊กหมูสันนอก กริลล์เฟรนซ์โทสต์แซนด์วิช ลาบแซลมอน แถมเรายังมีเวลาเหลือเอาไปทำอย่างอื่นที่อยากทำได้อีกเยอะ”
 



    ถึงบรรทัดนี้ จึงอาจกล่าวได้ว่า การทำร้าน 50 full เหมือนเป็นการแชร์กัน ทั้งเจ้าของร้านเองและลูกค้า ลูกค้าได้รับประทานของอร่อย คุณภาพดี ไม่จำเจ เจ้าของร้านเองก็ได้สนุกกับสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ต้องกดดัน ไม่ต้องเครียดว่าจะมีลูกค้าหรือไม่มี ไม่ต้องนั่งรอขายทั้งวัน โดยมีเฟซบุ๊กเป็นตัวเชื่อมในการทำการตลาด เรียกว่าวิน-วิน ด้วยกันทั้งคู่

    เมื่อเรารู้ว่าเราต้องการอะไรและจะทำอะไร มีเป้าหมายชัดเจน ทุกอย่างก็ง่ายและสนุกกับมันได้...ว่าแล้ววันนี้ลองมากินข้าว แบบร้านไม่ตามสั่งดูบ้างไหม

Facebook page : 50 full อาหารอร่อย
โทร. 0-2589-5677

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)



RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

แค่ถักผม…ก็เป็นไอเดียธุรกิจได้ Pints & Ponytail เวิร์กชอปพ่อบ้านใจกล้า เชื่อมความผูกพันครอบครัว ผ่านคลาสเรียนถักเปีย

หนึ่งในไอเดียที่กำลังเป็นไวรัล ณ เวลานี้ คือ “Pints & Ponytail” เวิร์กชอปสอนถักผมสำหรับคุณพ่อ เพราะนี่ไม่ใช่แค่คลาสสอนทักษะธรรมดา แต่คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คุณพ่อได้ใช้เวลา เรียนรู้ และสร้างความผูกพันกับลูกสาวในแบบที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน

พลิกโรงงานฟองเต้าหู้ 89 ปี ทายาทรุ่น 3 ปั้นแบรนด์ฟองฟอง ใช้นวัตกรรมสร้างฟองเต้าหู้สดเจ้าแรกในไทย จนกลายเป็น Product Hero ที่ตลาดต้องการ

"โอกาสทางธุรกิจบางครั้งก็เหมือนเส้นผมบังภูเขา แค่เรามองมุมใหม่ 360 องศา สินค้าเดิมๆ ก็ดูมี Value ขึ้นมาทันที" และนี่จึงเป็นที่มาของการพลิกโรงงานฟองเต้าหู้ 89 ปี ด้วยนวัตกรรม นำมาสู่แบรนด์ฟองฟอง ฟองเต้าหู้สดเจ้าแรกของไทย

ใครจะคิด! Innocent Drinks แบรนด์สมูทตี้ระดับโลก เริ่มต้นธุรกิจด้วยคำถาม “ควรลาออกดีไหม?” และถังขยะ YES หรือ NO  

รู้หรือไม่? ว่าหนึ่งในแบรนด์น้ำสมูทตี้ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง "Innocent Drinks" นั้น เริ่มต้นมาจาก...คำถามว่า่ "พวกเราควรลาออกจากงานมาทำน้ำผลไม้ขายไหม?" และถังขยะ 2 ใบ YES และ No ในงานเทศกาลดนตรี