“อิจิรัน ราเมง”ขายที่ความแปลก

 




เรื่อง วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

    กฏเหล็กอย่างหนึ่งของการขายไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการคือ differentiation หรือการสร้างความแตกต่าง เชื่อว่าหลายคนที่ชอบท่องเที่ยวญี่ปุ่น คงจะเคยได้ยินชื่อร้านราเมงที่ชื่อ “Ichiran Ramen” กันมาบ้าง เนื่องจากเป็นหนึ่งในร้านราเมงที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ขนาดที่ลูกค้าต้องต่อคิวยาวกว่าจะได้เข้าไปลิ้มรสราเมงในตำนาน คนไทยที่คุ้นเคยราเมงเจ้านี้จะเรียก “ร้านราเมงข้อสอบ”ฉายานี้มีที่มา


    ร้านนี้เปิดบริการเมื่อปี 2503 หรือ 56 ปีก่อนที่เมืองฮากาตะ จังหวัดฟุกุโอกะ ได้รับความนิยมอย่างมาก จนขยายสาขาไปทั่วญี่ปุ่นกว่า 50 สาขา และในต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกง นิวยอร์ก หากถามความเห็นคนญี่ปุ่น อิจิรันอาจจะไม่ใช่ร้านดีที่สุด แต่สำหรับนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติ ถือเป็นร้านที่ต้องแวะชิม ถ้าไม่ชิมถือว่าพลาด ร้านราเมงในญี่ปุ่นมีนับพันนับหมื่นแห่ง แต่อะไรที่ที่ทำให้ราเมงร้านนี้เป็นที่ถูกอกถูกใจลูกค้ายิ่งนัก ทั้งที่สินค้าที่จำหน่ายก็มีแค่ราเมงเพียงอย่างเดียว


    มาดูกันถึงวิธีการสั่ง ก่อนอื่นคือกดใบสั่งซื้อพร้อมจ่ายเงินที่ตู้หน้าร้าน เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะที่มีลักษณะคล้ายคอกเล็ก ๆ เรียงต่อกันยาว ในแต่ละช่องจะมีกระดาษให้เราวงรสชาติและส่วนผสมที่ต้องการ มีให้เลือก 7 ข้อ และมีให้เลือกพิเศษ เช่น เพิ่มไข่ต้ม เพิ่มหมู เพิ่มเส้น เป็นต้น เมื่อวงเสร็จ วางกระดาษไว้ พนักงานจะมาเก็บและปรุงตามรายการที่สั่ง พร้อมนำมาเสิร์ฟ


    จุดขายของอิจิรัน ราเมงคือความพิเศษไม่เหมือนใคร สิ่งแรกที่เห็นคือโต๊ะที่ให้ลูกค้านั่งมีลักษณะช่องของใครช่องของมัน แยกเป็นส่วนตัว เหมือนนั่งทำข้อสอบ จึงเป็นที่มาของคำว่าราเมงข้อสอบ ถ้ามาเป็นกลุ่ม ก็จะไม่สามารถคุยกันได้ เหตุผลที่ทางร้านเลือกใช้โต๊ะแบบนี้ให้ลูกค้าได้มีสมาธิและดื่มด่ำกับรสชาติอาหาร 


    จุดขายที่สองคือการนำระบบ customization มาใช้ ความจริงระบบแบบนี้บ้านเราก็มี ใช้กันเกร่อตามร้านก๋วยเตี๋ยว และร้านอาหารตามสั่ง เหมือนที่เราตะโกนสั่ง เล็ก น้ำ ชิ้น สด ไม่งอก นี่คือการ customize อย่างหนึ่ง แต่ที่ร้านอิจิรัน ราเมงordering sheet หรือกระดาษให้ลูกค้าเลือกสั่งตามที่ชอบนั้นมีความละเอียดละเมียดละไมมากกว่าเยอะ ตั้งแต่ชนิดของเส้น (เด้งมาก เด้ง ปกติ นุ่ม นุ่มมาก) ความเข้มข้นของซุป (อ่อน ปกติ เข้มข้น) ความชุ่มของน้ำมัน ปริมาณกระเทียมที่ต้องการ ความเผ็ดของซ้อส ไปจนถึงต้นหอมว่าใส่หรือไม่ใส่ ถ้าใส่ต้องการแบบซอยหนาหรือบาง


    จุดขายสุดท้ายคือรสชาติของอาหาร อิจิรันราเมงจะมีซ้อสแดงที่ผสมเครื่องเทศ 30 ชนิด เคี่ยวทั้งวันทั้งคืนจนได้ที่ เป็นเครื่องชูรส ส่วนเส้นเป็นเส้นสดทำเองจากแป้งชนิดพิเศษที่ใช้เทคนิคเฉพาะให้ได้เส้นราเมงที่ลื่นคล่องคอ น้ำซุปเป็นซุปทงโคะสึหรือซุปจากกระดูกหมูที่มีเคล็ดลับในการเคี่ยวแล้วไม่คาว เมื่อนำมารวมกันจึงเกิดความอร่อยลงตัวในราเมงชามหนึ่ง


    แต่จะว่าไป อันเรื่องของรสชาตินั้น เป็น personal preference แต่ละคนอาจชอบไม่เหมือนกัน แต่คิดว่าระบบการให้บริการของร้าน (จัดโต๊ะเป็นคอก อารมณ์คล้าย ๆ กำลังทำข้อสอบ คุยกันไม่ได้) เป็นความต่างที่ทำให้เกิดการบอกกันปากต่อปาก เมื่อบวกกับรสชาติได้มาตรฐานระดับหนึ่ง จึงทำให้ใครก็อยากไปชิม ไปถ่ายรูปเก๋ ๆ มาโพสต์ลงโซเชี่ยลมีเดีย ประกาศให้รู้ว่าไปลองมาแล้ว ไม่ตกกระแสนะจ๊ะ

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

อมต ชัยเกรียงไกร จากผู้อยู่เบื้องหลัง 2,000 สูตรสกินแคร์ญี่ปุ่น สู่ผู้ก่อตั้ง AMT Skincare รายได้ 520 ล้าน ด้วยโมเดล ‘ให้ความรู้ก่อนการขาย’

นักวิจัยเกียรตินิยมอันดับ 1 มีประสบการณ์จาก KOSÉ บริษัทเครื่องสำอาง Top 3 ของญี่ปุ่น แต่หางานในไทยไม่ได้ เพราะ 'Overqualified' จากวันที่มืดแปดด้าน อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ อมต ชัยเกรียงไกร กลับมาสร้างอาณาจักรธุรกิจ AMT Skincare ได้สำเร็จ

ชาว Dog Lover ต้องถูกใจสิ่งนี้! Hide Away Club “คาเฟ่หมาจร” ไอเดียทำธุรกิจยุคใหม่ เปิดคาเฟ่ไปด้วย ช่วยน้องหาบ้านไปด้วย

รู้จัก Hide Away Club หรือที่หลายคนเรียกว่า “คาเฟ่หมาจร” จ.นครปฐม ที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้น้องหมาได้พบกับบ้านหลังใหม่

ไม่ได้เริ่มจากความพร้อม แต่เริ่มจากทางตัน Jimmy Family Restaurant กับบทเรียนการสู้ไม่ถอย พลิกธุรกิจฟื้นกลับมาได้ ในวันที่เกือบล้ม

เรียนจบกลับมา เหลือเงินในบ้าน 5,000 บาท หนี้ก้อนโต และร้านอาหารที่กำลังจะเปิด นี่คือจุดเริ่มต้นของ Jimmy Family Restaurant และไนน์-ภากร มหิทธาฤทธิกร ในวัย 22 ปี ก่อนที่จะเจอวิกฤติอีกครั้ง เมื่อคู่แข่งมาเปิดร้านใกล้ๆ จนขาดทุน เขาทำอย่างไรจึงพลิกธุรกิจกลับมาได้