​PURRU ไอเดียธุรกิจจากคนรักแมว


TEXT : กองบรรณาธิการ

    สำหรับใครที่เป็นทาสแมว จะรู้ดีว่าเวลาที่ต้องเอาน้องแมวเดินทางไปข้างนอกด้วยนั้น แสนจะเป็นความเครียด เพราะเจ้าเหมียวมักจะมีอาการตื่นกลัว และเกิดความเครียดค่อนข้างง่าย  แพรศิริ ศิลป์ศรีกุล ก็เป็นคนหนึ่งที่กังวลใจทุกครั้งที่พาแมวแสนรักไปหาหมอ จนเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมจึงไม่มีสินค้าที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้? 

    เธอจึงค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมจนพบกับฟีโรโมนสังเคราะห์ ที่ว่ากันว่าจะช่วยทำให้แมวรู้สึกปลอดภัย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้กับแมวทุกตัว เพราะจากเอกสารทางการแพทย์และการพูดคุยกับคุณหมอสัตวแพทย์ ทำให้รู้ว่า จริงๆ แล้วแมวทุกตัวจะมีฟีโรโมนที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละตัว 





    พอรู้ต้นตอตรงนี้เธอจึงเกิดไอเดียทำกระเป๋าซึ่งเป็นทั้งที่นอนเล่นเพื่อเก็บฟีโรโมนและสำหรับขนย้ายน้องแมวเมื่อยามเดินทาง ไอเดียนี้จึงกลายเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์ สาขาโปรดักต์ดีไซน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในจังหวะเวลาที่พอดิบพอดี 

    “เป็นความเข้าใจของคนทั่วไปว่า ถ้าน้องแมวคุ้นเคยกับสิ่งใดแล้วจะทำให้เขาไม่กลัวไม่ตื่นตกใจ แต่ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วมันเป็นเรื่องของฟีโรโมนนั่นเอง กระเป๋าที่ทำตอนทำวิทยานิพนธ์จะออกแบบเป็นทั้งที่นอนเล่น เผื่อว่าถ้าเขาไปนอนเล่นมีปฏิสัมพันธ์กับกระเป๋า ทุกๆ ครั้งก็จะเป็นการเก็บฟีโรโมนของเขาไว้ที่กระเป๋าด้วย ฉะนั้นเวลาที่เอาเขาใส่กระเป๋าใบนี้ออกไปข้างนอก เขาก็จะรู้สึกปลอดภัย ไม่ตื่นกลัว”

    ตอนทำวิทยานิพนธ์ แพรศิริคิดเพียงว่า จะทำให้แมวที่บ้านและคนรู้จักรอบตัวได้ใช้เท่านั้น แต่เมื่อส่งผลงานเข้าประกวดในโครงการวิทยานิพนธ์ รวมถึงเวทีอื่นๆ กลับพบว่า มีคนเข้ามาไถ่ถามมากมายว่าจะขายมั้ย นั่นจึงทำให้เธอรู้ว่า มีความต้องการอยู่จริง และเป็นจุดเปลี่ยนทำให้ตัดสินใจเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว   



    “กระเป๋าน้องแมวที่เราทำเป็นหนังแท้ แล้วมีส่วนผ้าแคนวาสกันน้ำกันฝุ่น สามารถพับได้ ทำให้สะดวกในการเก็บเมื่อไม่ได้ใช้งาน แล้วทุกครั้งที่เราไปประกวด ไม่ว่าจะที่ไหนก็จะมีคนเข้ามาถามตลอดว่าขายมั้ย ขายเท่าไหร่ จะซื้อ เพราะว่าตอนนั้นเรามีแค่กระเป๋าต้นแบบเท่านั้น ก็เลยคิดว่ามันมีความต้องการอยู่ ฉะนั้นเราควรต้องทำ เลยตัดสินใจที่จะทำขาย แล้วได้มีโอกาสร่วมงานกับกรมส่งเสริมการส่งออก เขาให้ไปออกบูธที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เป็นครั้งแรก เอากระเป๋าไป 20 ใบ ทีแรกคิดว่าจะเอาไปแค่โชว์ ปรากฏว่าเซอร์ไพรส์มาก เพราะขายหมดเกลี้ยง ทั้งที่เราขายใบละ 3,890 บาท ก็ถือว่าไม่ถูก แต่มีคนซื้อ แสดงว่าคนที่รักแมวก็ยอมที่จะควักกระเป๋าจ่าย ยิ่งตอกย้ำเราว่า มันใช่มาถูกทางแล้ว ก็เลยทำมาเป็นเรื่องเป็นราว มีไปเรียนเพิ่มเติมด้วย ซึ่งถ้าดูในตลาดตอนนี้จะมีสินค้าสำหรับน้องหมา หรือไม่ก็เป็นสินค้าของน้องหมากับน้องแมวรวมกัน แต่ไม่ค่อยมีใครทำสินค้าเฉพาะสำหรับน้องแมว ซึ่งมีความต้องการที่พิเศษเฉพาะเจาะจงกว่าน้องหมา ทำให้มีช่องว่างในตลาด”

    แพรศิริบอกว่าเธอตั้งใจจะพัฒนาสินค้าที่เน้นความเซ็นซิทีฟของน้องแมวไปเรื่อยๆ เพราะตลาดนี้ยังไม่ค่อยมีใครสนใจ และแน่นอนว่า ในเมื่อเธอเป็นคนไทย ก็ย่อมอยากจะดีไซน์สินค้าของไทยให้คนไทยได้ใช้ด้วย   
  

 

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

จาก Oh! Vacoda คาเฟ่อะโวคาโด สู่ Oh! Vacola ร้านคราฟต์โคล่าไม่ซ่าแบบกระป๋อง ที่ใช้เวลาคิดสูตรนานกว่า 5 ปี  

จาก Oh! Vacoda สู่ Oh! Vacola ร้านคราฟต์โคล่าน้องใหม่ ที่มาพร้อมความไม่ซ่า ที่คนแห่ไปเช็กอินย่านทรงวาด โดยความตั้งใจของ รุจิยาทร โชคสิริวรรณ ที่อยากให้คนเข้าใจและรู้ว่าต้นกำเนิดของโคล่านั้นคือสมุนไพร ไม่ใช่น้ำอัดลมอย่างที่เห็นทุกวันนี้

ธุรกิจใหม่ของคนรักสัตว์ Hund Haus คลับสุนัขพรีเมียม ที่ทำให้เจ้าของยอมจ่ายหลักแสนต่อปี

ผู้คนจำนวนมากเริ่มมองสัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากสมาชิกในครอบครัว แนวคิดนี้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของ Hund Haus คลับเฮาส์สำหรับสุนัขระดับพรีเมียมแห่งแรกของกรุงเทพ ที่มาพร้อมกับบริการที่พ่อหมาแม่หมายอมจ่าย

ส่อง 3 นวัตกรรมไทย สร้างความต่าง เปลี่ยนของใกล้ตัวให้เป็นธุรกิจไร้คู่แข่ง

จากเปลือกไข่เหลือทิ้ง ที่ถูกพัฒนาเป็นครีมกันแดด สู่พืชทางเลือกจากแปลงเกษตรที่ต่อยอดเป็นวุ้นเส้นสุขภาพ ไปจนถึง แป้งทางเลือกที่กลายเป็นพาสต้าบุกตลาดเกาหลี ชวนอ่าน 3 เรื่องราวผู้ประกอบการไทยที่ใช้ “นวัตกรรม” สร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ