Preen รองเท้าส้นสูงสำหรับผู้ชายนะคะ

Text : กองบรรณาธิการ
Photo : Preen

 



    ในโลกของการทำธุรกิจนั้น โอกาสมีรอให้เห็นอยู่ทั่วไป ขอเพียงแค่ลองคิด ลองมองให้แตกต่าง อะไรๆ ก็อาจสามารถกลายเป็นธุรกิจได้ เหมือนเช่นที่ ชีร่า - วันวชิรา จันทรานุตร และ แพรว - จิราภา ชนะพันธ์ สองสาวเพื่อนซี้มองเห็นความแตกต่างระหว่างสรีระผู้หญิงและผู้ชาย จนเป็นที่มาของ Preen (พรีน) แบรนด์รองเท้าส้นสูงสำหรับสาวประเภทสองขึ้นมา

 



     “เราเริ่มต้นขึ้นมาจากการหาโปรเจกต์จบปริญญาโททำ เรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจ เผอิญชีร่าเคยเรียนเกี่ยวกับด้านการออกแบบมาก่อน รวมถึงการทำรองเท้า เลยคุยกันว่างั้นลองมาทำรองเท้าสำหรับสาวประเภทสองกันไหม เพราะเราเคยรู้มาว่าสาวประเภทสองเขาหารองเท้าใส่ค่อนข้างยาก ถึงจะมีไซส์ใหญ่ให้เลือก แต่ก็ใส่ไม่พอดี เพราะเป็นรองเท้าที่ทำมาสำหรับผู้หญิงที่มีไซส์รองเท้าใหญ่ ความแข็งแรงทนทานก็น้อยกว่า เราเลยทดลองทำออกมา”


    ชีร่าและแพรวเล่าว่าเริ่มต้นจากการทำรีเซิร์ชเก็บข้อมูลความต้องการจากสาวประเภทสองออกมาก่อน จากนั้นจึงมาหาความแตกต่างระหว่างสรีระเท้าผู้ชายและผู้หญิง จากที่จะทดลองทำแค่เป็นโปรเจกต์จบ แต่กลับได้รับผลตอบรับที่ดีเกินขาด จึงตัดสินใจขยายสร้างเป็นธุรกิจขึ้นมา โดยทั้งคู่เล่าความแตกต่างรายละเอียดของรองเท้าแบรนด์ Preen ว่าดูภายนอกอาจเห็นแค่เป็นรองเท้าส้นสูงที่มีไซส์ใหญ่กว่ารองเท้าส้นสูงทั่วไป โดยมีให้เลือกถึงไซส์ใหญ่สุด คือ 45 แต่หากได้ลองสวมใส่จริงจะรู้ถึงความแตกต่าง



     “รองเท้าของเราจะออกแบบให้มีหน้าเท้าที่กว้างกว่าปกติ เพราะสรีระเท้าผู้ชายจะมีหน้าเท้าที่กว้างกว่าผู้หญิง ซึ่งพอได้ลองใส่จริงแล้วจะรู้สึกสบายกว่า พอดีกว่า แตกต่างจากรองเท้าไซส์ใหญ่ที่มีขายทั่วไป เพราะนั่นคือรองเท้าที่ทำมาเพื่อสรีระผู้หญิง นอกจากนี้เรายังคำนึงเรื่องความแข็งแรง ทนทานด้วย เพราะการลงน้ำหนักแรงเวลาเดินของผู้หญิงและผู้ชายก็แตกต่างกันด้วย”


     สองสาวเล่าว่านอกจากจะทำขึ้นมาเป็นรองเท้าที่รองรับสรีระเท้าของผู้ชายโดยเฉพาะแล้ว ผู้หญิงที่มีปัญหาหน้าเท้ากว้างกว่าปกติ ก็สามารถสวมใส่รองเท้าของพวกเธอได้ด้วย โดยทำไซส์มาเผื่อมีให้เลือกตั้งแต่ไซส์ 36 – 45 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 790 -1,500 บาท 


     “เราต้องทำไซส์เผื่อไว้ด้วย เพราะยังไงก็เป็นสินค้าใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ฉะนั้นต้องกระจายความเสี่ยง เพราะตอนสั่งผลิตต้องมีเรื่องขั้นต่ำอยู่แล้วด้วย โดยรูปแบบที่เราออกแบบมาปัจจุบันนี้จะมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ รองเท้าส้นสูงและส้นเตี้ย คนทั่วไปอาจเข้าใจว่าสาวประเภทสองจะชอบรองเท้าที่วิ๊งๆ ใส่เพชรเยอะๆ แต่ความจริงแล้วเขาก็เหมือนกับผู้หญิงทั่วไปที่อยากมีรองเท้าใส่ออกงานบ้าง รองเท้าใส่วันธรรมดาๆ บ้าง โดยรองเท้าของเราจะเลือกโทนสีเรียบๆ แบบทูโทน เพื่อให้สามารถใส่ได้หลากหลายโอกาส”

 



    ทุกวันนี้ทั้งคู่เล่าว่าเลือกขายและทำการตลาดผ่านออนไลน์ก่อน รวมถึงการออกบูธเพื่อแนะนำให้เป็นที่รู้จักบ้าง ซึ่งมองว่าเป็นวิธีการที่ใช้ต้นทุนน้อย อีกทั้งยังสามารถสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดกว่า หากลูกค้าสนใจก็สามารถติดต่อเข้ามาพูดคุยได้ แต่อาจจะมีข้อเสียอยู่บ้างที่ลูกค้าไม่ได้มาลองรองเท้าด้วยตัวเอง แต่ก็ใช้วิธีลงขนาดและไซส์ให้ลูกค้าลองเลือกด้วยตนเอง โดยในอนาคตข้างหน้าอาจเปิดหน้าร้านขึ้นมา คอลเลคชั่นให้หลากหลาย รวมถึงเจาะกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้นด้วย

     “ทุกวันนี้ด้วยความที่ทำงานประจำด้วยกันทั้งคู่ จึงทำให้เรายังไม่ได้ทำการตลาดที่จริงจังมากนัก แต่ก็มีลูกค้าประจำที่คอยติดตามเวลาออกคอลเลคชั่นใหม่ๆ มาตลอด เพราะเขาเองก็ไม่เคยเจอรองเท้าแบบนี้ที่ออกแบบมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่อยากจะซื้อรองเท้าสักคู่ก็เดินเข้าไปเลือกซื้อร้านไหนก็ได้ ดังนั้นหากเขาได้เจอร้านที่ถูกใจจึงค่อนข้างเป็นลูกค้าที่เหนี่ยวแน่นและบอกต่อปากต่อปาก ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ดีในการทำธุรกิจให้ยั่งยืนต่อไป”


    และนี่คือ อีกหนึ่งเรื่องราวของธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการมองเห็นโอกาสในความแตกต่าง


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ใครจะคิด! Innocent Drinks แบรนด์สมูทตี้ระดับโลก เริ่มต้นธุรกิจด้วยคำถาม “ควรลาออกดีไหม?” และถังขยะ YES หรือ NO  

รู้หรือไม่? ว่าหนึ่งในแบรนด์น้ำสมูทตี้ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง "Innocent Drinks" นั้น เริ่มต้นมาจาก...คำถามว่า่ "พวกเราควรลาออกจากงานมาทำน้ำผลไม้ขายไหม?" และถังขยะ 2 ใบ YES และ No ในงานเทศกาลดนตรี

จากคนที่แพ้ผ้าอนามัยถึงขั้นต้องผ่าตัด สู่เจ้าของแบรนด์ Wendays ผ้าอนามัยออร์แกนิค ที่เข้าใจปัญหาของจุดซ่อนเร้น

เมื่อแพ้ผ้าอนามัยถึงขั้นต้องเข้าผ่าตัดที่โรงพยาบาล ทำให้ ชวิศา เฉิน ออกตามล่าผ้าอนามัยที่เธอใช้ได้โดยไม่ระคายเคือง แต่เมื่อเป็นแบรนด์ต่างประเทศที่เธอต้องไปหิ้วกลับมาทุกครั้ง จึงเป็นจุดเปลี่ยนของการปลุกปั้น Wendays ผ้าอนามัยออร์แกนิค

Atipa Shop จาก “ขายเสื้อผ้ามือสอง” สู่แบรนด์ Top of Mind ใช้กลยุทธ์แห่งความเข้าใจ ปั้นเสื้อธรรมดาให้กลายเป็นของที่ต้องมี

ตลาดที่แข่งขันกันดุเดือด แต่แบรนด์หนึ่งกลับสามารถฝ่าคลื่น Red Ocean ขึ้นมาเป็น Top of Mind ของลูกค้าได้อย่างน่าสนใจ “Atipa Shop” แบรนด์แฟชั่น ที่เริ่มต้นจากการขายเสื้อผ้ามือสอง และพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 14 ปี