Econokit ประหยัดน้ำมัน รักษ์สิ่งแวดล้อม

 

 
 
            จากสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกที่รู้กันดีว่าแย่ลงไปทุกขณะ พลังงานที่นับวันจะหมดไป ภัยธรรมชาติที่ยิ่งเพิ่มทวีความรุนแรงขึ้น หลายองค์กรในหลายประเทศต่างตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงพยายามหาวิธีแก้ไข ฟื้นฟู เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติให้มากขึ้น โดยใช้ทรัพยากรที่มีอย่างรู้คุณค่า เพื่อให้เกิดการทำร้ายธรรมชาติให้น้อยที่สุด จนเกิดเป็นนวตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา ‘Econokit’ อุปกรณ์ช่วยประหยัดน้ำมัน คือ หนึ่งในนวตกรรมนั้น
 
            ดำรงวิทย์ จันทนวรานนท์ ….บริษัท อีโคโนวิช จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน ‘Econokit’ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เล่าถึงที่มาของสินค้าให้ฟังว่าเป็นวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดน้ำมันและลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตโดยบริษัท Ubiquity ประเทศฝรั่งเศล ซึ่งใช้เวลาค้นคว้าวิจัยพัฒนานานร่วม 10 กว่าปี ปัจจุบันมีจำหน่ายแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก
 
 
          โดย Econokit ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงทำให้ลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน และมลพิษจากการปล่อยไอเสียต่างๆ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนตรัสออกไซด์ได้ โดยทำงานผ่านอุปกรณ์หลัก 3 ตัว คือ 1.Water Reservoir (Bubbler) 2.Catalytic reactor และ 3.Diffuser
 
            วิธีการ คือ ใส่น้ำกลั่นหรือน้ำฝนใส่ลงไปในถัง Bubbler ลมชื้นที่เกิดจากการทำให้เกิดฟองจะถูกดูดเข้าไป จากนั้นลมชื้นจะผ่านเข้าไปในตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalytic reactor) โดยใช้ความร้อนจากท่อไอเสีย เพื่อเปลี่ยนเป็นก๊าซที่มีประจุ เมื่อก๊าซที่มีประจุผ่านเข้าไปที่เครื่องยนต์โดยผ่าน Diffuser ทำให้อุณหภูมิที่เผาไหม้ลดลงและลดการใช้ออกซิเจน ความเข้มข้นของออกซิเจนถูกเจือจางโดยก๊าซ ทำให้เวลาการเผาไหม้นานขึ้น มีผลทำให้กระบอกสูบมีแรงดันสูงและทำงานได้ดี สามารถใช้ได้กับทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ในรถยนต์ทุกประเภท เรือ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
 
            การติดตั้งก็ไม่ยาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบกับเครื่องยนต์เลย เป็นเพียงอุปกรณ์ที่ติดตั้งเสริมเข้าไป โดยมีให้เลือก 2 แบบ คือ econokit Standard – สำหรับขนาดเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินไม่เกิน 4500 cc การสิ้นเปลืองน้ำมันต่อ 100 กม. : ดีเซล < 20 ลิตร เบนซิน < 25 ลิตร และ econokit Pro ขนาดเครื่องยนต์ดีเซลมากกว่า 4500 cc การสิ้นเปลืองน้ำมันต่อ 100 กม. : ดีเซล > 20 ลิตร
 
 
            ทั้งนี้ ในส่วนประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ถามว่าได้ผลมากน้อยเพียงใด ดำรงวิทย์กล่าวว่าปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย ได้แก่ ความเร็วที่ขับ อัตราการกินน้ำมัน และแรงม้าของเครื่องยนต์ ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่ผู้สนใจใช้บริการต้องทำการบ้านและมีข้อมูลที่ชัดเจน เนื่องจากต้องมีการนำเข้าโปรแกรม เพื่อคำนวณหาความเหมาะสมในชนิดและจำนวนการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน ซึ่งหากได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงตามลักษณะการใช้งานจริงจะสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 15-30% ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว รถยนต์กว่า 200-300 คัน เรือกว่า 100 ลำ โดยกำลังวางแผนหาตัวแทนจำหน่ายเพิ่มเติม
 
            “ความจริงเราเพิ่งเริ่มต้นได้ยังไม่ถึงปี ที่ยังไม่เห็นเปิดตัวมาก เพราะ 1.ถึงแม้จะเชื่อใจในตัวสินคา แต่เราก็อยากทดลองให้แน่ใจด้วยว่า เมื่อนำมาใช้กับเครื่องยนต์บางชนิดในบ้านเราจะมีปัญหาเกิดขึ้นไหม 2.เรากำลังหาตัวแทนจำหน่าย เพื่อกระจายให้บริการไปในหลายพื้นที่ เพราะเราคงวิ่งบริการคนเดียวไม่ไหว เราอยากเตรียมทุกอย่างให้พร้อมแล้วจึงค่อยเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งเราคิดว่าไม่น่าทำได้ยาก เพราะเป็นสินค้าที่ซื้อไปแล้วสามารถคืนกลับมาเป็นตัวเงินให้เราได้ เพราะช่วยในการประหยัดน้ำมัน ที่สำคัญยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย 
 
          เรียกว่าได้ประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม จึ่งมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า”
 
 
  Econokit โทร.08-1377-8899 www.econokit.fr 
 

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ถอดหลักคิด Successmore ใช้คำว่า Why ขับเคลื่อนความสำเร็จธุรกิจ

  แนวทางการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จของแต่ละคน แต่ละองค์กรอาจมีที่มาต่างกันไป บ้างก็ใช้แพสชั่น บ้างก็ต่อยอดธุรกิจจากที่บ้าน แต่น้อยคนนักที่จะใช้คำว่า WHY เป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เปลี่ยนบริษัทเล็กๆ ให้ก้าวสู่คำว่า “มหาชน” ภายในเวลา 7 ปี

ตั้งชื่อบริษัทแบบไหน พากิจการก้าวกระโดด รุ่งเรืองสุดแบบหยุดไม่อยู่

เคยคิดสงสัยไหมว่าทำไมหลายคนถึงต้องเปลี่ยนชื่อกันบ่อยๆ จริงๆ แล้วการตั้งชื่อมีผลกับชีวิตหรือธุรกิจเรายังไงบ้าง วันนี้เลยอยากชวนมาดูศาสตร์การตั้งชื่อกันว่า ทำไมบางคนเปลี่ยนชื่อแล้ว ทั้งมู ทั้งปังกันเลยทีเดียว

จีนเตรียมบุกตลาดทุเรียน คาดวางขายกว่า 4.5 หมื่นตันปี 2024 หลังซุ่มปลูก ผลผลิตออกแล้ว

สถานการณ์การนำเข้าและส่งออกทุเรียนระหว่างจีนกับไทย รวมถึงมาเลเซียที่เริ่มผันมาปลูกทุเรียนป้อนตลาดจีนเช่นกันจะเป็นอย่างไรเมื่อมีรายงานล่าสุดว่าสวนทุเรียนทางใต้ของจีนที่มลฑลกวางตุ้งและมณฑลไห่หนานที่จีนซุ่มทดลองปลูกนั้นเริ่มให้ผลผลิตแล้ว