ธพว.เปิดหลักสูตรปั้น SME ธุรกิจยางพาราด้วยนวัตกรรม พร้อมเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ





 

     ยางพาราไทย นับได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญ เป็นสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มียอดส่งออกอันดับ 1 ของประเทศ ด้วยมูลค่าการส่งออกยางพาราดิบรวม 1.7 แสนล้านบาทในปี 2558 โดยคิดเป็น 87% ของรายได้รวมทั้งหมด  ในขณะที่มีมูลค่าการแปรรูปยางพาราสูงถึง 2.07 แสนล้านบาท คิดเป็น 13% เท่านั้น จะเห็นได้ว่าจำนวนของการแปรรูปยางพารา คิดเป็นเปอร์เซ็นต์น้อยมาก แต่กลับสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าการส่งออกในรูปยางพาราดิบ
 

     ด้วยเหตุนี้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.หรือ SME Development Bank) จึงมีนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการ SME กลุ่มยางพาราให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงตามแนวทางไทยแลนด์ 4.0 ในเรื่องนี้ มงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธพว. หรือ SME Development Bank เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมยางพารา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดทำโครงการหลักสูตร SME - D Scaleup Rubber Innovation ครั้งแรกประเทศไทย
 

     โดยเป็นหลักสูตรการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจยางพารารูปแบบใหม่ที่ต้องการสร้างแนวคิดสร้างสรรค์ผสมผสานนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสร้างมูลค่าเพิ่มของยางพาราผ่านกระบวนความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถออกสู่ตลาดโลกได้จริง รวมถึงเอื้อโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากทางธนาคาร เพื่อความสำเร็จของธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นมิติใหม่การพัฒนา การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากวิทยากรชั้นแนวหน้าของประเทศไทยที่เป็นกูรูตัวจริงในแวดวงธุรกิจยางพารามาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้พร้อมเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแลฟูมฟักตั้งแต่การเริ่มต้นกระบวนการคิดสู่การต่อยอดธุรกิจ การสร้างมาตรฐาน และส่งเสริมการตลาด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์การแปรรูปยางพาราออกเป็นผลิตภัณฑ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
 

     สำหรับหลักสูตรการเรียนจะเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ อาทิ รศ.ดร.อัทธ์  พิศาลวาณิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ยางพาราระหว่างประเทศ รศ.ดร.เจริญ  นาคะสรรค์  นักวิจัยด้านยางพารา ระดับนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และบอร์ดบริหารการยางแห่งประเทศไทย ธีรศักดิ์  วงศ์ปิยะ  กรรมการผู้จัดการประเทศไทย บริษัท โบลด์ กรุ๊ป  ที่ปรึกษานวัตกรรมที่ร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกับบริษัทชั้นนำของโลก เช่น BMW, Shell, CPALL  ผศ.ดร.อัครวิทย์  กาญจนโอภาษ  รองเลขาธิการ สวทน. และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา  นิธิ  วติวุฒิพงศ์  ผู้ก่อตั้งและบริหารบริษัทพลีอาดีส บางกอก จำกัด ผู้ให้บริการ Content Solution & Knowledge Management เพื่อการสื่อสารมวลชนและโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ยุทธิยง  ลิ้มเลิศวาที  สื่อมวลชนผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าการเกษตรยาง ปาล์ม และข้าว


     ทั้งนี้ การอบรมจะเน้นภาคปฏิบัติสร้างประกายจุดแนวความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม เทคโนโลยี การแชร์องค์ความรู้ การต่อยอดการตลาดและการสื่อสารทรัพย์สินทางปัญญา และการสร้างเครือข่ายนักธุรกิจแปรรูปยางพารา ซึ่งจะมีค่ายฝึกปฏิบัติจริงระยะเวลาหลักสูตรอบรม 3 เดือน ตั้งแต่มิถุนายน ถึงกันยายน 2561 และจะมีพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิดอีก 2 เดือน ช่วงตุลาคม ถึงพฤศจิกายน 2561 เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม 
 

     นอกจากนี้ ธนาคารจะให้การสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำกับผู้เข้าร่วมอบรมที่มีศักยภาพในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราสู่ตลาด เพื่อการสร้างและต่อยอดธุรกิจรวมถึงการส่งเสริมการตลาดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถเติบโตแบบยั่งยืน โดยธนาคารมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อาทิ สินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 เพื่อใช้เป็นเงินทุนยกระดับปรับเปลี่ยนธุรกิจ อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อปี คงที่ตลอดระยะเวลา 7 ปี และปลอดชำระเงินต้น 3 ปีแรกด้วย ซึ่งถือเป็นอัตราดอกเบี้ยถูกที่สุดในประวัติศาสตร์การให้บริการสินเชื่อธุรกิจของสถาบันการเงินไทย สามารถกู้ได้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย สำหรับผู้กู้เป็นนิติบุคคล (บริษัทจำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล) ไม่ต้องมีหลักประกัน แม้จะมีประวัติการชำระเงินไม่สม่ำเสมอ ก็สามารถกู้ได้ โดยใช้เอกสารประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เป็นไปตามสภาพข้อเท็จจริงของกิจการ และสินเชื่อเศรษฐกิจติดดาว คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนาน 7 ปี สามารถใช้ บสย.ค้ำประกัน ฟรีค่าธรรมเนียม 4 ปีแรก
 

     ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 18 มิถุนายน 2561 และจะมีการพิจารณาคัดเลือก ประกาศผลภายใน 30 มิถุนายน 2561 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมยางพารา มหาวิทยาลัยสงขานครินทร์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 074-282267-69 และ 099-4819032 หรือสามารถดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ เฟสบุ๊ก : Powersmethai (ศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี)



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ไม่อร่อยให้ต่อย จากโรงงานไอติมเล็กๆ ย่านพระราม 2     สู่แบรนด์ไวรัลทะลุล้านในหนึ่งวัน     

ไม่อร่อยให้ต่อย! นี่ไม่ใช่คำท้า แต่เป็นชื่อแบรนด์ไอศกรีมน้องใหม่ ที่สร้างไวรัลทะลุ 1 ล้านวิวในวันเดียว เพราะไม่ใช่แค่รสชาติที่ถูกปาก แต่ความกวนยังโดนใจ ด้วยกิมมิคที่คนพูดถึงกับการต่อยแท่นต่อย ที่รับไอติมฟรีๆ ไปเลย ถ้าทำได้ 55 คะแนน

จีนไอเดียดี เปิดศูนย์รวม ‘ช่างหญิงล้วน’ ตอบโจทย์ลูกค้าสาวโสด อยู่คนเดียว ก็เรียกใช้บริการซ่อมได้แบบไร้กังวล

38fixers ศูนย์รวมช่างหญิงล้วน เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้บริการที่เป็นผู้หญิงและต้องอาศัยอยู่ตัวคนเดียว โดยมีให้เลือกสารพัดช่าง ทั้งช่างไฟฟ้า, ช่างประปา, ช่างแอร์ ฯลฯ ซึ่งหากมีช่างผู้หญิงให้เลือก ก็รู้สึกสะดวกใจ และปลอดภัยได้มากกว่า

ทำไมต้องขายแค่ 38 แก้ว? เจาะแนวคิด มิตรไทย Coffee คาเฟ่เล็กๆ กลางทุ่งนาที่หลายคนยอมตื่นเช้ามารอคิว

มิตรไทย Coffee ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เติบโตจาก “เวลา” และ “ความสัมพันธ์” กับผู้คน จากร้านเรียบง่ายสู่บทใหม่ใน eBaannog Land บ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่นกลางทุ่งนา ที่ขายเพียงวันละ 38 แก้ว เพื่อให้ไดคุณภาพและความใส่ใจในทักแก้วที่ชง