​3 บริการใหม่จากไปรษณีย์ไทย เพื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซ






 
     ...กว่า 50 % ของรายได้ของไปรษณีย์ไทย มาจากผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 30,000 ล้านบาท และมีอัตราเติบโตกว่าปีละ 20 %
               

     จากตัวเลขที่เห็นนี้ เป็นการสะท้อนทิศทางการเติบโตของภาพรวมอีคอมเมิร์ซได้เป็นอย่างดี เพราะยิ่งตลาดอีคอมเมิร์ซโต ธุรกิจด้านการขนส่งย่อมขยายตัวตามไปด้วย เฉกเช่น ผลการดำเนินงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เมื่อแนวโน้มการดำเนินธุรกิจเป็นไปในทิศทางนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ไปรษณีย์ไทยต้องปรับปรุงและพัฒนาบริการใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้าที่เป็นฐานหลัก รวมถึงให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้
               

     เพราะเข้าใจดีว่า สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์แล้ว จะมีอะไรสุขใจไปมากกว่าการได้ใช้บริการขนส่งสินค้าที่รวดเร็วทันใจลูกค้า ที่สำคัญคือ ค่าบริการต้องไม่แพงจนเกินไป ด้วยเหตุนี้ ไปรษณีย์ไทย จึงได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ ‘ไปรษณีย์ไทย..ดี๊ดี’ ปรับลดราคาค่าบริการขนส่งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมออก 3 บริการใหม่เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่





     จากการเปิดเผยของ สมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวถึง 3 บริการรูปแบบใหม่ล่าสุดที่ปรับปรุงขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมากขึ้น


     1.บริการส่งด่วน EMS ในประเทศ (EMS Same Day) บริการส่งด่วนพิเศษในประเทศ โดยสามารถฝากส่ง และนำจ่ายถึงมือผู้รับได้ภายในวันเดียวกัน เพียงฝากส่ง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางภายในเวลา 11.00 น.ซึ่งพร้อมนำร่องให้บริการก่อน ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 48 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล


     2.ขยายจุดบริการส่งด่วนในประเทศ (EMS Point) ขยายจุดให้บริการไปรษณีย์ EMS ในประเทศไปยังพื้นที่ชุมชนต่างๆ เช่น ร้านค้า โดยให้บริการด้วยกล่องเหมาจ่าย ราคาเริ่มต้น 50 บาทขึ้นไป


     3.บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) พร้อมนำส่งเข้าระบบ e-Wallet หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของไปรษณีย์ไทย ทำให้สะดวกต่อผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ช สามารถบริหารเงินใน e-Wallet ได้ทันที (เริ่มต้น ธ.ค.61)
นับเป็นข่าวดีต้อนรับปีใหม่สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จริงๆ

               

     

     ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ทางไปรษณีย์ไทย ได้มีการลดราคาค่าบริการขนส่งในประเทศและต่างประเทศลง สำหรับโปรโมชั่นบริการภายในประเทศ เช่น ปรับลดราคาค่าบริการ EMS ลง ตั้งแต่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป เริ่มตั้งแต่ 5 บาท ไปจนถึงร้อยกว่าบาทก็มีตามน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น อาทิ ส่งพัสดุน้ำหนัก 2,500 กรัมขึ้นไป แต่ไม่เกิน 300 กรัม จากราคาปกติ 137 บาท จะลดเหลือ 132 บาท หรือส่งพัสดุน้ำหนัก 9,500 กรัมขึ้นไป แต่ไม่เกิน 10,000 กรัม จากราคาปกติ 487 บาท จะลดเหลือ 372 บาท ซึ่งลดลงมากถึง 115 บาทเลยทีเดียว


     หรือจะเป็นขยายน้ำหนักบริการลงทะเบียนในประเทศ จากที่เคยรับน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม ขยายเพิ่มเป็น 10 กิโลกรัม (เริ่มตั้งแต่ 15 พ.ย.61) พร้อมกันนี้ ยังให้ส่วนลดค่าบริการ EMS ในประเทศ สำหรับลูกค้า e-Commerce ที่มียอดค่าใช้บริการตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป หรือจะเป็นส่วนลดกล่อง/ซอง 4 Commerce (สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ) เมื่อชำระเป็นเงินสดต่อ 1 ใบเสร็จ 3-5 % เป็นต้น





     ในส่วนของโปรโมชั่นสำหรับบริการระหว่างประเทศ ก็จะมีตั้งแต่ ใช้บริการ ePacket ลด 10 บาททุกชิ้น สำหรับลูกค้าที่เตรียมการฝากส่งผ่านระบบ Seapass ของ e-bay หรือจะเป็นบริการ Courier Post ประเภท Merchandise (แบบกล่อง) ลด 200 บาท รวมถึง ส่วนลดพิเศษสำหรับบริการ EMS World เมื่อชำระค่าบริการเป็นเงินสด ตั้งแต่ 3-10 %


     เรียกได้ว่า บริการใหม่ๆ และโปรโมชั่นต่างๆ ที่ไปรษณีย์ไทยนำเสนอให้กับผู้ประกอบการออนไลน์ จะสามารถสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยให้มีศักยภาพและเติบโตขึ้นได้



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ส่องกลยุทธ์ Li Ning แบรนด์สปอร์ตแวร์ของจีน เตรียมเปิดคาเฟ่กว่า 7 พันแห่ง ท้าชนแบรนด์สตาร์บัคส์

 กลายเป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาและเป็นเทรนด์แฮชแท็ก #หลี่หนิงขายกาแฟ #หลี่หนิงจับธุรกิจกาแฟในจีน เมื่อสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติของจีนเปิดเผย บริษัทหลี่ หนิง สปอร์ต (เซี่ยงไฮ้) ผู้ผลิตรองเท้าและเสื้อผ้ากีฬาแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจีนได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้า “Ning Coffee”

มิติใหม่แห่งโรงแรม 5 ดาว บริการให้เช่าห้องพักรายชั่วโมง เพื่อพักผ่อนและทำงาน

โดยทั่วไปลูกค้าที่เช็คอินเข้าใช้บริการโรงแรมมักเป็นการเข้าพักเพื่อค้างคืน อาจจะคืนเดียวหรือหลายคืน การคิดค่าบริการมักเป็นอย่างน้อยต้อง 1 คืนขึ้นไป ด้วยมองว่าทางเลือกของลูกค้ามีน้อยเกินไป

ถอดบทเรียนจากล็อตเตอรี่ถึง Chef’s Table ธุรกิจสร้างโอกาสอย่างไรกับคนชอบเสี่ยง เซอร์ไพรส์

ทำไมสลากล็อตเตอรี่ถึงขายดี เพราะคนไทยเกือบครึ่งประเทศ มีพฤติกรรมที่ชอบเสี่ยงและลุ้น ด้วยพฤติกรรมชอบเสี่ยงโชคของผู้บริโภคไทยนี้ ทำให้มีการนำไปปรับใช้ในทางธุรกิจและเกิดเป็นรูปแบบธุรกิจต่างๆ ขึ้นมาอาทิ กล่องสุ่ม การทานอาหารรูปแบบ Chef’s Table ที่เล่นกับคำว่า “ไม่รู้” ต่อผู้บริโภค เป็นความเสี่ยงที่จะเซอร์ไพรส์