“ลืมตา อ้าปาก” นำพาธุรกิจครอบครัว ผ่านปีที่ยากลำบากไปด้วยกัน โดย วัฒนพงษ์ ตั้งร่ำรวย




     ลืมตา...อ้าปาก


     ประโยค สั้นๆ แต่มีความหมายต่อหลายๆ คน การเริ่มต้นทำอะไรซักอย่างไม่มีอะไรง่ายเลย ต้นทุนคนเราไม่เหมือนกัน ต่างคนต่างที่มา ต่างคนต่างแสวงหาดิ้นรนแตกต่างกันออกไป กว่าจะก้าวแต่ละก้าวต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย กว่าจะมีกินมีใช้ มีเก็บ เชื่อว่าหลายๆ คน ต้องผ่านจุดนี้กันแทบทุกคน เหนื่อยบ้าง ท้อแท้บ้าง แต่ถ้าใจสู้ มันก็ไม่ไกลเกินเอื้อม


     อย่างเราเอง “หมู ทำอะไร ก็อร่อย” กว่าจะได้คำนี้มามันไม่ง่ายเลย ร้านข้าวหมูแดงเล็กๆ กลุ่มลูกค้ากลุ่มแรกๆ เลย คือพี่ๆ แท๊กซี่ปิ่นเกล้าเดิม เมื่อปี 2528 จุดเริ่มจากสองสามีภรรยาและลูก อีก 3 คน ย้ายถิ่นฐานมาตั้งหลักขายของด้วยเงินทุนจากการหยิบยืมจากญาติๆ  เริ่มมาแล้วทุกอย่าง น้ำแข็งใสที่เชียงใหม่ ก๋วยจั๊บที่ตึกใบหยก  ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟที่ปากคลอง จนตัดสินใจมาขายที่ปิ่นเกล้า สมัยนั้นยังไม่มีสะพานพระราม 8 เลยด้วยซ้ำ บริเวณนี้ยังเป็นสามแยก ประกอบกับมีสถานบริการคาเฟ่มากมาย ยังเป็นอู่ต่อรถเมล์ ปอ.11 จึงเป็นเหมือนชุมทางที่คนมักแวะเวียนผ่านไปผ่านมาเยอะพอสมควร พี่ๆ แท๊กซี่มาส่งคน รับคน ก็แวะทานข้าวที่ร้านแล้วก็ปากต่อปากแนะนำกันไปว่า..ร้านนี้พอกินได้


     สมัยนั้นคนรู้จักกันในชื่อ “ข้าวหมูแดงนาย ตง บางยี่ขัน” ติดปากกันไป ก็เรียกร้านนายตงๆ มาปิ่นเกล้าต้องแวะเวียนมาชิมกัน จนได้รับการโหวตจากคลื่นวิทยุในสมัยนั้นว่า เป็นร้านที่อร่อยติด 1 ใน 3 ของกรุงเทพในหมวดร้านข้าวหมูแดง ซึ่งนับได้ว่าเป็นรางวัลแรกเลยที่เราได้รับ และเป็นความภูมิใจของป๊าม๊ามาจนถึงทุกวันนี้





     จากนายตง บางยี่ขัน ที่คนจะรู้จักแค่ในวงเล็กๆ ก็มีคนรู้จักมากขึ้นและรู้จักเราในชื่อ “ข้าวหมูแดง หมูทำอะไรก็ อร่อย” จนถึงปัจจุบัน
               

     เวลาผ่านไปเกือบ 40 ปี ข้าวหมูแดงในประเทศเรามีกี่ร้าน ป๊าเคยถามแต่ก็ไม่มีใครตอบได้หรอกว่า มีกี่เจ้า แต่ละเจ้ามีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป ความอร่อยไม่เหมือนกัน ของใครก็ของมัน เก่าแก่กว่าเราก็มี อร่อยกว่าเราก็เยอะแยะ ป๊าสอนอยู่เสมอว่าอย่าทะนงตน พัฒนาและเรียนรู้ที่จะก้าวหน้าต่อไป รักษามาตรฐานและเคารพลูกค้าเสมอ เพราะพวกท่านจึงมีเราวันนี้ ..เป็นประโยคที่ป๊าชอบพูดและติดคำคมไว้ที่กำแพงบ้าน
               

     ลืมตา .. ให้เรามีแรงทำงาน คิดว่าพรุ่งนี้เราตื่นเราจะทำอะไร มีหน้าที่อะไรและควรทำอะไร
               

     อ้าปาก .. ให้เรามีกินมีใช้จากงานที่ทำ จากสิ่งที่พูดให้เป็นประโยชน์มากที่สุด



               

     ปลายปีแบบนี้ที่จริงตั้งใจจะเขียนว่า ในปีหน้าฟ้าใหม่ที่กำลังจะมาถึงในปี 2564 เราจะมาเริ่มอะไรใหม่ๆ กันดี ผ่านเรื่องราวเลวร้ายในปีนี้ เราจะพัฒนาก้าวกันต่อไปยังไงให้อยู่รอดและมั่นคง แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาการกลับมาของโรคโควิด-19 ทุกอย่างเลยเหมือนถูกรื้อหมด จนต้องกลับมานั่งคิดใหม่ว่า เราจะเตรียมรับมือโรคระบาดที่ยังไม่มีทางรักษาและติดต่อกันง่ายเพียงสัมผัสรอบ 2 นี้กันยังไงดี
               

      การลืมตาอ้าปาก ในปัจจุบันหนักหนาสาหัสเอามากๆ จะเริ่มอะไรมากก็ไม่ได้ ต้องคิดรอบด้านว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ ทำยังไงให้อยู่รอดและมั่นคง  หรือได้แต่ประคองให้ได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด ประสบการณ์ตั้งต้นปีที่ผ่านมาเป็นบทเรียน ทุกอย่างถูกปิดตาย ข้าวของเครื่องใช้ขาดแคลน การป้องกันใส่หน้ากากและล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ รอผลจากวัคชีนที่ถูกฉีดสู่มนุษย์ที่ประเทศอังกฤษเป็นชาติแรกว่าจะมีผลกระทบ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อมนุษย์อย่างไรบ้าง ประเทศเราคงได้รับการฉีดคงกลางปีหน้า ขอให้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ พวกเราจะได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติเหมือนเดิมต่อไปสักที


     ตอนนี้ต่อให้  “ลืมตา” ข้างนึง หลับตาข้างนึง เราก็ต้องสู้ต่อไป เพื่อคนในครอบครัว ไม่หยุดดิ้นรนก็ไม่ยากจน              

     ต่อให้ “อ้าปาก” มื้อนึง อดกินข้าวมื้อนึง เราก็ต้องอดทนทำอะไรได้ก็ต้องช่วยๆ กัน คิดถึงคนข้างหลังมากๆ จะเป็นแรงและกำลังใจให้เราต่อสู้ต่อไปในวันข้างหน้าได้
               

     ขอเอาใจช่วยให้ทุกธุรกิจ ทุกกิจการครอบครัว มีปีหน้าฟ้าใหม่ที่ดี และมีความสุขในเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้มากๆ นะครับ











 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

จากก้าวเล็กๆ สู่องค์กรยั่งยืน ความท้าทายอีกขั้นของผู้บริหาร Sellsuki ยิ่งธุรกิจโตยิ่งหยุดนิ่งไม่ได้

จากบริษัทเล็กที่ทำรายได้ร้อยล้านในเวลาไม่ถึงสิบปี วันนี้เราจะพามาเจาะลึกลงไปอีกว่า การขยับองค์กรไปสู่เป้ารายได้ระดับพันล้านในอีก 3-5 ปีข้างหน้าของ Sellsuki จะต้องทำอย่างไร ภายใต้แนวคิดการบริหารของ CEO ภัทร เถื่อนศิริ

ถอดสูตรขนมเปี้ยะร้อยล้าน APRIL’S BAKERY จากวันที่ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าสู่มหาชน

 หลายคนที่ชอบขนมเปี้ยะต้องรู้จัก APRIL’S BAKERY แบรนด์ขนมเปี้ยะชื่อดังที่กว่าจะประสบความสำเร็จเช่นวันนี้ เส้นทางไม่ได้ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ 3 ปีแรกที่ขาดทุนตลอด ถึงขั้นเกิดคำถาม “ไปต่อหรือพอแค่นี้”

ศุภเศรษฐ โอภิธากรณ์ เจ้าของ Wetland Camp ผู้ทำให้โลกรู้จักยอยักษ์ ทะเลน้อย

ถ้าถามถึงจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดในพื้นที่รอบๆ ทะเลน้อย หลายคนต้องนึกถึงภาพยามเช้าที่มีฉากหน้าเป็นยอยักษ์ตั้งเรียงรายอยู่กลางน้ำ มีพระอาทิตย์โผล่ผ่านเส้นขอบฟ้าอยู่ด้านหลัง และต้องนึกถึง "Wetland Camp" รีสอร์ตที่เป็นจุดนัดพบช่างภาพทั่วโลกแน่นอน