นักวิจัยไทยเจ๋ง! ผลิตเครื่องฟอกอากาศระบบไฟฟ้าสถิต ดักจับฝุ่น PM 2.5 อยู่หมัด แถมถูกกว่าตลาดหลายเท่า

TEXT : กองบรรณาธิการ




               
     ฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว PM 2.5 กำลังเป็นปัญหาต่อสภาพอากาศทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่เมืองไทยที่กำลังเผชิญชะตากรรมอยู่ในขณะนี้ โดยมลพิษจากฝุ่นควันขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนนี้ ได้เข้ามาเล่นงานสุขภาพของผู้คนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองใหญ่ที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงจากเครื่องยนต์ในปริมาณมาก ส่งผลทำให้มี อาการไอ เจ็บคอ ระคายเคืองผิวหนังและดวงตา ไปจนถึงเส้นเลือดหัวใจตีบตัน หัวใจวาย อัมพาต และมะเร็งปอดในที่สุด
 

PM 2.5 ปลุกตลาดเครื่องฟอกอากาศโต 15 เปอร์เซ็นต์ใน 2 ปี
               

      หนึ่งในนวัตกรรมสมัยใหม่ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อช่วยตอบโจทย์ปัญหาวิกฤตฝุ่น และเป็นที่นิยมอย่างมากนั่นคือ “เครื่องฟอกอากาศ” ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 1,500 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ด้วยราคาและค่าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างสูง จึงทำให้เกิดข้อจำกัดในการเข้าถึง ไม่สามารถไปถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้าง


     ด้วยเหตุนี้เองทำให้ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) จึงได้คิดค้นเครื่องฟอกอากาศจากระบบไฟฟ้าสถิต “Innovative Air Cleaner” ขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มโอกาสให้ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงอากาศคุณภาพดีได้ ซึ่งนับเป็น 1 ใน 10 ผลงานวิจัยน่าลงทุนที่มีการนำเสนอบนเวที Investment Pitching ในงาน Thailand Tech show 2020 ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ผ่านมา




 
เปลี่ยนสินค้าราคาแพง เป็นของ “ถูกและดี” เข้าถึงง่าย


      “รศ.ดร.พานิช อินต๊ะ” หัวหน้าหน่วยวิจัยสนามไฟฟ้าประยุกต์ในงานวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา)  หนึ่งในผู้ร่วมค้นคว้าวิจัย ได้อธิบายหลักการทำงานของเครื่องฟอกอากาศดังกล่าวให้ฟังว่า จะใช้ระบบไฟฟ้าสถิต (Electrostatic ionizer) โดยการปล่อยประจุไฟฟ้าลบออกมา เพื่อดักจับฝุ่นละอองที่เป็นประจุบวก เพื่อให้เกิดการรวมตัวกันเป็นก้อนตกสู่พื้น ไม่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ โดยดักจับฝุ่นได้ทั้งขนาด PM10 และ PM2.5


      นอกจากนี้ยังสามารถฆ่าแบคทีเรียและไวรัสที่ลอยอยู่ในอากาศได้ด้วยระบบนอนเทอร์มอลพลาสมา (Non-thermal plasma) ก่อนจะปล่อยอากาศสะอาดคืนกลับมา แถมยังช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นรบกวนได้อีกด้วย โดยเทคโนโลยีดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ASNI/AHAM AC-1-2002 และ JIS Z 2801:2000 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
               

      ซึ่งหากเปรียบเทียบการทำงานของเครื่องฟอกอากาศ Innovative Air Cleaner กับเครื่องฟอกอากาศที่มีอยู่ทั่วไปตามท้องตลาดแล้ว เครื่องกรองอากาศของมทร.ล้านนา ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงกำจัดฝุ่นละอองขนาดจิ๋วได้ถึงร้อยละ 99 ทีเดียว และจากการใช้เทคโนโลยีระบบไฟฟ้าสถิต ทำให้ช่วยลดจำนวนขยะแผ่นกรองที่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ เป็นประจำทุกปีลงได้ จึงช่วยประหยัดค่าบำรุงรักษา นอกจากนี้ยังสามารถล้างทำความสะอาดได้ง่ายด้วย


      ราคาของเครื่อง Innovative Air Cleaner สำหรับบำบัดอากาศในพื้นที่ 50 ตารางเมตรจะอยู่ที่ประมาณ  20,000 บาท และมีค่าบำรุงรักษาในการใช้งาน 5 ปี อยู่ที่ 500 บาทเท่านั้น โดยหากเปรียบเทียบกับเครื่องกรองอากาศแบบแผ่นกรองทั่วไปราคาตัวเครื่องอาจใกล้เคียงกัน แต่มีค่าบำรุงรักษาถูกกว่าถึง 100 เท่า และหากเปรียบเทียบกับเครื่องกรองอากาศระบบไฟฟ้าสถิตทั่วไปที่มีราคาประมาณ 50,000 บาท และค่าบำรุงรักษาโดยเฉลี่ยอีก 5,000 บาท ก็ยังถือว่ามีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่ามาก



 

เปิดประตูหาผู้ร่วมลงทุน โอกาสดีๆ ของผู้ประกอบการไทย
               

       นอกจากช่วยตอบโจทย์ราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นตลอดจนประสิทธิภาพการทำงานที่เกินต้านแล้ว ข้อดีอีกอย่างของเครื่องฟอกอากาศระบบไฟฟ้าสถิตที่ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่นี้ ก็คือสามารถปรับขยายขนาดพื้นที่การใช้งาน (Upscale) ได้ง่ายขึ้นด้วย จึงสามารถนำไปใช้งานได้กับพื้นที่ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สถานประกอบการที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่  โรงพยาบาล ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้งานภายนอกอาคารในรูปแบบต่างๆ ได้ เช่น การทำเป็นหอคอยเพื่อกรองฝุ่นละอองภายในอากาศได้อีกด้วย
               

       โดยปัจจุบันเทคโนโลยี Innovative Air Cleaner ได้มีการจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย รวมถึงยังถูกนำไปเผยแพร่ในวารสารสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญยังได้รับรางวัลผลงานวิจัยระดับดีจากสภาวิจัยแห่งชาติด้วย



               

       นับเป็นอีกผลงานชิ้นโบว์แดงของนักประดิษฐ์ไทย ที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์และเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีทีเดียว นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยยังเปิดรับผู้สนใจให้ร่วมลงทุนในการผลิต ผู้ประกอบการคนใดสนใจลองติดต่อเข้าไปได้เลย

 
     (เรียบเรียงข้อมูลจาก : สวทช.)
 




 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

Sipso นวัตกรรมข้าวต้มพร้อมทาน ใช้เวลาไม่นานแค่ 160 วันทำยอดขายเดือนละเกือบครึ่งล้าน

“นวัตกรรม”นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ SME เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต 

ส่องแนวคิด Let's plant meat ปั้นธุรกิจแพลนต์เบสยอดพุ่ง 300% สวนเศรษฐกิจภาวะของแพง

ว่ากันว่าธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องรู้จักพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เหมือนกับ “นิธิฟู้ดส์” ผู้ผลิตเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสชั้นนำที่ได้ทรานส์ฟอร์มธุรกิจไปสู่การเป็นผู้ผลิต “แพลนต์เบส”ภายใต้ชื่อ “Let’s plant meat”

จับตาธุรกิจร้านอาหารประเภทใดจะรุ่งปี 2565

แม้จะมีการผ่อนปรนให้ผู้คนกลับมานั่งทานอาหารได้แล้ว แต่แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารปี 2565 ยังเป็นปีที่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงของการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ Omicron และสายพันธุ์อื่นที่อาจเกิดขึ้นได้