เกษตรกรแฮปปี้..แต่ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์-ผู้ผลิตอาหารสัตว์ รับศึกหนักราคาสินค้าเกษตรโลกพุ่ง

TEXT : กองบรรณาธิการ 





         รู้หรือไม่ว่า เพียงครึ่งแรกของปี 2564 “ราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก” ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ข้าวโพด ข้าวสาลี ธัญพืชต่างๆ รวมถึงยางพารา ปาล์มน้ำมัน และน้ำตาล ต่างทยอยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาของวัตถุดิบอาหารสัตว์ อย่าง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และถั่วเหลือง ที่พุ่งสูงขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 ถึงกว่า 104 เปอร์เซ็นต์ และ 79 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งนับเป็นราคาสูงที่สุดในรอบ 8 ปี! และยังไม่มีสัญญาณว่าจะลดลงเร็วๆ นี้อีกด้วย


       สถานการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และกระทบกับผู้ประกอบการกลุ่มไหนบ้าง มาดูกัน



 

ภาวะโลกร้อน-ภัยแล้ง กระทบต่อผลผลิตเกษตร


        ในช่วงที่ผ่านมาผลผลิตเกษตรโลกมีจำนวนลดลงต่อเนื่อง โดยเกิดจากภาวะโลกร้อนที่ส่งผลต่อสภาพอากาศแปรปรวน และภัยแล้งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 ที่ผ่านมา แม้ความต้องการผลผลิตจะมีเพิ่มขึ้น แต่ห่วงโซ่อุปทานกลับได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาด ทำให้หลายประเทศประสบกับปัญหาราคาอาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่แพงขึ้น จึงเกิดความวิตกกังวลต่อไปว่า ภาคครัวเรือน ที่นอกจากจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ตอนนี้แล้ว อาจยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าเดิมจากสถานการณ์นี้อีกด้วย
               

        เมื่อย้อนดูราคาสินค้าเกษตรในประเทศไทย พบว่า ราคาเฉลี่ยของเนื้อสัตว์และอาหารในปี 2564 ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) มีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อยที่ 0.08 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ฝั่งผู้ผลิตดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย (PPI) พบว่า ราคาผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมในภาพรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 6.4 เปอร์เซ็นต์  จากข้อมูลพอจะทำให้คลายความกังวลในส่วนของภาระฝั่งผู้บริโภคได้ แต่ต้นทุนส่วนของผู้ผลิตเนื้อสัตว์ พบว่า ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นของตลาดโลก เนื่องจากไทยไม่สามารถผลิตพืชอาหารสัตว์ได้เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ ซึ่งจากการคาดการณ์ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตามแผนอาหารสัตว์ 3 ปี (ตั้งแต่ปี 2564-2566) ไทยยังต้องการนำเข้ากากถั่วเหลืองและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คิดเป็น 64 เปอร์เซ็นต์ และ 51 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณความต้องการทั้งหมดตามลำดับ



 

ส่งผลต่อเนื่องถึงรายได้และต้นทุนของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง


         นอกจากนี้ ปัจจัยสินค้าประเภทอาหารต่าง ๆ อยู่ภายใต้การดูแลควบคุมจากภาครัฐ ทำให้การปรับตัวของราคาอาหารไม่ว่าจะเป็นเนื้อสุกร เนื้อไก่ หรือไข่ไก่ รวมไปถึงการกำกับปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบประเภทพืชในประเทศเพื่อใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ ได้แก่ ถั่วเหลือง ปลาป่น และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เมื่อเกิดสภาวะตลาดสินค้าไม่พอเพียง  จึงส่งผลกระทบต่อ “ต้นทุน” และ “รายได้” ของธุรกิจ จากสภาวะที่เกิดขึ้นข้างต้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารสัตว์ และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ต้องมีการปรับตัวรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อลดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสูตรอาหารเป็นวัตถุดิบที่มีราคาต่ำกว่า และพึ่งพาการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเพิ่มขึ้น



 
               
ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์-ผู้ผลิตอาหารสัตว์กระทบหนักสุด


         ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) ประเมินว่า ราคาสินค้าเกษตรโลกที่พุ่งสูงขึ้นทำให้วัตถุดิบพืชอาหารสัตว์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งนั่นส่งผลต่อผู้ประกอบการที่จะได้รับผลกระทบมาก โดยเฉพาะ ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และผู้ผลิตอาหารสัตว์ เนื่องจากค่าใช้จ่ายอาหารสัตว์เป็นต้นทุนสำคัญในการทำธุรกิจฟาร์ม โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 55-60 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนฟาร์มไก่ และ 20-25 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนฟาร์มสุกร ทำให้ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และผู้ผลิตอาหารสัตว์ ได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบพืชสำหรับอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้นตามตลาดโลกไปด้วย
               

          อย่างไรก็ดียังมีกลุ่มที่ได้รับผลดี นั่นคือ เกษตรกรผู้ผลิตพืชอาหารสัตว์ (ข้าวโพดและถั่วเหลือง) ชาวนาผู้ผลิตข้าว และโรงสีที่ได้รับผลพลอยได้จากข้าวทั้งรำละเอียด และปลายข้าว เนื่องจากธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์มีแนวโน้มหันมาใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น และหันมาเพิ่มสัดส่วนการใช้รำละเอียด และปลายข้าว เพื่อลดต้นทุนในการผลิตนั่นเอง



               
           
ต้องปรับกลยุทธ์ใช้วัตถุดิบในประเทศลดต้นทุนการผลิต


         จากสถานการณ์ราคาสินค้าวัตถุดิบเกษตรในตลาดโลก สะท้อนถึงปัญหาในเชิงโครงสร้างสินค้าเกษตรของไทย ที่ยังจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับแผนระยะยาว นั่นคือการเป็น เกษตรก้าวหน้า (Advance Agricultural) ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย (S-Curve Industry) โดยการหันมาใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น ลดการนำเข้าลง โดยภาครัฐควรเร่งส่งเสริมการเพาะปลูกพืชอาหารเชิงพาณิชย์ ไปพร้อมกับการวิจัยพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตให้มากเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ รวมถึงการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ควบคู่ไปกับผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ผลิตอาหารสัตว์ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และการทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ


       ซึ่งนั่นเองที่จะช่วยให้ธุรกิจทั้งห่วงโซ่แข็งแกร่งขึ้น ส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตได้ในที่สุด
 

          เรียบเรียงข้อมูลจาก : ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี
 
 


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

โกยรายได้เพิ่ม 4 เท่า กรณีศึกษาจากแบรนด์ I Was a Sari ทำส่าหรีเก่าให้เป็นสินค้าใหม่

"I Was a Sari" แบรนด์ชุดสาหรีที่เน้นย้ำสู่ความยั่งยืน การเป็น Sustainable Fashion ที่ได้ไอเดียจากร้านสาหรีมือสอง ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยสร้างงานให้ผู้หญิงในชุมชนยากไร้ จนสุดท้ายได้แบรนด์ดังอย่างกุชชี่เข้ามาช่วยพัฒนาสินค้า จนสามารถนำไปวางขายอยู่ในยุโรปได้

ทำธุรกิจรักษ์โลกยังไงให้ยั่งยืน เปิดโมเดล Flower in Hand by P. ร้านดอกไม้เล็กๆ สู่การทำฟาร์มของตัวเอง

ทุกวันนี้กระแสรักษ์โลกมาแรงก็จริงอยู่ แต่จริงๆ แล้วสามารถทำได้ทุกธุรกิจไหม เป็นคำถามคาใจให้กับผู้ประกอบการหลายคน วันนี้จะพามาดูตัวอย่างของ “Flower in Hand by P.” ร้านดอกไม้เล็กๆ ที่มีโนฮาวรักษ์โลกเป็นของตัวเอง

ทำไมธุรกิจคาเฟ่ในเอเชียจึงบูม ถูกจับตาเป็นศูนย์กลางกาแฟโลก ทั้งที่เริ่มจากวัฒนธรรมการดื่มชา

 เป็นที่ทราบกันว่าชาเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำเปล่าของชาวเอเชีย แต่จริงๆ แล้วในสมัยโบราณเราก็มีวัฒนธรรมดื่มกาแฟ เครื่องดื่มคาเฟอีนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม จนนำไปสู่อุตสาหกรรมทำเงินในที่สุดในยุคปัจจุบัน