จับตาอุตสาหกรรมอาหารจะรุ่งหรือร่วง หลังเจอวิกฤตไวรัส




         ด้วยตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่ยังทรงตัวสูง ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องยกระดับของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งรวมถึงการจำกัดการให้บริการของร้านอาหารเหลือเพียงช่องทางการสั่งซื้อที่หน้าร้านและการสั่งผ่านแอปพลิเคชั่นจัดส่งอาหาร (Food Delivery) ข้อจำกัดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งคาดว่ามูลค่ารวมของรายได้ธุรกิจร้านอาหารทั้งปี 2564 จะหายไปไม่ต่ำกว่า 6.0 หมื่นล้านบาท


         จากช่องทางการสร้างรายได้ที่จำกัด ผลักดันให้บริการธุรกิจจัดส่งอาหาร (Food Delivery) กลายมาเป็นช่องทางการสร้างรายได้หลักของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร นอกจากนี้ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์จัดส่งอาหารหลายรายได้เร่งทำการตลาด จัดโปรโมชั่นมอบส่วนลดและยกเว้นค่าธรรมเนียมการจัดส่ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร และช่วยดึงดูดผู้บริโภครายใหม่ให้เข้ามาทดลองใช้งานในแพลตฟอร์มและเพิ่มความถี่ในการใช้งานของผู้บริโภครายเดิมเช่นกัน


         ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปี 2564 ปริมาณการสั่งอาหารจัดส่งที่บ้านน่าจะมีจำนวนไม่น้อยกว่า 120 ล้านครั้ง หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 ในปี 2562 ที่มีจำนวนประมาณ 35 – 45 ล้านครั้ง





เทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภค

 

         นอกจากนี้ วิถีการใช้ชีวิตประจำวันท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในการใช้บริการจัดส่งอาหารไปยังที่พัก ทำให้เกิดเทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่น่าสนใจ ดังนี้
 

  • ระดับราคาเฉลี่ยต่อครั้งที่สั่งลดลง 20-25 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน จากปัจจัยด้านกำลังซื้อและการอัดโปรโมชั่นของผู้ประกอบการ โดยผู้บริโภคหันมาสั่งอาหารในระดับราคาที่สอดคล้องกับกำลังซื้อ ขณะเดียวกันการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารที่สูง ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารมีการจัดทำโปรโมชั่นราคาพิเศษและปรับรูปแบบของเมนูอาหาร

 

  • ร้านอาหารข้างทาง (Street Food) เข้ามามีบทบาทมากขึ้น และคาดว่าจะมีส่วนแบ่งรายได้มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่ารวมของธุรกิจจัดส่งอาหาร จากเดิมในปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 29 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของเซ็กเม้นต์และประเภทอาหารของผู้บริโภคมายังเมนูอาหารที่มีระดับราคาย่อมเยา ส่งผลต่อเนื่องให้ความถี่ในการสั่งอาหารจากร้านอาหารข้างทางเพิ่มจำนวนมากขึ้น

 

  • พื้นที่การสั่งอาหารขยายสู่บริเวณกรุงเทพฯรอบนอกและพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑลมากขึ้น สอดรับกับการปรับรูปแบบการทำงานของภาคธุรกิจมาเป็น Work from home และ Hybrid working ซึ่งผลสำรวจของศูนย์วิจัยสิกรไทยพบว่า หลังจากการระบาดในเดือนเมษายน 2564 พนักงานในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลที่ทำงานทั้งสองรูปแบบดังกล่าวมีสัดส่วนรวมกันสูงถึง 83 เปอร์เซ็นต์ โดยการที่ผู้บริโภคหันมาสั่งอาหารบริเวณใกล้ที่พักมากขึ้น นอกจากจะส่งผลให้ระยะทางเฉลี่ยในการจัดส่งอาหารลดลง ยังทำให้ผู้บริการแพลตฟอร์มจัดส่งอาหารปรับมาทำการตลาดร่วมกับพาร์ทเนอร์ ทั้งร้านอาหารและผู้จัดส่งอาหารในบริเวณดังกล่าวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 



Food Delivery ยังโตได้ดี

 


        ทั้งนี้ จากปัจจัยและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ธุรกิจจัดส่งอาหารไปยังที่พัก (Food Delivery) ในปี 2564 จะมีมูลค่ารวมสูงถึง 5.31 – 5.58 หมื่นล้านบาท หรือขยายตัวสูงถึง  18.4 – 24.4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา


        ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์โควิด-19 มีส่วนผลักดันให้ธุรกิจจัดส่งอาหารขยายตัวอย่างมาก และมีผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในการปรับตัวมาใช้บริการจัดส่งอาหารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับจำนวนร้านอาหารและผู้ส่งอาหารก็มีมาก จึงดึงดูดให้ผู้ประกอบการทั้งที่อยู่ในธุรกิจร้านอาหารและผู้ประกอบการนอกธุรกิจร้านอาหารสนใจเข้ามาลงทุนในตลาด Food Delivery ซึ่งทิศทางดังกล่าว ยิ่งทำให้ผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


         ดังนั้น ถึงแม้รายได้ของธุรกิจจะเติบโต แต่การจะพลิกกลับมาสร้างผลประกอบการให้เป็นบวกสุทธิของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มธุรกิจ Food Delivery ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด ก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย   


 

           ธุรกิจร้านอาหารควรปรับรูปแบบการลงทุนให้มีขนาดเล็ก เพิ่มความยืดหยุ่นและตอบโจทย์การเติบโตของตลาด Food Delivery โดยรูปแบบร้านอาหารขนาดเล็กที่คาดว่าจะได้รับความสนใจ ได้แก่ ร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน (Cloud kitchen) เช่น Multi-brand Cloud Kitchen ซึ่งเป็นการรวมแบรนด์ร้านอาหารในพอร์ทของผู้ประกอบการรายใหญ่ และ Delivery app own cloud kitchen ที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจัดส่งอาหารจะรวมร้านอาหารที่มีชื่อเสียงเข้ามาอยู่ใน Cloud kitchen ของตน รวมถึงร้านอาหารแบบ Kiosk/Corner ที่นอกจากจะเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ยังสามารถช่วยลดระยะทางเฉลี่ยในการจัดส่งอาหาร ส่งผลต่อเนื่องให้ต้นทุนและระยะเวลาการจัดส่งจากร้านอาหารไปยังผู้บริโภคลดลงจากเดิมอีกด้วย
 
           
        แม้ว่ามูลค่าของธุรกิจจัดส่งอาหารไปยังที่พักในปี 2564 จะยังขยายตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ อาทิ การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการร้านอาหารบนแพลตฟอร์มจัดส่งอาหาร จำนวนออเดอร์เฉลี่ยต่อวันต่อรายของผู้จัดส่งอาหารที่คาดว่าจะลดลงจากจำนวนผู้ขนส่งอาหารที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าภาวะดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อเนื่องในอีก 1-2 ข้างหน้า และเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจัดส่งอาหารทั้งรายเดิมและรายใหญ่ที่จะเข้ามาในธุรกิจดังกล่าว








 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ใครจะคิด! Innocent Drinks แบรนด์สมูทตี้ระดับโลก เริ่มต้นธุรกิจด้วยคำถาม “ควรลาออกดีไหม?” และถังขยะ YES หรือ NO  

รู้หรือไม่? ว่าหนึ่งในแบรนด์น้ำสมูทตี้ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง "Innocent Drinks" นั้น เริ่มต้นมาจาก...คำถามว่า่ "พวกเราควรลาออกจากงานมาทำน้ำผลไม้ขายไหม?" และถังขยะ 2 ใบ YES และ No ในงานเทศกาลดนตรี

จากคนที่แพ้ผ้าอนามัยถึงขั้นต้องผ่าตัด สู่เจ้าของแบรนด์ Wendays ผ้าอนามัยออร์แกนิค ที่เข้าใจปัญหาของจุดซ่อนเร้น

เมื่อแพ้ผ้าอนามัยถึงขั้นต้องเข้าผ่าตัดที่โรงพยาบาล ทำให้ ชวิศา เฉิน ออกตามล่าผ้าอนามัยที่เธอใช้ได้โดยไม่ระคายเคือง แต่เมื่อเป็นแบรนด์ต่างประเทศที่เธอต้องไปหิ้วกลับมาทุกครั้ง จึงเป็นจุดเปลี่ยนของการปลุกปั้น Wendays ผ้าอนามัยออร์แกนิค

Atipa Shop จาก “ขายเสื้อผ้ามือสอง” สู่แบรนด์ Top of Mind ใช้กลยุทธ์แห่งความเข้าใจ ปั้นเสื้อธรรมดาให้กลายเป็นของที่ต้องมี

ตลาดที่แข่งขันกันดุเดือด แต่แบรนด์หนึ่งกลับสามารถฝ่าคลื่น Red Ocean ขึ้นมาเป็น Top of Mind ของลูกค้าได้อย่างน่าสนใจ “Atipa Shop” แบรนด์แฟชั่น ที่เริ่มต้นจากการขายเสื้อผ้ามือสอง และพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 14 ปี