รถอีแต๋นต้องไม่ตาย ไอเดียเซฟธุรกิจที่บ้านให้รอดและทำกำไรเพิ่ม ทายาทปราจีนบุรีประเสริฐพานิช

Text: Neung Cch.


         ใดๆ ในโลกล้วนไม่จีรัง เวลาหมุน สิ่งต่างๆ ก็มักเปลี่ยนตาม โดยเฉพาะเรื่องของการทำธุรกิจ ทว่าท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในยุคนี้ยังมีสินค้าประเภทหนึ่งคือ รถอีแต๋น ที่ยังคงโลดแล่นบนถนนธุรกิจได้แม้จะมียานยนต์รูปแบบใหม่ๆ เข้ามาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค


       อะไรที่ทำให้รถอีแต๋นยังสามารถครองใจผู้บริโภคได้มาอย่างยาวนานไม่น้อยกว่า 50 ปี SME Thailand Online จะพาไปพบกับไอเดียดีๆ จาก  ธนะธัช ตังคะประเสริฐ – เต้ ทายาทรุ่นที่ 3 ของบริษัท ปราจีนบุรีประเสริฐพานิช ที่เหมือนฮีโร่กลับมาปลดล็อกธุรกิจครอบครัวที่กำลังเงียบเหงาให้กลับมามียอดขายคึกคักอีกครั้ง





อีแต๋นยังไม่ตาย

           

        จากหนุ่มที่ทำงานในวงการสื่อสารมวลชนเมื่อโดนพิษโควิดเล่นงาน ทำให้เต้ตัดสินใจกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้านเร็วขึ้นกว่ากำหนด ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง อาทิ จำนวนประชากรในครอบครัวที่มีค่อนข้างจำกัด หากเขาซึ่งเป็นลูกชายคนโตไม่กลับมาดูแลต่อก็อาจทำให้ธุรกิจครอบครัวหายไป เพราะยอดขายที่ดิ่งลงทุกวัน แต่ด้วยความเชื่อที่ว่ารถอีแต๋นยังมีดีพอที่จะสามารถทำเป็นธุรกิจต่อไปได้ ภารกิจชุบชีวิตธุรกิจครอบครัวจึงเริ่มต้น
               

         “ธุรกิจนี้ทำมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่เกือบ 50 ปีแล้ว ในตอนนี้ด้วยความเป็นรถอีแต๋นมันเลยดูโบราณ ความนิยมก็ลดลงมาเรื่อยๆ ตามยุคสมัย ยิ่งช่วงหลังที่มีรถแทรกเตอร์ ยานยนต์รูปแบบใหม่ๆ เข้ามาทดแทน ถ้าเราจะทำให้รถอีแต๋นไปได้ต้องประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย โดยให้มีความคุ้มค่ามากกว่าที่เอาไว้ใช้บรรทุกสินค้าเกษตรเพียงอย่างเดียว”





ปรับธุรกิจเป็น Custom made

               

        ในช่วงเริ่มต้นนั้นเต้กล่าวว่าเขายังไม่ได้มองไปถึงการนำรถอีแต๋นไปแข่งกับยานยนต์ใหม่ๆ หากแต่สิ่งที่เขาทำคือการปรับโฉมเพิ่มฟังก์ชันให้รถอีแต๋นสามารถทำงานได้มากขึ้น เช่น ดัดแปลงเป็นรถเครน รถดัมพ์ รถแท็งก์น้ำ รถบรรทุกติดลิฟต์ฝาท้าย ฯลฯ เมื่อรถคันเดียวแต่ทำงานได้หลากหลายก็ช่วยประหยัดต้นทุน อาทิ หากอยากได้รถดัมพ์ก็ไม่ต้องไปเช่ารถบรรทุกที่ต้องมีค่าใช้จ่ายต่อวันหลายพันบาท ฯลฯ
               

        “ข้อได้เปรียบของรถอีแต๋นคือ ราคาถูก ฉะนั้นถ้ามันสามารถใช้งานได้หลากหลายขึ้นก็น่าจะตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ดังนั้นจากที่เมื่อก่อนเราผลิตขายส่งแล้วจอดขายตามหน้าร้านต่างๆ ตอนนี้หากลูกค้าต้องการแบบไหนเราจะประกอบปรับสเปกตามวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าต้องการ”





นำทักษะสื่อสารมวลชนมาช่วย

           

        อีกหนึ่งสิ่งที่เต้นำมาใช้ในการต่อยอดธุรกิจคือ สร้างการรับรู้กับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยการสร้างคอนเทนต์ให้ลูกค้าเห็นเป็นภาพจริงๆ ว่ารถอีแต๋นสามารถทำอะไรได้บ้าง ซึ่งจากภาพที่สื่อสารออกไปทำให้มีเสียงตอบรับกลับมาเป็นที่น่าพอใจ
               

        ไม่เพียงแต่เสียงตอบรับเป็นไปในทางที่ดีการเพิ่มมิติการทำงานให้รถอีแต๋นยังช่วยให้บริษัทเขาได้กลุ่มลูกค้าเพิ่มจากเมื่อก่อนที่เป็นกลุ่มเกษตรกรที่ใช้รถอีแต๋นบรรทุกสินค้าเกษตร ปัจจุบันก็มีกลุ่มลูกค้าที่นำรถอีแต๋นไปใช้ยกของในบ่อกุ้ง หรือร้านอุปกรณ์ก่อสร้างที่นำรถอีแต๋นไปใช้ขนของภายในร้าน
               

        “พอคนเริ่มรู้จักก็มีออเดอร์เข้ามาเยอะจนเราผลิตให้ไม่ทัน บางคนก็ไม่รอ เราก็เสียโอกาสตรงนั้นไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องดูระยะยาว ว่าคนอาจหวือหวาแค่ช่วงแรกๆ หรือไม่”



               

        อย่างไรก็ตามปัจจุบันรถอีแต๋นเหมือนฮีโร่ที่มากู้ยอดขายของบริษัท เนื่องจากสินค้าการเกษตรอื่นๆ ที่วางขายหน้าร้าน เช่น ปั๊มน้ำ เครื่องตัดหญ้า เครื่องพ่นยา ต่างก็ได้รับผลกระทบจากโควิด ซึ่งคนไม่ออกจากบ้านก็ทำให้ยอดขายหายไป
               

       ส่วนในอนาคตจะมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มฟังก์ชันการทำงานของรถอีแต๋นหรือไม่นั้น ทายาทปราจีนบุรีประเสริฐพานิช ให้ความกระจ่างว่า
               

       “ถ้ามีการนำเอาเทคโนโลยีมาปรับเปลี่ยนอาจจะส่งผลต่อราคา ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า ในเบื้องต้นผมยังพยายามยึดเรื่องราคาและการใช้งานได้จริงเป็นหลักไว้ก่อน ในอนาคตอาจมีการปรับรูปลักษณ์ใหม่ให้รถอีแต๋นดูทันยุคสมัยมากขึ้น ก็จะเป็นอีกช่องทางที่เราจะได้ลูกค้าใหม่ๆ ทำให้รถอีแต๋นยังคงไปได้อีกไกล และยังทำได้อีกหลายอย่าง เช่น ปรับเป็นรถท่องเที่ยว หรือ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ก็มีการปรับเป็นรถแห่”


         แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนแต่ด้วยความเชื่อบวกกับไอเดียของของทายาทบริษัทปราจีนบุรีประเสริฐพานิช ที่ไม่หยุดคิดพัฒนาทำให้รถอีแต๋นยังสร้างกำไรให้กับธุรกิจได้ ไม่ปล่อยให้ถูกกลืนหายไปตามกาลเวลา และยังคงโลดแล่นอยู่บนถนนธุรกิจ
 




 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

เปลี่ยน Pain Point ให้กลายเป็นไอเดียธุรกิจ รวม 3 ธุรกิจพลิก “ปัญหา” ให้เป็นโอกาสทำเงิน

วันนี้มีตัวอย่าง 3 ธุรกิจที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก Pain Point โดยตรงของเจ้าของแบรนด์เอง จนนำมาต่อยอดกลายเป็นไอเดียธุรกิจ ที่เริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “ทำไมยังไม่มีใครแก้ปัญหานี้สักที?”

MORNING HOUSE จากบ้านอาหารเช้า สู่ Destination จ.อุดรธานี ที่เติบโตด้วยการ “ฟัง” และ “ปรับตัว” ตลอดเวลา

จากประโยคง่ายๆ ว่า “อาหารเช้ากินตอนไหนก็ได้” สู่ร้านที่คนอุดรฯ และนักท่องเที่ยวตั้งใจมาเยือน MORNING HOUSE ไม่ได้โตเพราะกระแส แต่โตเพราะการฟังทุกเสียง ปรับทุกจุดเล็กๆ..เพราะความสำเร็จอาจไม่ใช่การวิ่งให้เร็วที่สุด แต่คือการไม่หยุดพัฒนา .

จากขับแกร็บ พลิกชีวิต ฟัง Podcast จนได้เป็นเจ้าของธุรกิจ ‘อิคคิวโตมากับไข่’ ร้านเดลิเวอรี่ข้าวหน้าไข่ ที่ทำยอดขายเกือบครึ่งล้านต่อสาขา

จากอาชีพขับแกร็บ สู่เจ้าของธุรกิจรายได้ครึ่งล้านต่อสาขา นี่คือ เรื่องราวของ "ตะวัน บุราญรมย์" ชายหนุ่มผู้ไม่ได้มีต้นทุนชีวิต แต่ใช้ความสามารถเป็นทุนในการขับเคลื่อนชีวิต