Jello Boom เรื่องเล่าของแบรนด์เกือบพัง กลับมาปังทำตังค์ได้ด้วยแพ็กเกจจิ้งใหม่

Text: วันวิสา งามแสงชัยกิจ

 

     “แพ็กเกจจิ้ง” เปรียบเสมือนด่านแรกที่จะหยุดความสนใจของลูกค้า ต่อให้สินค้าดีแค่ไหนแต่ถ้าแพคเกจจิ้งไม่โดน ยอดขายที่หวังว่าจะปังๆ อาจจะพังไม่เป็นท่าเลยทีเดียว

     เช่นเดียวกับแบรนด์ Jello Boom เจลลี่บุกไส้หยดน้ำผลไม้แท้ ของ 2 สาว  รสรินทร์ รุจนานนท์ และ สันต์อาวี กรรณล้วน ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท วีที สวีท แอนด์ ฟู้ด อินโนเทค จำกัด ที่ร่วมพัฒนานวัตกรรมเจลลี่รูปแบบใหม่ที่เคี้ยวแล้วระเบิดในปาก ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ในตลาดที่ยังไม่เคยมีมาก่อน

     แต่นวัตกรรมนี้ กลับต้องมาพลาดท่า เพราะเริ่มต้นด้วยแพ็กเกจจิ้งที่ไม่ตอบโจทย์ลูกค้า ทำให้ยอดขายไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร จึงเป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งครั้งใหญ่ของธุรกิจคนตัวเล็ก

     มาดูกันว่า ผู้ผลิตที่เป็น SME รายเล็กๆ แบบนี้ เขาจะมีวิธีแก้ปัญหาแพ็กเกจจิ้งอย่างไร

ปัญหาแพ็กเกจจิ้ง ตัวการใหญ่ฉุดธุรกิจ

     Jello Boom แม้ตัวสินค้าจะถูกคิดค้นจากงานวิจัย กลายเป็นสินค้านวัตกรรมที่แปลกใหม่ในตลาด แต่ในสายตาลูกค้า กลับมองไม่เห็นถึงความแปลกใหม่ที่ว่านี้เลย นั่นเป็นเพราะ สินค้านี้ถูกห่อหุ้มด้วยแพ็กเกจจิ้ง ที่ไม่ได้ส่งเสริมให้สินค้านั้นดูโดดเด่นขึ้นมา

     ตั้งแต่ตัว Primary Packaging หรือ แพ็กเกจจิ้งชั้นในสุดที่ห้อหุ้มสินค้า เป็นถ้วยวุ้นธรรมดาๆ รวมถึง Secondary Packaging หรือ แพ็กเกจจิ้งด้านนอกก็เป็นเพียงกล่องใส ติดสติกเกอร์แบรนด์ไว้เท่านั้น ซึ่งเป็นแพ็กเกจจิ้งที่หาได้ตามท้องตลาดทั่วไป นั่นหมายความว่า “แพ็กเกจจิ้งเหมือนกัน = สินค้าก็เหมือนๆ กัน ในสายตาลูกค้า

สรุปปัญหา Jello Boom

  • ผู้บริโภคตีความว่า Jello Boom คือ วุ้นทั่วไป จากแพ็กเกจจิ้งที่เหมือนๆ กันในท้องตลาด แต่ทำไมถึงขายแพงกว่าคนอื่น
  • ผู้บริโภคไม่รู้ว่า Jello Boom คือ สินค้ามีนวัตกรรมผ่านการวิจัยมาแล้ว เพราะกล่องใสๆ ที่ติดเพียงสติ๊กเกอร์ชื่อแบรนด์ ไม่ได้ช่วยสื่อสารกับลูกค้าได้เลย
  • ผู้บริโภคไม่มั่นใจในคุณภาพ ความสะอาด เพราะจากแพ็กเกจจิ้งที่เป็นเพียงกล่องธรรมดา ทำให้มีปัญหาน้ำของวุ้นที่เยิ้มออกมานอกกล่อง