คิดแบบ Startup ทำแบบ SME วิธีปั้นธุรกิจให้แข่งกับรายใหญ่ได้ สไตล์คู่รักนักธุรกิจเจ้าของแบรนด์ Pynpy’

 

 

       จากกระแสการบริโภคแบบรักษ์โลก ที่ช่วยลด ละ เลิกการสร้างปริมาณขยะให้กับระบบนิเวศน์ “ผ้าอนามัย” เป็นหนึ่งในสินค้าที่ถูกพูดถึงและมักมีนวัตกรรมทางเลือกใหม่ๆ ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ ตั้งแต่ถ้วยอนามัย ผ้าอนามัยซักได้ ผ้าอนามัยออร์แกนิก จนถึงล่าสุด คือ กางเกงในอนามัย ซึ่ง Pynpy’ คือ กางเกงในอนามัยสัญชาติไทยแบรนด์แรกของไทย ที่ทำออกมาเพื่อเหมาะกับสรีระของผู้หญิงไทยและผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะ

      โดยแค่เปิดตัวครั้งแรก ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ซึ่งเพียงเดือนเดียวก็สามารถขายได้หมด 300 กว่าตัว แถมเปิดตัวมาได้ 2 ปี มีฐานลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้แล้วกว่าหลายพันคนด้วยกัน ปัจจุบันมีจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่ Classic Cut ราคา 1,190 บาท และรุ่น Seamless แบบไร้ขอบ เว้าสูง ราคา 1,290 บาท อะไรทำให้ผู้บริโภคยอมเปิดรับแบรนด์ได้ทั้งที่เป็นสินค้าใหม่ และการทำสินค้านวัตกรรมให้ประสบความสำเร็จแบบ SME ควรต้องคิดเช่นไร ลองไปรับฟังพร้อมกัน

     อรกานต์ สายะตานันท์ - กานต์ และ Tomas Prochazka สองนักธุรกิจคู่รักเจ้าของแบรนด์ Pynpy’ ได้วิเคราะห์ว่าการที่กางเกงในอนามัย Pynpy’ เป็นที่ยอมรับและประสบความสำเร็จได้อย่างวันนี้ น่าจะมาจากวิธีคิดสำคัญ 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

1. คิดให้ใหญ่เข้าไว้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะใหญ่ตาม

      โดยถึงแม้จะเริ่มต้นจาก Pain Point จุดเล็กๆ จากประสบการณ์ของตัวเอง (อ่านข่าวต้นเรื่องได้ที่ www.smethailandclub.com/entrepreneur/8068.html ) แต่ทั้งคู่มองว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นไม่ได้เล็กเลย เพราะหากสามารถทำออกมาได้สำเร็จจะสามารถช่วยเหลือผู้คน และเป็นทางเลือกให้กับผู้หญิงในไทยได้มากกว่าหลายสิบล้านคนทีเดียว

     "ปัญหาเกิดขึ้นมาจากจุดเล็กๆ ที่เริ่มต้นมาจากตัวเราก็จริง ซึ่งเคยไปเที่ยวใกล้กับช่วงที่ประจำเดือนกำลังจะมา แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามาวันไหน ทำให้ต้องใส่รอไว้ จนกระทั่งผ้าอนามัยหมด แต่ประจำเดือนดันมาในช่วงกลางคืน เป็นเหตุฉุกเฉินทำให้เราเตรียมตัวไม่ทัน จากวันนั้นเราก็คิดถึงวิธีแก้ไขปัญหา บวกกับมีความสนใจเรื่องการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คน และสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เราจึงพยายามหานวัตกรรมเพื่อมาตอบโจทย์ เพราะนอกจากปัญหาที่ไม่รู้ว่าประจำเดือนจะมาเมื่อไหร่แล้ว ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ผ้าอนามัยอีกหลายอย่าง เช่น ความไม่สบายตัว บางคนก็แพ้ผ้าอนามัย เราอยากทำให้วันที่มีประจำเดือนกลายเป็นวันธรรมดาวันหนึ่งที่เราสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ และคล่องตัว ซึ่งคิดว่าหากทำได้ก็จะสามารถช่วยเหลือผู้หญิงได้อีกหลายสิบล้านคนให้มีทางเลือกมากขึ้น" ทั้งคู่เล่าที่มาจุดเริ่มต้นการคิดค้นนวัตกรรมให้ฟัง