กลยุทธ์บริหารธุรกิจแบบ Just In Time  สไตล์เจคิว ปูม้านึ่ง จัดการสต๊อกให้พอดีขาย ทุนไม่หาย แต่รายได้เพิ่ม

 

     ความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้วัดกันที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว หากความยากของการบริหารธุรกิจในปัจจุบันคือทำอย่างไรที่จะควบคุมต้นทุนให้ได้ ซึ่งนั่นหมายรวมถึงความสามารถบริหารจัดการสต๊อกให้พอดี ทุนไม่จม วัตถุดิบไม่เสียหาย จากต้นทุนที่ต้องเสียไป ซึ่งที่สุดทั้งหมดจะกลับคืนมาในรูปผลกำไร เช่นการบริหารจัดการธุรกิจของ สุรีรัตน์ ศรีพรมหมคำ ผู้ก่อตั้ง “เจคิว ปูม้านึ่ง” แบรนด์อาหารทะเลเดลิเวอรีพร้อมรับประทานรายแรกๆ ของเมืองไทย ที่ต้องเจอกับความท้าทายแข่งขันกับเวลาเพื่อควบคุมภาพสินค้าให้ใหม่สดอยู่เสมอให้ถึงมือลูกค้า แต่ขณะเดียวกันก็ต้องบริหารจัดการสต็อกให้พอดี ไม่เหลือทิ้งกลายเป็นของเสีย ต้นทุนจมในที่สุดด้วย

3 กลยุทธ์พิชิตกำไรเพิ่ม ขาดทุนเป็นศูนย์

  • เก็บสถิติบาลานซ์ยอดขาย - สต๊อกให้พอดีกัน

     เก็บรวบรวมข้อมูลการขาย ประเภทสินค้า จำนวนการสั่งซื้อของลูกค้าในแต่ละช่วง เพื่อนำมาใช้ประเมินยอดการสั่งซื้อและเก็บสต๊อกวัตถุดิบให้พอดีกับความต้องการของลูกค้า ไม่เกินอายุของสินค้า เพื่อไม่ให้เกิดของเสียในธุรกิจ

  • ทำการตลาด สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก

     เพื่อกระตุ้นยอดขายให้สินค้าออกได้เร็วขึ้น ไม่ค้างอยู่ในสต๊อกไว้นานจนเกิดเป็นของเสีย ต้นทุนจม

  • วางแผนสำรองเฉพาะหน้าไว้อยู่เสมอ

    เนื่องจากเป็นสินค้าที่เป็นของสด สามารถเน่าเสียได้ง่าย และมีต้นทุนสูง จึงต้องเตรียมแผนสำรองไว้หลายทาง เช่น หากพายุเข้า น้ำท่วม ไม่สามารถขนส่งได้ทันเวลาจากภาคใต้ที่เป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญ จะมีวิธีแปรรูป หรือจัดการกับวัตถุดิบยังไง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

คิดแบบ Zero West

  • กฎเหล็กข้อแรกของการคัดเลือกสินค้ามาขายของเจคิว ปูม้านึ่ง ก็คือ สินค้านั้นต้องเป็น Zero West หรือไม่ก่อให้เกิดของเสียขึ้นในระบบ เพื่อไม่ให้เกิดต้นทุนจม
  • โดยต้องคิดก่อนว่าหากขายในรูปแบบสดไม่ได้ สามารถนำไปดัดแปลงเป็นสินค้าอื่นต่อได้หรือไม่ และเอาไปทำอะไรต่อได้บ้าง
  • แปรรูปสินค้าให้มีความหลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการขาย
  • จัดโปรโมชั่น เพื่อช่วยกระจายสินค้า ด้วยวิธีลด แลก แจก แถม ดีกว่าปล่อยให้เสียหาย โดยเปล่าประโยชน์
  • ไม่เอาของไม่ดี ไปขายให้ลูกค้า

 

แนวคิดจากโตโยต้า

     ด้วยวิธีคิดบริหารจัดการสต๊อกให้พอดีกับยอดขาย ไม่เกิดของเสียขึ้นในธุรกิจ จึงไปตรงกับหลักคิดของโตโยต้าที่เรียกว่า “Just in Time” หรือระบบการผลิตแบบทันเวลาพอดีกับปริมาณที่ลูกค้าต้องการจะซื้อ เพื่อลดจำนวนสินค้าคงคลังให้เหลือน้อยที่สุด     

     หลักการพื้นฐาน 3 ประการของ Just In Time

  • ดึงงานจากกระบวนการถัดไปมาผลิต ถูกดึงออกเท่าไหร่ ก็ให้ทำเพิ่มเท่านั้น โดยไม่ต้องเผื่อสต๊อกไว้เพิ่ม
  • ใช้วิธีการผลิตแบบไหลต่อเนื่อง โดยไม่หยุดไลน์การผลิต
  • ผลิตตามจำนวนที่จำเป็นเท่านั้น มีออร์เดอร์เท่าไหร่ ผลิตเท่านั้น โดยอาศัย Takt Time เป็นตัวกำหนดความเร็วในการผลิต

     

     ประโยชน์ Just In Time

     1. ลดต้นทุนในการเก็บสินค้าคงคลังที่เกิดจาก การเคลื่อนย้ายสินค้าเข้า-ออก, สินค้าชำรุด เสื่อมคุณภาพ, สินค้าตกรุ่น ขายไม่ได้

     2. ลดความผิดพลาดในการผลิต เพราะมีชิ้นส่วนและวัตถุดิบเท่าที่จะผลิต, ควบคุมเป็น Visual ได้ง่าย (มองเห็นกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน)

     3. ลดต้นทุนในการสั่งซื้อวัตถุดิบ สั่งซื้อมากเกินความจำเป็น ทำให้ต้นทุนจม, วัตถุดิบชำรุด, หมดอายุ (Dead Stock) โดยอาจเริ่มจากลดเหลือ 50 เปอร์เซ็นต์จากที่เคยสั่ง จากนั้นก็ลดเหลือแค่พอดีต่อสัปดาห์ จนในที่สุดลดเหลือแค่พอผลิตต่อ 1-3 วัน

***ข้อมูลจากโครงการ “ถอด DNA ความสำเร็จแบบวิถีโตโยต้า” ในหัวข้อ “แนวคิดในการทำธุรกิจแบบ TOYOTA WAY”

โดย SME Thailand x โตโยต้าธุรกิจชุมชนพัฒน์  

สนใจเข้าร่วมกิจกรรม คลิก https://toyotatsi.com/course

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

อมต ชัยเกรียงไกร จากผู้อยู่เบื้องหลัง 2,000 สูตรสกินแคร์ญี่ปุ่น สู่ผู้ก่อตั้ง AMT Skincare รายได้ 520 ล้าน ด้วยโมเดล ‘ให้ความรู้ก่อนการขาย’

นักวิจัยเกียรตินิยมอันดับ 1 มีประสบการณ์จาก KOSÉ บริษัทเครื่องสำอาง Top 3 ของญี่ปุ่น แต่หางานในไทยไม่ได้ เพราะ 'Overqualified' จากวันที่มืดแปดด้าน อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ อมต ชัยเกรียงไกร กลับมาสร้างอาณาจักรธุรกิจ AMT Skincare ได้สำเร็จ

ชาว Dog Lover ต้องถูกใจสิ่งนี้! Hide Away Club “คาเฟ่หมาจร” ไอเดียทำธุรกิจยุคใหม่ เปิดคาเฟ่ไปด้วย ช่วยน้องหาบ้านไปด้วย

รู้จัก Hide Away Club หรือที่หลายคนเรียกว่า “คาเฟ่หมาจร” จ.นครปฐม ที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้น้องหมาได้พบกับบ้านหลังใหม่

ไม่ได้เริ่มจากความพร้อม แต่เริ่มจากทางตัน Jimmy Family Restaurant กับบทเรียนการสู้ไม่ถอย พลิกธุรกิจฟื้นกลับมาได้ ในวันที่เกือบล้ม

เรียนจบกลับมา เหลือเงินในบ้าน 5,000 บาท หนี้ก้อนโต และร้านอาหารที่กำลังจะเปิด นี่คือจุดเริ่มต้นของ Jimmy Family Restaurant และไนน์-ภากร มหิทธาฤทธิกร ในวัย 22 ปี ก่อนที่จะเจอวิกฤติอีกครั้ง เมื่อคู่แข่งมาเปิดร้านใกล้ๆ จนขาดทุน เขาทำอย่างไรจึงพลิกธุรกิจกลับมาได้