PANA เครื่องดื่มชนิดผง Plant based นวัตกรรมทางเลือกเพื่อสุขภาพ คนกินไม่รู้สึกผิดต่อร่างกาย

TEXT : Neung Cch.

PHOTO : PANA

Main idea

  • คนรักสุขภาพ ใช่ว่าจะไม่อยากทานของอร่อย แต่จะทำอย่างไรให้กินของอร่อยโดยไม่รู้สึกผิดต่อร่างกาย

 

  • นี่คือ ที่มาของ PANA เครื่องดื่มชนิดผง 3 in 1 Plant based ที่เจ้าของแบรนด์อยากเปลี่ยนจากดื่มกาแฟดำมาดื่มกาแฟที่มีทั้งรสหวานมัน ภายใต้กฎเหล็กที่ขีดเส้นใต้ตัวโตๆ ว่าต้องไม่ได้มาจากครีมเทียมหรือน้ำตาลเทียม

 

     ประสบการณ์ที่เคยไม่สบายเป็นไข้หวัดบ่อยๆ ทำให้ ศิริลักษณ์ ด่านทอง (เก๋) เจ้าของ บริษัท ตั้งมั่นมาก จำกัด หันมาดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดีโดยเฉพาะเรื่องอาหาร เพราะเธอไม่อยากเสียสุขภาพแล้วยังต้องเสียเงินเป็นค่ายาโดยไม่จำเป็น ผลของการใส่ใจเรื่องอาหาร นอกจากช่วยประหยัดค่ายาได้เพราะอาการไม่สบายแทบทุกเดือนนั้นก็เหมือนหายเป็นปลิดทิ้ง

     “ช่วงวัยรุ่นใช้ชีวิตปกติ ทานเนื้อสัตว์ พอวันหนึ่งเริ่มสังเกตตัวเองว่าทำไมมีไข้ทุกเดือน ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการกิน เริ่มต้นด้วยการกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด หลังจากนั้นศึกษามาเรื่อยๆ ว่า อาหารบางอย่างกินได้ บางอย่างก็ไม่ควรกิน ยิ่งนานวันยิ่งศึกษาไปถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบของอาหารที่ต้องไม่มีสารเคมี พัฒนาเป็นสเต็บๆ ในการดูแลตัวเอง”

อยากอร่อยแต่ไม่อยากรู้สึกผิด

     แม้จะใส่ใจสุขภาพ แต่ศิริลักษณ์สารภาพว่าก็มีบางโมเม้นต์ที่เธออยากลองเปลี่ยนเมนูกาแฟดำที่ทานเป็นประจำมาลองดื่มกาแฟที่มีรสชาติหวานๆ มันๆ บ้าง แต่ความหวานกับความมันที่ได้นั้นต้องไม่ใช่มาจากครีมเทียมหรือน้ำตาลเทียม เพราะมันทำให้เธอรู้สึกว่ามีความหวานติดในช่องปาก ช่องคอ และรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ จึงอยากสร้างผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มขึ้นมา พร้อมกับเชื่อมั่นว่าต้องมีกลุ่มคนที่รักสุขภาพอีกจำนวนไม่น้อยต้องการสินค้าแบบเธอเช่นกัน

     “พอดีมีเพื่อนที่ทำโรงงานอาหารก็เลยช่วยกันคิดที่จะหาอะไรมาทดแทนครีมเทียม น้ำตาลเทียมได้บ้าง ทดลองอยู่หลายอย่าง ในที่สุดก็มาลงตัวที่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวโพด กะทิ ถั่วเหลือง นำมามาเป็นวัตถุดิบที่ในกระบวนการผลิตจะไม่ใช้ระบบสเปรย์ดราย แต่ใช้ในวิธีการบดให้ละเอียดให้มันเป็นธรรมชาติมากที่สุด จนได้เป็นส่วนผสมที่มีสชาติความมัน ความหวาน ที่สามารถทดแทนครีมเทียมกับน้ำตาลเทียมได้”

ทางเลือกใหม่ให้คนที่สนใจสุขภาพ

     เมื่อได้วัตถุดิบที่สามารถแทนครีมเทียมและน้ำตาลเทียมได้แล้ว ศิริลักษณ์ ตันสินใจที่จะผลิตเครื่องดื่มชนิดผง 3 in 1 Plant based 3 ชนิด คือ ชาไทย กาแฟ และช็อกโกแลต

     “เก๋อยู่ในธุรกิจสาย healthy ครอบครัวมีไร่ออร์แกนิกแครอทและบีทรูทของที่ไร่ เรานำมาใช้ในชาไทยที่ให้สีส้มสวยๆ และแถมได้ความหวานเพิ่มมาด้วย เราเข้าใจในกลุ่มคนที่ดูแลสุขภาพด้วยกันว่าบางครั้งก็อยากจะกินอะไรที่ให้ความรู้สึกเหมือนกินขนม

ต้องทำให้ลูกค้าเชื่อใจ

     แม้จะเป็นสินค้าสุขภาพที่หลายคนตามหาแต่การจะทำให้ลูกค้าเปิดใจนั้น ศิริลักษณ์ ยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างแรกที่ลูกค้าส่วนใหญ่มักถามหาคือ ส่วนผสม ข้อมูลโภชนาการ นอกจากนี้เธอยังเพิ่มการออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้สวยดูทันสมัย พกพาง่าย

     “เราขายกล่องละ 300 บาท ไม่ถูกและไม่ได้แพง ถ้าทราบว่า ส่วนผสมวัตถุดิบที่เรานำมาใช้มีอะไรบ้าง แต่การที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเราก็ไม่ง่าย เเลือกวิธีออกบูธ เพื่อที่จะได้พบกับลูกค้า ให้ลูกค้าได้ชิม วันนึงได้พบคุณป้ามาซื้อที่บูธ 2 วันติด วันที่ 2 ป้ามาบอกว่าขอบคุณมากเลยที่ทำสินค้าดีๆ ออกมา เราก็รู้สึกดีใจมาก เป็นกำลังใจที่ดี และได้ไปออกงาน Thaifex ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าต่างประเทศ" 

 

     เป้าหมายต่อไปเราอยากให้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้น ไม่ใช่แค่คนที่รักสุขภาพเท่านั้น ยังรวมไปถึงคนทั่วไป ทุกคนมีสิทธิ์ได้ลองสินค้าแบบนี้ ที่ดีต่อใจ ดีต่อกาย ดื่มได้ทุกวันไม่ทำร้ายสุขภาพ

ข้อมูลติดต่อ

https://www.facebook.com/panaplantbaseddrink/

โทรศัพท์: 092 252 9692

     ลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า รับฟรี! Gift Voucher มูลค่า 50 บาท ใช้เป็นส่วนลดซื้อสินค้าภายในงาน (จำนวนจำกัด) https://forms.gle/m383gFDjAo2vyH2K6
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

CONCUR Patchwork จากพ่อค้าเสื้อมือสอง สู่แบรนด์แฟชั่นอัพไซเคิล ลดขยะเสื้อผ้าเหลือทิ้งชายแดนใต้ สร้างรายได้สู่ชุมชน

เริ่มต้นจาก “จู–ฮุสนีย์ สาแม” อดีตพ่อค้าเสื้อผ้ามือสองที่ผันตัวสู่เจ้าของแบรนด์แฟชั่นยั่งยืน สามารถเปลี่ยนขยะเสื้อผ้าที่แทบจะถูกนำไปทิ้ง ขายไม่ได้ ให้กลายมาเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นราคาหลักพันบาท แถมยังส่งขายไปยังลูกค้ามากกว่า 22 ประเทศ

Unplugging เทรนด์แรงปี 2026 ธุรกิจจะเอาชนะใจลูกค้ายุคถอดปลั๊กได้ยังไง

รู้หรือไม่? มีกระแสคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่กำลังตีกลับนั่นคือเทรนด์ Unplugging เมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มเบื่อความเสมือน และหันมาเทเงินให้กับประสบการณ์จริงแทน แล้ว SME ไทยจะรับมืออย่างไร เมื่อลูกค้าอยาก 'ถอดปลั๊ก' มากขึ้นทุกวัน? หา

พลิกบทบาท “3 สาวอะไหล่ยนต์” สู่เจ้าของแบรนด์ LUCK ผ้าขนหนูอัจฉริยะ แจ้งเตือนได้เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนผืนใหม่ 

แค่พาธุรกิจอะไหล่รถของคนรุ่นพ่อสู่การขายบนโลกออนไลน์ไม่พอ เมื่อการ Transform ครั้งใหม่ของทายาทสาวคือการสร้างแบรนด์ LUCK ผ้าขนหนูอัจฉริยะ ที่ไม่เพียงซึมซับดีแห้งเร็ว แต่ยังมีแถบแจ้งเตือนให้รู้ได้ว่า ถึงเวลาเปลี่ยนผืนใหม่แล้วหรือยัง