3 เทคนิคหาช่องว่างแจ้งเกิดในตลาด กับ “Miss & Kiss” แบรนด์น้ำหอม ที่ไม่เน้นสงครามราคา

TEXT : กองบรรณาธิการ

PHOTO : Miss & Kiss

Main Idea

  • “Miss & Kiss” คือ แบรนด์น้ำหอมหลักร้อย ที่ชูจุดเด่นแบรนด์ด้วยราคาย่อมเยา แต่คุณภาพเกินคุ้ม

 

  • ใช้เทคนิคมุ่งผลิตของดี ใช้งบการตลาดน้อยๆ ชูจุดเด่นสินค้าขายได้ด้วยตัวเอง

 

 

     จากช่องว่างและโอกาสในตลาดที่น้ำหอมคุณภาพดี ราคามักจะสูงมาก จุดประกายทำให้ อุ้ย- ณรัฐวรรณ พิมพ์วงษกุล และ ใหม่ -ปิยวรรณ สมบูรณ์บดีบุตร สองเพื่อนซี้ที่ฝันอยากจะสร้างธุรกิจของตัวเอง คิดแก้ปมผลิตน้ำหอมคุณภาพดีในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายๆ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Miss & Kiss”

     “ธุรกิจของเราเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 4-5 ปีก่อน เราสองคนมีแพสชั่นที่อยากทำธุรกิจร่วมกันอยู่แล้ว โดยอุ้ยทำงานประจำเป็นพนักงานบริษัท ส่วนใหม่ทำธุรกิจส่วนตัวอยู่แล้ว แต่กำลังประสบปัญหา ก็เลยคิดว่าทางออกของเรา คือ ต้องสู้เท่านั้น โดยเรามีความสนใจเรื่องน้ำหอม และมองเห็นช่องว่างว่าในตลาดน้ำหอมที่คุณภาพดีส่วนใหญ่ก็มักจะมีราคาสูงมาก อีกเกรดก็เป็นน้ำหอมราคาถูกไปเลย แต่ยังไม่มีน้ำหอมคุณภาพดี ในราคากลางๆ ที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย จึงจุดประกายให้เราอยากทำตรงนี้ขึ้นมา”

     จากโจทย์ที่ตั้งไว้ อุ้ยและใหม่ได้วางแนวทางทำธุรกิจของตัวเองเอาไว้ 3 ส่วน คือ

1.ราคาดี คุณภาพโดน - ตัดงบการตลาด เอามามุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดี

     “หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ขายน้ำหอมคุณภาพดีได้ในราคาประหยัด เราต้องลดค่าใช้จ่ายส่วนผ่านคนกลาง โดยใช้งบการตลาดให้น้อยที่สุด เราจึงทุ่มงบลงทุนที่มีอยู่ไปกับการจัดตั้งโรงงานผลิตน้ำหอม เพื่อพัฒนาสูตรและควบคุมคุณภาพได้ด้วยตัวเอง โดยแทบจะไม่ได้ใช้งบประมาณในการทำโฆษณาเลย วิธีนี้ทำให้เราสามารถควบคุมต้นทุนและขายสินค้าได้ในราคาเพียงขวดละร้อยกว่าบาท จนวันนี้สิ่งที่เราภูมิใจมาก คือ สินค้าสามารถขายได้ด้วยตัวเอง เพราะเมื่อลูกค้าลองใช้แล้วชื่นชอบ ก็ช่วยไปบอกต่อให้มาลองใช้น้ำหอมแบรนด์นี้สิ ราคาถูก หอมติดทนนานด้วย ทำให้ยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ สินค้าสามารถขายได้ด้วยตัวเอง” 

2.ดีไซน์แตกต่าง – ใช้ลวดลายการ์ตูน เป็นไอเทมเก๋ๆ ดูทันสมัย

     หลังเปิดตัวออกสู่ตลาด อุ้ยและใหม่ต่างช่วยกันพัฒนาสินค้า ให้มีทั้งกลิ่นและบรรจุภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย ตอบความต้องการลูกค้าได้ครบถ้วน ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน จนปัจจุบันมีออกมาแล้วมากกว่า 50 กลิ่น ในส่วนของบรรจุภัณฑ์มีการเพิ่มดีไซน์ลวดลายกล่องเป็นภาพการ์ตูนสไตล์อนิเมะ จนเกิดเป็นภาพจำของลูกค้า โดยช่วงแรกเน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ควบคู่กับการใช้ตัวแทนขาย และนำเสนอวางสินค้าขายตามร้านค้าปลีก-ค้าส่งในพื้นที่จังหวัดต่างๆ จนทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น

3.วางแผนระยะยาว ขยายตลาดกว้างขึ้น - ผ่านโมเดิร์นเทรด กระตุ้นยอดขายโตก้าวกระโดด

     จากจุดเริ่มต้นเมื่อ 4-5 ปีก่อน ในวันนี้อุ้ยและใหม่วางแผนธุรกิจเพื่ออยากเติบโตต่อเนื่องไปในระยะยาว โดยมองว่าการทำให้สินค้าสามารถกระจายเข้าสู่ผู้บริโภคได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยให้ธุรกิจเกิดความมั่นคงได้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งล่าสุดได้ขยายตลาดเข้าวางจำหน่ายในห้างโมเดิร์นเทรดได้แล้ว

     “ปีนี้เรียกว่าเป็นการเติบโตอีกก้าวของแบรนด์ที่สามารถเข้าวางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดได้ ซึ่งปกติเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก ทั้งเงื่อนไข และค่าใช้จ่าย แต่หากสามารถเข้าได้ สินค้าของเราก็จะถูกกระจายออกไปได้ไกลขึ้น ยอดขายโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่เราได้เข้าร่วมโครงการกับทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ที่เป็นตัวกลางจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ทำให้เราได้เข้าไปพรีเซนต์สินค้ากับห้างโลตัสโดยตรง ได้นำเสนอสินค้าเรามีจุดเด่นอย่างไร ได้เอาสินค้าให้เขาดูจริงๆ เขาได้ให้คอมเมนต์กลับมา ซึ่งแค่นี้ก็นับเป็นโอกาสมากแล้ว เราจะได้รู้ว่าควรพัฒนาอะไร แต่โชคดีที่เราได้รับคัดเลือกด้วย จึงทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นกว่า 30% ทีเดียว และยังสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ให้กับลูกค้าได้มากขึ้นในการต่อยอดธุรกิจผลิตสินค้า OEM ให้กับลูกค้าท่านอื่นๆ ด้วย”

     นับเป็น 3 แนวทางในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ราคาดี สินค้าดี ดีไซน์ดี ช่องทางจำหน่ายดี แล้วแบบนี้ยอดขายจะหนีไปไหนล่ะว่าม่ะ!

“Miss & Kiss”

โทร. 090 628 9421

FB :Miss&Kiss Perfume

IG :missandkiss_perfume

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

อยากขายของไปยุโรป ต้องรู้เรื่องนี้! EUDR กฎหมายห้ามสินค้าจากการตัดไม้ทำลายป่า เช็กให้ดี ก่อนพลาดโอกาสทางธุรกิจ

“EUDR” กฎหมายใหม่ของสหภาพยุโรป ที่เน้น “สินค้าปลอดการทำลายป่า” ที่ต่อไปหากใครอยากส่งออกไปยุโรป ต้องพิสูจน์ที่มาให้ได้ว่า “ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า” ไม่อย่างนั้นอาจถูกแบน หรือหมดสิทธิ์ทำการค้าได้

ไม่อยากมีความสุขแค่วันเสาร์–อาทิตย์ จากโปรแกรมเมอร์ สู่แบรนด์เสื้อผ้า ARAIA ยอมทิ้งความมั่นคงมาทำสิ่งที่รัก

เพราะความมั่นคงในชีวิต อาจไม่ใช่คำตอบของความสุข นำไปสู่การตัดสินใจหันหลังให้เส้นทางโปรแกรมเมอร์ แล้วเริ่มต้นใหม่ในวงการแฟชั่น จนกลายเป็น ARAIA แบรนด์เสื้อผ้า Craftsmanship ที่ไม่ได้ตั้งใจจะตามเทรนด์ แต่ตั้งใจจะเป็นตัวเองอย่างที่สุด

“อยากให้ผมเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าของธุรกิจ?” คำขอจากทายาท Sun On เมื่อธุรกิจ 40 ปีต้องเลือกเส้นทาง “เติบโต หรือแค่อยู่รอด”

“อยากเลี้ยงผมเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าของธุรกิจ?” นี่คือเดิมพันครั้งใหญ่ของ “บูม-นภัส ศิรินันท์” ทายาทรุ่นที่ 2 ของแบรนด์เส้นผมระดับตำนานอย่าง Sun On ในวันที่ธุรกิจกำลังดิ่งเหว พ่อป่วยซึมเศร้า และโลกออนไลน์กำลังไล่ล่าธุรกิจยุคเก่า