สานต่อตำนาน 70 ปี ทายาทรุ่น 3 ปัดฝุ่น รร.แสงทองเฮอริเทจ สู่แลนด์มาร์คใหม่แห่งนครพนม

Photo: แสงทองเฮอริเทจ


     เพราะไม่อยากให้มรดกทางธุรกิจที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าต้องสูญหายไป กรรณิการ์ หนูห่วง ทายาทรุ่นที่สาม จึงตัดสินใจกลับมาสู่บ้านเกิดจังหวัด นครพนม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูโรงแรมที่มีสถาปัตยกรรมโบราณอันงดงามให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

    แม้จะมีโจทย์หินมากมายทั้งความท้าทายในการรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมและการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับความไม่เห็นด้วยจากคนในครอบครัว แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความรักที่มีต่อธุรกิจของครอบครัว พร้อมสร้างตำนานบทใหม่ให้คนที่มานครพนมจะต้องแวะมาพักที่โรงแรมของเธอ กรรณิการ์พร้อมที่จะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้

 ก่อนจะเหลือแค่ชื่อ

     แม้อาชีพวิศวกรจะทำให้ กรรณิการ์ สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบายๆ ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แต่ภาพความทรงจำของ โรงแรมแสงทอง (ชื่อเก่า) สถานที่ที่เป็นทั้งบ้านที่เธออาศัยเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นของครอบครัว และยังเป็นแหล่งรายได้ที่เลี้ยงดูครอบครัวมาหลายชั่วอายุคน

     เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนเริ่มเติบโต ทั้งตัวกรรณิการ์และพี่น้องต่างแยกย้ายไปทำงานต่างจังหวัด จึงขาดคนมาบริหารดูแลทำให้โรงแรมหยุดให้บริการไปโดยอัตโนมัติร่วม 10 ปี ทุกครั้งที่มีโอกาสได้กลับมาที่นครพนมทำให้กรรณิการ์รู้สึกเสียดายถึงความคลาสสิกของโรงแรม ประมาณช่วงโควิดปีสุดท้ายเธอจึงตัดสินใจที่จะสานต่อธุรกิจโรงแรมของครอบครัวพร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นโรงแรมแสงทองเฮอริเทจ

     “เราทำงานที่กรุงเทพฯ ปีหนึ่งจะได้กลับบ้านแค่สองครั้ง มีความรู้สึกว่าอยากกลับมาอยู่บ้านด้วย แล้วก็อยากอนุรักษ์ ของเดิมไว้”

งานช้างที่ต้องฝ่าด่านอรหันต์

     ในฐานะผู้นำในการปรับปรุงโรงแรมแห่งนี้ กรรณิการ์บอกว่าเธอพยายามทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ เริ่มตั้งแต่การว่าจ้างสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ ให้ทำพรีเซ็นต์รูปแบบรวมถึงการจัดทำงบประมาณให้ชัดเจน เพื่อนำทุกอย่างมานำเสนอให้สมาชิกทุกคนได้รับทราบเห็นแผนงานต่างๆ และร่วมกันตัดสินใจให้เห็นเป็นภาพเดียวกันว่าถ้าจะทำต่อหรือไม่ทำ

     “ตอนเริ่มปรับปรุงในครอบครัวก็มีคัดค้านบ้าง เพราะบางคนกังวลว่าตอนซ่อมแซมต้องมีการย้ายของในโรงแรมซึ่งมีจำนวนมากมาไว้ในที่โล่งแจ้งอาจทำให้ของหายได้ เราก็พยายามทำทุกอย่างเป็นขั้นตอน ให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวได้รับทราบ”

เปลี่ยนความเก่าให้เป็นความเก๋า

     เมื่อทุกคนในครอบครัวเห็นพ้องต้องกันว่าจะรีโนเวทโรงแรมใหม่ กรรณิการ์จึงเดินหน้าต่อทันที โดยที่จะคงเอกลักษณ์ความคลาสสิกสถานที่เก่าไว้ แม้จะมีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญให้ทุบทิ้งและสร้างใหม่ แต่เธอเลือกที่จะปรับปรุงอาคารเดิมให้สวยงามและทันสมัยมากขึ้น โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของโรงแรมไว้ในลักษณะ "คลาสสิกวินเทจ" ซึ่งผสมผสานสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโคโลเนียลในบางส่วน และในบางห้องยังคงใช้วัสดุเดิมจากยุคสมัยก่อน เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับความเก่าแก่ที่ยังคงมีกลิ่นอายความทรงจำของประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับความสะดวกสบายในยุคปัจจุบัน

     "ตัวเรามองว่าตัวอาคารเองมีเอกลักษณ์อยู่แล้ว รู้สึกว่ามันเสียดายมรดกทางวัฒนธรรมที่เรามีอยู่ เราจึงตัดสินใจปรับปรุงอาคารเดิมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยรักษาเอกลักษณ์เดิมเอาไว้ให้มากที่สุด อยากให้ลูกค้าที่มาพักรู้สึกเหมือนมาเยี่ยมบ้านญาติ" กรณิการ์กล่าว

คอนเทนต์ต้องมี โซเชียลต้องมา

     หลังจากหยุดให้บริการกว่า 10 ปีนั้น การจะเรียกลูกค้าให้กลับมาพักนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีโรงแรมใหม่ๆ ผุดขึ้นทุกวัน กรรณิการ์และทีมงานต้องทราบถุงอุปสรรคข้อนี้ดี เธอจึงเน้นการโปรโมทโรงแรมให้เป็นที่รู้จักในหมู่ลูกค้าใหม่ๆ ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียที่เธอบอกว่ามีความสำคัญอย่างมากในยุคนี้

     โดยเธอเลือกใช้ เฟซบุ๊ก และ ติ๊กต็อก เป็นช่องทางหลักในการประชาสัมพันธ์ทำให้โรงแรมแสงทองเฮอริเทจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคลิปที่เล่าเกี่ยวกับประวัติของโรงแรม และกิจกรรมในท้องถิ่น เช่น การใส่บาตรที่วัดพระธาตุพนม ที่เรียกทั้งยอดไลก์และลูกค้าให้กลับมาพักที่แห่งนี้

     "กลุ่มเป้าหมายหลักของเราคือผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศคลาสสิก และความเป็นส่วนตัว เนื่องจากเรามีห้องพักเพียง 10 ห้อง ในช่วงแรกเราได้เริ่มต้นทำการตลาดผ่านช่องทาง Facebook แต่ผลตอบรับยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม เมื่อเราหันมาให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์ม TikTok มากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น คลิปการใส่บาตรหน้าวัดพระธาตุพนม ก็พบว่าสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ยอดผู้ติดตามและจำนวนการจองห้องพักเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด"

 

บริการคือหัวใจธุรกิจโรงแรม

     แม้จะมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน แต่ธุรกิจโรงแรมก็ยังคงต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูง กรรณกิการ์จึงเน้นเรื่องการบริการที่เป็นกันเอง สะดวกสบาย และการสร้างประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับลูกค้า เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่เธอตั้งไว้คือ ทำให้โรงแรมแสงทองเฮอริเทจเป็นที่รู้จักมากขึ้น และเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่มานครพนม

     “การทำธุรกิจที่พักจะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย งานบริการต้องคิดถึงคนอื่นมากกว่าเรา ฉะนั้นเราต้องคิดก่อนลูกค้าต้องการอะไร ต้องให้มีข้อบกพร่องน้อยที่สุด” กรรณิการ์กล่าวทิ้งท้าย

     ไม่ว่าใครก็อยากได้รับบริการที่ดี ธุรกิจไหนที่มีบริการดีก็เท่ากับมีชัยไปแล้วครึ่งหนึ่งไม่ต่างจาก โรงแรมแสงทองเฮอริเทจ

ข้อมูลติดต่อ

     Facebook: https://www.facebook.com/Sangthong.heritage/

     Tel. 081 578 7960

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

‘พักกับผัก’ ร้านอาหารริมน้ำท่าจีน เสิร์ฟรสชาติไทยที่หายไปกว่า 50 ปี จากครัวในบ้าน สไตล์ Cooking Craft

“พักกับผัก” หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่โลเคชันลับริมน้ำท่าจีน แต่คือ “รสชาติที่หายไป 50 ปี” ที่เสรี หวังพูลสวัสดิ์ เจ้าของร้านกล้ายืนยันว่าหาทานที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

“ท่องยามู Café” ร้านกาแฟเมืองยะลา ที่เจ้าของชวนชาวบ้านเอาผักมาขาย สร้างรายได้ไปด้วยกัน

“ท่องยามู Café” คาเฟ่เล็กๆ ในชุมชนบ้านทุ่งยามู จังหวัดยะลา ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศน่ารักสบายๆ แต่ยังมีไอเดียเปลี่ยนพื้นที่หน้าร้านให้กลายเป็น “ร้านผักชุมชน” ให้ชาวบ้านนำผลผลิตมาวางขาย จนกลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร

จาก Oh! Vacoda คาเฟ่อะโวคาโด สู่ Oh! Vacola ร้านคราฟต์โคล่าไม่ซ่าแบบกระป๋อง ที่ใช้เวลาคิดสูตรนานกว่า 5 ปี  

จาก Oh! Vacoda สู่ Oh! Vacola ร้านคราฟต์โคล่าน้องใหม่ ที่มาพร้อมความไม่ซ่า ที่คนแห่ไปเช็กอินย่านทรงวาด โดยความตั้งใจของ รุจิยาทร โชคสิริวรรณ ที่อยากให้คนเข้าใจและรู้ว่าต้นกำเนิดของโคล่านั้นคือสมุนไพร ไม่ใช่น้ำอัดลมอย่างที่เห็นทุกวันนี้