EXIM BANK เปิดตัว “EXIM 2X” ปั้น GEN Y สู่เวทีการค้าโลก

     วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย เพราะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้ประกอบการ SMEs มีจำนวน 3.2 ล้านราย หรือราว 90% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมดในไทย เป็นแหล่งจ้างงานหลักมากกว่า 13 ล้านตำแหน่ง หรือ 70% ของการจ้างงานทั้งหมดในประเทศ มีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทุกรัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs 

     ในจำนวนผู้ประกอบการ SMEs ทั้งหมด กลับมีเพียง 1% ที่มีศักยภาพเป็นผู้ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ มีสัดส่วนการส่งออกจริงไม่ถึง 30% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด เป็นเพราะผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่คุ้นชินกับตลาดภายในประเทศ ไม่รู้ช่องทางการเข้าถึงตลาดต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ขาดความรู้และความเข้าใจในกฎระเบียบศุลกากร มาตรฐานสินค้า และข้อกำหนดต่าง ๆ ของประเทศคู่ค้า รวมทั้งข้อจำกัดทางด้านเงินทุนและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เป็นต้น

     บัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการ SMEs มีสัดส่วนการส่งออกในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพเนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเงินทุน ความรู้ และเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่มีพันธกิจในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่เวทีโลกจึงเปิดตัว หลักสูตร “EXIM 2X”  ตั้งเป้าสร้างผู้ส่งออกไทยรายใหม่ปีละไม่ต่ำกว่า 100 บริษัท มุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการ GEN Y เจ้าของธุรกิจและทายาทธุรกิจที่พร้อมขยายธุรกิจสู่เวทีการค้าโลก หลักสูตรนี้จะเป็นเวทีบ่มเพาะองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และเปิดโอกาสในการเชื่อมต่อกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยพิธีเปิด “EXIM 2X รุ่นที่ 1 ปี 2568” จัดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา  

    หลักสูตร EXIM 2X มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ไทยใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1.องค์ความรู้ ที่ครอบคลุมกฎระเบียบ การจัดการเงินทุน การบริหารความเสี่ยง และกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดใหม่ 2.โอกาส ผ่านการจัด Business Matching เพื่อเจรจาการค้ากับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ 3.ประสบการณ์จริง จากการศึกษาดูงานและกรณีศึกษาของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และ 4.การสร้างเครือข่าย เชื่อมโยงกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานสนับสนุนการส่งออก

    “ผู้เข้าอบรมจะได้รับองค์ความรู้และโอกาสแบบครบวงจร ตั้งแต่การเข้าถึงแหล่งทุนและการบริหารความเสี่ยงด้านการค้าระหว่างประเทศ กลยุทธ์การตลาดต่างประเทศ โลจิสติกส์ มาตรฐานสินค้าและทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงแนวคิดการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) พร้อมโอกาสร่วมกิจกรรม Business Matching เวทีพบปะพันธมิตรการค้าต่างประเทศ การศึกษาดูงาน และการถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ” นายบัณฑิต กล่าว

     ชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า ในปีนี้ EXIM BANK มีแผนพัฒนา SMEs ภายใต้แนวคิด SME Synergize โดยผสานการสนับสนุนทางการเงินและไม่ใช่การเงิน ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ การให้สินเชื่อหมุนเวียนเพื่อเตรียมการส่งออกพร้อมทั้งเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ การยกระดับธุรกิจสู่มาตรฐานสากล และการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมทางเงินใหม่ เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้แข่งขันได้ในเวทีโลก โดยมี 2 กลยุทธ์คือ การเข้าถึงทางการเงินของผู้ประกอบการไทยผ่านการบูรณาการกับพันธมิตร และพัฒนาความรู้ความสามารถผู้ประกอบการครบวงจร 

     “หลักสูตร EXIM 2X สะท้อนความมุ่งมั่นของ EXIM BANK ที่จะผลักดัน SMEs ไทยให้ก้าวขึ้นเป็นนักรบเศรษฐกิจในตลาดโลก ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป โดยธนาคารพร้อมสนับสนุนทั้งด้านการเงินและการสร้างโอกาสธุรกิจ ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เริ่มต้นเพียง 2% ต่อปี พร้อมรับกรมธรรม์ประกันการส่งออก EXIM for Small Biz เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการรับชำระเงินจากผู้ซื้อต่างประเทศ” นายชลัช กล่าว

     ความน่าสนใจของหลักสูตรนี้สะท้อนผ่านเสียงจากผู้ประกอบการในรุ่นแรกที่ต่างมองว่า “EXIM 2X” คือโอกาสสำคัญในการขยายศักยภาพธุรกิจไทยสู่เวทีโลก อาทิ ชญาณ์พิมพ์ สังฆธรรม ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ละมุนกรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตไอศกรีมภายใต้แบรนด์ “ไอติม ละมุน” ที่ระบุว่า EXIM 2X เป็นหลักสูตรมีเนื้อหาน่าสนใจเข้ากับยุคสมัยเหมาะสำหรับทั้งผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในการส่งออกแล้วและสนใจเริ่มต้นส่งออก ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพได้สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกัน ขณะเดียวกัน ยังมีการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีโปรเจคน่าสนใจไปประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนที่เป็นพาร์ตเนอร์กับ EXIM BANK ด้วย ซึ่งถือเป็นโอกาสในการสร้างการรับรู้แบรนด์และขยายเครือข่ายไปพร้อมกัน

     ขณะที่ ทศพร ธรรมธนวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซานเปาอินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายยาทาภายนอกจากสมุนไพร เปิดเผยว่า ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรนี้เนื่องจากมีแผนขยายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางที่สินค้าไทยได้รับความนิยมและมีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อต่อยอดจากฐานลูกค้าในปัจจุบันที่ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยคาดหวังว่าองค์ความรู้และการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากหลักสูตรนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกของผู้ประกอบการ SME ไทย 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ