P2P Lending สินเชื่อรูปแบบใหม่ที่ต้องจับตามอง





     การเติบโตของเทคโนโลยีและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้กระแส  Disruptive Economy กินวงกว้างออกไปในทุกธุรกิจ สำหรับประเทศไทยนั้น ภาพของการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจนเวลานี้ ยังกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจบริการทางการเงิน จะเห็นว่ามี FinTech ทยอยเปิดตัว และเข้ามาแข่งขันกับผู้เล่นรายเดิมในตลาด เช่น ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งความหลากหลายของ FinTech นับเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรมการเงินของประเทศไทย 

     
    โดยเฉพาะธุรกรรมประเภทสินเชื่อ จะมี FinTech หนึ่งที่น่าสนใจ และอาจจะเกิดขึ้นในไทยในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า นั่นก็คือ P2P Lending (Peer-to-Peer Lending) หรือ การกู้ยืมผ่านช่องทางบุคคลต่อบุคคล (ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงทดสอบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินโดยธนาคารแห่งประเทศไทย)


    สำหรับกลไกการทำงานของ P2P Lending คือ การจับคู่ผู้ที่ต้องการเงินกู้กับผู้ให้กู้ (นักลงทุน) ผ่านตัวกลาง ซึ่งในที่นี้ คือ ผู้ให้บริการ (P2P Lending Platform) ที่ตั้งอยู่บนระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งนักลงทุนจะเป็นผู้กำหนดขนาดของเงินลงทุนที่จะกระจายไปสู่ผู้กู้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการกู้แบบใดก็ได้ตามที่นักลงทุนต้องการ


     ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยผลวิจัยระบุว่า P2P Lending จะเป็นเครื่องมือสำหรับการระดมทุนรูปแบบใหม่ที่อาจจะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต โดย P2P Lending มีข้อดีอยู่ที่ต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำกว่าช่องทางปกติและเข้าถึงได้ง่ายกว่า ขณะที่ในฝั่งผู้ให้กู้หรือนักลงทุนก็จะได้ผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าตลาด และยังมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ


     แต่ถึงแม้ผลตอบแทนที่ดึงดูดใจและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายจะเป็นจุดเด่นสำคัญของการให้สินเชื่อในรูปแบบ P2P Lending แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จุดเด่นดังกล่าวไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญเพียงลำพังสำหรับการดำเนินธุรกิจด้านการเงิน เนื่องจากการจัดตั้งธุรกิจการเงินต้องการส่วนประกอบพื้นฐานที่สำคัญอย่างน้อยอีก 3 ส่วน คือ

      1. ความแข็งแกร่งของตัวกลางทางการเงินในการเผชิญกับความผันผวนของระบบเศรษฐกิจ
      2. มีระบบประเมินความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ
      3. ระบบจัดการกับหนี้เสียที่มีประสิทธิภาพ จึงจะเพียงพอให้ธุรกิจทางการเงินสามารถดำเนินไปได้


     นอกจากนี้ ปัจจัยที่ P2P Lending Platform สามารถควบคุมมาตรฐานได้ เช่น การทดสอบความแข็งแกร่งของ Platform การจัดให้มีทุนประกันเพื่อรองรับความเสี่ยง หรือการติดตามทวงหนี้ ล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้น ณ ขั้นตอนท้ายๆ ของกระบวนการปล่อยสินเชื่อ แต่ปัจจัยสำคัญที่เป็นหัวใจหลักในกระบวนการคัดเลือกผู้กู้ที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อให้สินเชื่อ (เช่น มาตรฐานข้อมูลพฤติกรรมของผู้กู้) ยังเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการพัฒนาในอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นใจของนักลงทุน และเพิ่มความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพในภาพรวมได้


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ