สินเชื่อยั่งยืนมาแรง  โอกาสทอง SME เข้าถึงเงินทุน ลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพธุรกิจ

     “สินเชื่อยั่งยืน” โอกาสใหม่ของ SME ในวันที่โลกเปลี่ยน

     ในเวลาเพียง 4 ปี สินเชื่อยั่งยืนในไทยโตเร็วกว่าสินเชื่อทั่วไปถึง 2 เท่า จาก 1.6% ของสินเชื่อรวมในปี 2021 พุ่งเป็น 3.9% ในปี 2024 และธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 3 แห่ง ต่างเร่งปล่อยสินเชื่อยั่งยืนจนบรรลุเป้าหมายเฉลี่ย 74.1% ของวงเงิน 1.5–2.5 แสนล้านบาท ล่วงหน้า ก่อนถึงเส้นตายปี 2030

     นี่คือ “สัญญาณชัด” ว่าตลาดการเงินกำลังเปิดทางให้ SME ที่ปรับตัวเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกลง พร้อมต่อยอดธุรกิจให้แข่งขันได้ในยุคใหม่

     บทความนี้จะพาคุณรู้จักแนวทางขอสินเชื่อยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการออกแบบโครงการให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจน การใช้เทคโนโลยีวัดผล และการวางแผนธุรกิจที่น่าเชื่อถือ — เพื่อเปลี่ยนโอกาสนี้เป็นการเติบโตอย่างแท้จริง

ตลาดสินเชื่อยั่งยืน 1.6 แสนล้าน กำลังเปิดกว้างสำหรับ SME

     ศูนย์วิจัยกสิกรคาดว่าพอร์ตสินเชื่อของธนาคารจะทยอยเพิ่มสัดส่วนไปสู่ Green Portfolio มากขึ้นในระยะยาว จากแนวโน้มการขยายเป้าหมายวงเงินสนับสนุนการเงินยั่งยืน หลังใกล้บรรลุเป้าหมายเดิม

     แม้สินเชื่อยั่งยืนยังกระจุกในบริษัทใหญ่ แต่การแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์จะเปิดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อให้ SME และรายย่อย ณ สิ้นปี 2024 สินเชื่อยั่งยืนกระจุกอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่เกือบ 90%  โดยเฉพาะภาคพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน จากการเร่งปรับตัวของอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนน้อยที่สุดเพียง 2% จากข้อจำกัดด้านต้นทุนและความซับซ้อนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน

     แต่ในระยะข้างหน้า ช่องว่างตลาด (1.6 แสนล้านบาท) มีแนวโน้มกระจายมายัง SME และรายย่อยมากขึ้น จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ได้รับบริการเพียงพอ (underserved market) เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของสินเชื่อสำหรับธนาคารพาณิชย์  

     อีกทั้ง การแข่งขันทั้งในแง่ราคาและบริการจะเข้มข้นมากขึ้น จากการจำกัดอุตสาหกรรมที่ผ่านเกณฑ์ Thailand Taxonomy ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ต้องการเพิ่มการปล่อยสินเชื่อยั่งยืน  ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SME และรายย่อยมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อยั่งยืนได้มากขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ในไทยอาจพิจารณาออกผลิตภัณฑ์ ‘ลดอัตราดอกเบี้ยตามการลดคาร์บอน’(Outcome-Based Rate) ถ้า SME ลดการปล่อย CO₂ ได้ตามแผน  หรือเพิ่มบริการวัดคาร์บอนฟรี

แนวทางเตรียมตัวขอรับสินเชื่อยั่งยืนสำหรับ SME และรายย่อย

     การเตรียมตัวเพื่อขอรับสินเชื่อยั่งยืน ต้องแสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ  โดย SMEs และรายย่อยอาจเตรียมตัวยื่นขอสินเชื่อยั่งยืนดังนี้  

     1. พัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับเกณฑ์ ESG

          รายละเอียด - ออกแบบหรือปรับโครงการให้มีผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม

           ตัวอย่าง -โครงการ Solar PV, โครงการ Wastewater Recyclingหรือ   

     2. จัดเตรียมข้อมุลและฐานสนับสนุน

          รายละเอียด - รวบรวมข้อมูลหรือรายงานที่แสดงผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม

           ตัวอย่าง - รายงานการลดการปล่อยคาร์บอน, ใบรับรอง เช่น ISO 14001

     3. ใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีช่วยตรวจสอบและวัดผล

            รายละเอียด - เพิ่มความโปร่งใสโดยใช้เทคโนโลยีตรวจวัดและติดตาม

            ตัวอย่าง - ระบบ Smart Meter หรือตัววัดพลังงานแบบเรียลไทม์

     4. จัดเตรียมแผนธุรกิจและแผนทางการเงินที่ชัดเจน

          รายละเอียด -นำเสนอแผนธุรกิจที่แสดงถึงความมั่นคง และผลตอบแทนของโครงการ

          ตัวอย่าง - จัดทำแผนธุรกิจที่แสดงรายได้ ค่าใช้จ่าย, แสดงการประหยัดต้น เช่น ค่าไฟ

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ