TMB ประเมินเงินอัดฉีด EEC หนุน SME โตเพิ่มปีละ 6 หมื่นล้าน




     ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB ประเมินเงินอัดฉีด EEC ดันเศรษฐกิจภาคตะวันออกโตขึ้นจากปกติอีกร้อยละ 1.7 ต่อปี สร้างโอกาสให้ SME เพิ่มรายได้ปีละ 6 หมื่นล้าน คาดร้อยละ 70 ตกสู่มือผู้ประกอบการรายย่อยที่ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและต่อยอด S-Curve เดิม


     ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) เปรียบเสมือน Gateway สู่คาบสมุทรอินโดจีน เป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญที่ไทยยังมีโอกาสพัฒนาให้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชั้นแนวหน้าดึงดูดเม็ดเงินของนักลงทุนและใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต หากเร่งรัดให้มีการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่กลางปีนี้ไปจะส่งให้เศรษฐกิจภูมิภาคเติบโตเพิ่มได้อีกร้อยละ 1.7 ต่อปี  


     ศูนย์วิเคราะห์ฯ ได้ประเมินผลแผนการลงทุนผ่านตารางปัจจัยการผลิต (I-O table ปี 2553) ภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจของภาคตะวันออก เมื่อรัฐทยอยอัดฉีดเม็ดเงินพัฒนาถนน รถไฟ ท่าเรือ และสนามบิน เพื่อส่งให้ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เป็นศูนย์กลางการขนส่ง กระจายสินค้า ท่องเที่ยว และที่ตั้งอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) คว้าโอกาสผลักตนเองเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่การผลิตและเติบโตตามอุตสาหกรรมเป้าหมายขนาดใหญ่ที่เข้ามาลงทุนได้สำเร็จ จะดันให้รายได้ของ SME ซึ่งคาดว่าปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1.02 ล้านล้านบาทต่อปี เติบโตขึ้นเป็น 1.08 ล้านล้านบาทในปี 2561 


     โดย SME ดาวเด่นที่ได้รับอานิสงค์สูงสุดคือ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ ศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่ากลุ่มนี้จะมีส่วนแบ่งจากรายได้ส่วนเพิ่มถึงร้อยละ 11 รองลงมาคือธุรกิจค้าปลีกเครื่องอุปโภค/บริโภค ได้ส่วนแบ่งร้อยละ 9 ตามด้วย 3 ประเภทธุรกิจที่ได้รับส่วนแบ่งเท่าๆ กันที่ร้อยละ 8 คือ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเหล็ก ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหรือติดตั้งงานระบบ และธุรกิจจำหน่ายเครื่องจักรกล อันดับต่อมาคือ ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างได้ส่วนแบ่งร้อยละ 7 ต่อด้วยธุรกิจบรรจุภัณฑ์ มีส่วนแบ่งร้อยละ 6 และสุดท้ายได้ส่วนแบ่งที่ร้อยละ 4 เท่าๆ กันคือ งานบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์และอสังหาริมทรัพย์ โดยธุรกิจ 10 ประเภทที่กล่าวข้างต้นมีส่วนแบ่งรวมกันกว่าร้อยละ 70 ของรายได้ส่วนเพิ่มที่จะส่งถึงมือ SME 







     อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่าแม้มีโอกาสปูพรมแดงมาให้ แต่ปัญหาสำคัญยังคงอยู่ที่การปรับตัวของผู้ประกอบการ SME ซึ่งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญ ช่วยเหลือ และติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องการนำนวัตกรรม การตลาด Online E-Commerce และ E-Payment มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการรายเล็ก ยังถูกรุมเร้าจากปัจจัยภายในและภายนอก เช่น การมีเงินทุนจำกัดหรือเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัวช้าและกระจุกอยู่บางพื้นที่ ผู้สนใจลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายยังไม่มีกรอบระยะเวลาการลงทุนที่ชัดเจน กดดันให้ผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจยังอยู่กับที่ด้วยวิธีการเดิมๆ ซึ่งหากเหตุการณ์และความกังวลนี้ยังดำเนินต่อไปในระยะยาว เมื่อผนวกเข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงจากอดีตไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาความสามารถในการแข่งขันของ SME ก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น 


     ทั้งนี้ การรอความช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องความสามารถในการแข่งขันได้ เพราะทัศนคติเชิงบวก ความไม่ยอมแพ้ ไม่นิ่งนอนใจและพยายามปรับตัวให้สินค้าตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายได้ตรงใจอย่างรวดเร็วนั้นจะมีผลสัมฤทธิ์กว่าและเป็นครื่องมือที่ดียิ่งยวดที่จะช่วยให้ SME รอดพ้นวิกฤตอย่างถาวร ยังประโยชน์ให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลางได้สำเร็จในที่สุด


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่