กำจัดไขมันส่วนเกินทางธุรกิจง่ายๆ ด้วยบัญชีแบบเรียลไทม์

Text : กองบรรณาธิการ



การลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นลงถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สำคัญของการเพิ่มสภาพคล่องให้กิจการด้วยเช่นกัน ดังนั้น บัญชีจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรีดไขมันส่วนเกินได้อย่างตรงจุด ในเรื่องนี้   ศิริรัฐ โชติเวชการ นายกสมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ยอดขายของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายๆ รายต่ำกว่าเป้าหมาย เมื่อยอดขายน้อยลง สิ่งที่ช่วยให้สภาพคล่องเพิ่มขึ้นได้คือการลดต้นทุน บัญชีจะทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่าอะไรจำเป็นน้อยที่สุดและควรต้องตัดค่าใช้จ่ายในส่วนใด 
 
สำหรับค่าใช้จ่ายหลักๆ นั้น ส่วนหนึ่งจะไปอยู่ที่ต้นทุนขาย ซึ่งจุดที่ต้นทุนสามารถรั่วไหลได้ เช่น เวลาซื้อสินค้ามาเก็บสต็อกไว้ หากเก็บไว้นานเกินไปก็จะเปลืองค่าเก็บรักษา ค่าเสียโอกาสในการใช้พื้นที่ หรือหากเก็บไม่ดีมีโอกาสสูญหาย กลายเป็นว่าต้นทุนก็จะสูงขึ้นโดยใช่เหตุ กับอีกส่วนคือค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งต้นทุนที่สูงนั้นจะอยู่ที่พนักงานเป็นหลัก 
 
ทั้งนี้ มีการคำนวณกันในระดับสากลโดยระบุว่า การจ้างพนักงาน 1 คน ยกตัวอย่างในอัตราเงินเดือน 20,000 บาท จะคิดว่าต้นทุนของคนคนนี้อยู่ที่ 60,000 บาท หรือประมาณ 3 เท่าของเงินเดือน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าใช้น้ำ ใช้ไฟ ค่าซื้อโต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ รวมถึงสวัสดิการต่างๆ ฉะนั้นเวลาเศรษฐกิจไม่ดี สิ่งแรกๆ ที่นิยมทำกันคือการลดจำนวนคน ซึ่งในแง่ของทางบัญชี แนะนำว่า การ Outsource หรือการจ้างงานบุคคลผ่านบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ อีกทีหนึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งของการลดต้นทุน เพราะสามารถกำหนดต้นทุนที่ชัดเจนได้ 
 
อย่างไรก็ตาม การจะใช้ประโยชน์จากบัญชีในแง่ของการลดต้นทุน ไม่ว่าจะเกิดจากส่วนไหนก็ตาม ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ข้อมูลทางบัญชีที่จะเอามาใช้ในการตัดสินใจนั้น เป็นข้อมูลที่ทันการณ์และทันเวลาหรือไม่ 
 
“เดิมทีเรื่องของบัญชีบริหารที่เป็นไปไม่ได้ เพราะว่านักบัญชีเราถูกปลูกฝังว่าปิดบัญชีปีละครั้ง เขาจะรู้สึกว่าการปิดบัญชีเดือนละครั้งทำไม่ได้ ทำไม่ทัน ทำไม่ไหว แต่ต่อไปวัฒนธรรมการปิดบัญชีปีละครั้งจะทำไม่ได้แล้ว เพราะในยุคดิจิทัลเช่นนี้ โดยเฉพาะระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ช่วยให้การปิดบัญชีทำได้แบบเรียลไทม์ วินาทีนั้นก็สามารถรู้ได้เลยว่ากำไรขาดทุนเท่าไร ดังนั้น บัญชีบริหารจะยิ่งง่ายขึ้น เป็นไปได้มากขึ้น เพราะต่อไปนี้ผู้ประกอบการไม่ต้องพึ่งนักบัญชีแล้ว ยกตัวอย่างร้านกาแฟ เป็นเมื่อก่อนขายได้เท่าไรก็จะเก็บข้อมูลเพื่อส่งให้สำนักงานบัญชีใส่ในระบบบัญชี แต่มาในยุคนี้มีซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ผู้ประกอบการสามารถทำได้เอง เรียกว่าพอขายเสร็จข้อมูลก็วิ่งเข้าสู่ระบบบัญชีเลย โดยไม่ต้องพึ่งนักบัญชีอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีนี้เองที่ช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถทำบัญชีได้ถูกต้องและทันการณ์มากขึ้น”
 
ที่มา : วารสาร K SME Inspired ธนาคารกสิกรไทย
 
 ​www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่