ธนชาตออกมาตรการ ตั้งหลัก ช่วยน้ำท่วมอีสาน พักชำระหนี้ ดูแลรถเสียหาย บ้านพัง ขาดสภาพคล่อง




    ธนชาตห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสาน ออกมาตรการช่วยเหลือให้สามารถ “ตั้งหลัก” ฝ่าวิกฤต สามารถขอพักชำระหนี้ได้นานสูงสุดไม่เกิน 4 เดือน พร้อมช่วยเหลือทุกกลุ่มทั้งลูกค้ารายย่อยและเจ้าของธุรกิจ ครอบคลุมทั้งลูกค้ารถยนต์ บ้าน ธุรกิจส่วนตัว หรือ ผู้ที่ขาดสภาพคล่อง หวังบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว

     นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ธนชาตมีความห่วงใยจึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยฟื้นฟูความเป็นอยู่และกิจการภายหลังน้ำลดให้ลูกค้าของธนชาตสามารถ “ตั้งหลัก” และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขอีกครั้งโดยเร็ว  โดยมาตรการที่ออกมาครอบคลุมลูกค้าทุกด้านทั้ง รถยนต์ บ้าน ธุรกิจ ตลอดจนกลุ่มที่ขาดสภาพคล่อง ที่อยู่ในพื้นที่ประสบพิบัติภัยตามประกาศของทางการ โดยลูกค้าสามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือจากธนชาตได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 

     โดยลูกค้ากลุ่มที่มีรถยนต์ และใช้บริการ สินเชื่อรถยนต์ กับธนาคาร  ที่ได้รับความเดือดร้อนขาดสภาพคล่องทางการเงินจากปัญหาอุทกภัยสามารถขอขยายระยะเวลาการผ่อนชำระค่างวด (Hire Purchase Reschedule) เพื่อช่วยลดภาระค่างวดลง โดยธนาคารจะเลื่อนวันผ่อนงวดแรกออกไปอีกสูงสุดไม่เกิน 4 เดือน   สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีรถยนต์เป็นของตัวเองแต่ต้องการเงินสดไปใช้จ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สามารถนำรถยนต์มาใช้บริการสินเชื่อรถแลกเงินได้ โดยธนาคารจะมอบสิทธิพิเศษให้ คือช่วย “ตั้งหลัก”ด้วยการรับเงินไปก่อน และเริ่มผ่อนงวดแรกในอีก 90 วัน

     ส่วนผู้ที่ทำ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจกับธนชาตประกันภัย และรถเสียหายจะได้รับบริการรถยกฟรีไปที่อู่ พร้อมการประสานไปยังอู่รถยนต์และศูนย์บริการที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดซ่อมรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมให้  สำหรับผู้ที่ทำประกันภัยรถ ประเภท 1, One Lite Plus, One Lite, Super Lite, 2 บวกจัดเต็มคุ้มครองน้ำท่วม, 2 บวกคุ้มครองน้ำท่วม และ 2 บวกโกลด์คุ้มครองน้ำท่วม หากรถเสียหายสามารถเคลมประกันน้ำท่วมได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

     ลูกค้าที่ใช้ บริการสินเชื่อเคหะ กับธนาคาร แม้บ้านไม่ได้รับความเสียหาย แต่ได้รับความเดือดร้อน สามารถขอพักชำระหนี้กับธนาคารได้นานสูงสุดไม่เกิน 4 เดือน หรือขอปรับลดค่างวดได้นานสูงสุด 12 เดือน ส่วนลูกค้าที่ทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยและประกันภัยรักบ้านห่วงบ้านและซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม กับธนชาตประกันภัย สามารถเคลมประกันน้ำท่วมได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยผู้ที่ทำ ประกันภัยรักบ้านห่วงบ้าน จะได้รับความคุ้มครองสำหรับการขนย้ายซากทรัพย์สินที่เสียหายให้ด้วย  

     สำหรับลูกค้าซึ่งใช้บริการ บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อสารพัดนึก และได้รับความเดือดร้อนขาดสภาพคล่อง สามารถขอพักชำระหนี้กับธนาคารได้นานสูงสุดไม่เกิน  4 เดือน

     ขณะที่เจ้าของธุรกิจที่ใช้บริการ สินเชื่อ SME และได้รับผลกระทบ สามารถขอพักชำระหนี้ได้นานสูงสุดไม่เกิน 4 เดือน และขยายเวลาการชำระหนี้ได้สูงสุด 12 เดือน   

     “ธนชาตและลูกค้าถือว่าเป็นหุ้นส่วนกัน ในยามปกติเราก็สนับสนุนให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้โดยสะดวก เป้าหมายหลักคือเพื่อประโยชน์ของลูกค้า ดังนั้นในยามที่ลูกค้าเดือดร้อนลำบาก เราก็พร้อมที่จะเข้าไปบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือลูกค้าด้วยเช่นกัน และเชื่อว่ามาตรการที่ออกมาในครั้งนี้จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและแบ่งเบาภาระของลูกค้าได้เป็นอย่างดี” นายสมเจตน์ กล่าว 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร