กสิกรไทย จับมือ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อธุรกิจนำเข้า-ส่งออกและท่องเที่ยว





     กสิกรไทย เดินหน้าจับมือ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีทุนต่อเนื่อง เน้นธุรกิจนำเข้า-ส่งออกให้สินเชื่อสูงสุด 60 ล้านบาท และธุรกิจท่องเที่ยวให้สินเชื่อ 3.3 เท่าของหลักประกัน โดย บสย. ค้ำประกันเพิ่มสูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย และฟรีค่าธรรมเนียม 1.75% เป็นเวลา 4 ปีแรก ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีสองกลุ่มธุรกิจนี้ 1,500 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ 


     นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภายใต้ “โครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีทุน” (PGS ระยะที่ 6) เพื่อช่วยเรื่องเงินทุนหมุนเวียนและขยายกิจการแก่กลุ่มธุรกิจนำเข้า-ส่งออกและธุรกิจท่องเที่ยว โดยกลุ่มธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ให้วงเงินสินเชื่อเพื่อนำเข้า-ส่งออกสูงสุด 60 ล้านบาท ไม่ต้องมีหลักประกัน โดย บสย. ค้ำประกันสูงสุด 40 ล้านบาท พร้อมเพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาทให้กับเอสเอ็มอี  ซึ่งการสนับสนุนในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็กธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่มีศักยภาพ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเติบโตในธุรกิจได้เพิ่มขึ้น 


     ขณะที่กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว สนับสนุนสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องหรือลงทุนขยายกิจการ สูงสุด 3.3 เท่าของมูลค่าหลักประกันให้แก่ ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก ธุรกิจนำเที่ยว บริการสปา โดย บสย. ค้ำประกันเพิ่มสูงสุด 40 ล้านบาท พร้อมเพิ่มช่องทางการรับชำระเงินผ่านเครื่องรูดบัตร We Chat และ Alipay โดยคิดค่าธรรมเนียมพิเศษ รวมถึงการรับชำระเงินผ่านบริการ K PLUS Shop นอกจากนี้ยังฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน บสย. 1.75% ใน 4 ปีแรก สำหรับลูกค้าธุรกิจนำเข้า-ส่งออก และธุรกิจท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ธนาคารฯ ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่สำหรับธุรกิจนำเข้า-ส่งออกและธุรกิจท่องเที่ยวในสิ้นปี 2560 จำนวน 1,500 ล้านบาท 


     ด้านนายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เปิดเผยว่า สถานการณ์เอสเอ็มอีในภาพรวมมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการที่รัฐบาลเดินหน้านโยบายการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาอย่างต่อเนื่อง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการความช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านกลไกการค้ำประกันสินเชื่อของบสย. ขณะที่สถาบันการเงินก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยการทำงานร่วมมือกับภาครัฐ เช่น โครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีทุน (PGS ระยะที่ 6) และโครงการอื่นๆ โดย 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ส.ค.2560) มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 43,434  ล้านบาท อนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อ 69,743 ฉบับ และมีลูกค้ารายใหม่ถึง 57,966 ราย ซึ่งบสย. คาดว่าสิ้นปีจะมียอดค้ำประกันตามเป้าหมาย 

     
     สัดส่วนธุรกิจที่บสย.ค้ำประกันมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ภาคบริการ คิดเป็นสัดส่วน 25.7% เป็นภาคที่มีการค้ำประกันสูงที่สุดและเติบโตทุกปี ซึ่งภาคนี้จะครอบคลุมทั้งธุรกิจด้านการท่องเที่ยว โรงแรม ภาคการผลิตและการค้าสัดส่วน 14.36% ภาคอาหารและเครื่องดื่ม 8.66% ภาคอุตสาหกรรมประเภทเหล็กและโลหะ 8.24% และภาคการเกษตร 8.13% โดยเฉพาะธนาคารกสิกรไทย ที่ได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับ บสย. ในการให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีมาโดยตลอด  สำหรับโครงการ PGS ระยะที่ 6 ทางธนาคารกสิกรไทยมีการให้สินเชื่อ โดยมี บสย. ค้ำประกันเพิ่มขึ้นมาก โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 31% มากที่สุดเป็นอันดับ 1 


     นายนิธิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า บสย.มั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านกลไกการค้ำประกันสินเชื่อและการปล่อยสินเชื่อของธนาคารผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีทุน (PGS ระยะที่ 6) ซึ่งบสย.และธนาคารกสิกรไทย จะร่วมกันผลักดันสินเชื่อและค้ำประกันสินเชื่อ ตลอดโครงการนี้ไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท ช่วยให้เอสเอ็มอีได้รับสินเชื่อรวมกว่า 27,000 ราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินประมาณ 136,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มรวมประมาณ 108,000 คนและสร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 371,000 ล้านบาท 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่