ทำอย่างไรเมื่อได้รับหมายจากกรมสรรพากร

 

 

 
 เรื่อง : อชิระ ประดับกุล
          misterachira@hotmail.com
 
 
 
อย่างที่เห็นนี่ละครับ เป็นตัวอย่าง หนังสือจากพี่ๆ กรมสรรพากรที่ขอเอกสารในการขอคืนภาษีเพิ่มเติม จากคนที่ผมรู้จักคนหนึ่งที่ได้ทำการยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2555 และมีการขอคืนภาษีผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร โดยจำนวนเงินที่ขอคืนนั้นไม่มากไม่มายครับ พันกว่าบาทเท่านั้นเอง
 
พี่คนนี้ เมื่อแรกทีเดียวที่ได้รับหมายจากกรมสรรพากร ก็ตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะทำตัวไม่ถูก ตกใจ กลัวโดนตรวจ สอบภาษีย้อนหลัง กลัวโดนปรับ กลัวโดนจับ กลัวนั่น กลัวนี่ ไปหมด...จนผมเองก็งงว่าทำไมต้องกลัว ในเมื่อก็ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ก็แค่ทำการค้าขายสินค้าอุปโภค บริโภค รายได้ปีหนึ่งก็แค่ 5-6 แสน ไม่มากไม่มาย เหตุใดจะต้องกลัว
 
จากที่นั่งคุยกันทั้งหมดทั้งมวลว่าพี่คนนี้ได้ทำธุรกิจอะไร อย่างไร มีเงินมาจากไหนและยื่นเสียภาษีไปอย่างไรนั้น ทำให้ผมพอจะทราบสาเหตุแห่งทุกข์ของคุณพี่คนนี้ได้ว่า...
 
-  ขอคืนภาษีมา 2 ปีติดๆ กัน แล้ว ทำให้พี่ๆ จากกรมฯ ท่านก็เลยขอเรียกดูเอกสารเสียหน่อย
 
-  มีเงินได้บางชนิด เช่น จากการค้าขาย ซึ่งถือเป็นเงินได้ ม.40 (8) ตามประมวลรัษฎากร คุณพี่ท่านนี้ไม่ได้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนครึ่งปี เพราะเจ้าหน้าที่จากกรมฯ สามารถดูในระบบได้เลยว่าเมื่อตอนครึ่งปีมีการยื่นไว้หรือไม่ ซึ่งสำหรับคุณพี่ท่านนี้ไม่มีประวัติการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีไว้ (ใส่หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนกดปุ๊บ โชว์ปั๊บเลยครับ)
 
- มีเงินได้บางรายการที่คุณพี่ท่านนี้จัดหมวดหมู่เงินได้ผิดประเภท เช่น ควรจะเป็น “ค่าจ้าง ม.40(1)” ก็ไปจัดประเภทเป็นเงินได้ประเภทอื่น
 
- คุณพี่ท่านนี้กลัวว่านี่คือ “การโดนเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง” แบบที่หลายๆ คนกลัว (จริงๆ เขาแค่ขอเอกสารและสอบถามเพิ่มเติมไม่ได้เรียกตรวจสอบเสียหน่อยครับคุณพี่)
 
- คุณพี่ท่านนี้กลัวเรื่องไม่จบ กลัวเรื่องยืดเยื้อ นาน เสียเวลาทำมาหากิน! และอีกนานาสารพัดจะกลัว
 
สิ่งที่ผมให้คำแนะนำคุณพี่ท่านนี้ไปก็คือ.
..
- ไปหาเอกสารประกอบการขอคืนภาษีเพิ่มเติมตามกรมสรรพากรต้องการ
 
- ไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีของปี 2555 ด้วยแบบ ภ.ง.ด.94 ย้อนหลังเสีย แม้จะไม่มียอดชำระภาษีก็ตาม ซึ่งในกรณียื่นย้อนหลังจะต้องเสียค่าปรับแบบจำนวน 200 บาท
 
- รอรับเช็คคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ทำเรื่องขอคืนได้เลย หากเอกสารเพิ่มเติมที่กรมฯ ขอ ส่งไปอย่างครบถ้วนและเสียภาษีบุคคลธรรมดาครึ่งปีย้อนหลังเรียบร้อยแล้ว
 
- แนะนำว่าในปีๆ ต่อไปให้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีด้วย หากยังทำการค้าขายเช่นนี้ แม้จะไม่มียอดชำระภาษีก็ตาม และสิ้นปีก็ยื่นอีกครั้งหนึ่ง
 
  หลังจากแนะนำไปและคุณพี่ท่านนี้ได้จัดการจนครบถ้วนกระบวนความตามที่บอก ไม่นานนักก็ได้รับเช็คคืนภาษีอย่างรวดเร็วทันใจจริงๆ เพราะเดี๋ยวนี้กรมสรรพากรคืนเงินภาษีไวมากครับหากคุณยื่นผ่านทางเว็บไซต์
 
  จากเรื่องที่หยิบยกนำมาเล่าสู่กันฟัง ทำให้บางท่านยังอดคิดไม่ได้ว่า สงสัยคุณพี่ที่ผมเล่าโดนเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมเพราะขอคืนภาษีแน่ๆ “นี่ถ้าไม่ขอคืนก็คงไม่เกิดเรื่อง” แบบนั้นใช่ไหมครับ?
 
ส่วนหนึ่งเป็นแบบนั้นครับ เนื่องจากบุคคลใดที่ทำการขอคืนภาษี ทำให้สันนิษฐานในเบื้องต้นได้ว่า อาจมีค่าลดหย่อนทางภาษีที่กฎหมายยอมให้หักได้นั้นมากพอสมควร จนทำให้เงินได้สุทธิซึ่งเป็นฐานภาษีที่จะต้องนำไปคำนวณภาษีน้อยลงไปอีก ซึ่งจากจดหมายที่ผมนำมาให้ดูก็พบว่า รายการเอกสารที่ขอให้ส่งเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมนั้น เป็นรายการที่เกี่ยวกับค่าลดหย่อนที่กฎหมายยอมให้หักทั้งสิ้น ในที่นี้ ได้แก่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้ออาคาร หรือเบี้ยประกันชีวิต เป็นต้น  ดังนั้น จึงไม่มีอะไรที่ต้องกลัวเลยจากการเรียกขอตรวจเอกสารเพิ่มเติมนี้
 
หรือหากบางท่านบอกว่า “มีภาษีขอคืนก็จริงแต่อย่าขอคืนเลยช่วยชาติไปเถอะเดี๋ยวจะโดนเรียกตรวจแบบพี่คนนี้นั่นแหละ”  
 
อันนี้ก็สุดแท้แต่ครับ ถ้าคุณจะคิดเช่นนี้ แต่ถึงแม้ไม่มีการขอคืนภาษีทั้งที่มีสิทธิ์ขอคืน (มีภาษีที่ชำระไว้เกินจากโดนถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่ายไว้) ผมก็พบว่าบางกรณีก็อาจถูกเรียกตรวจสอบด้วยเช่นกันหากพบว่า มีการยื่นและคำนวณภาษีไว้ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าจะไม่ถูกเรียกตรวจสอบเลยอย่างที่เข้าใจ
 
หลังจากเรื่องพี่คนนี้จบไปแล้ว ผมได้ไปพบกับพี่อีกคนครับ (รู้จักพี่ๆ หลายคนจัง ฮ่าๆ) แล้วผมก็เล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง พี่คนที่สองนี่ ออกอาการขำ เรื่องที่เล่าแต่ปนด้วยอาการงงๆ ซึ่งมันก็ทำให้ผมงงไปด้วย
 
บทสนทนาบางช่วงกับพี่คนที่สอง....
 
  พี่คนที่สอง : จะไปขอคืนทำไม๊ (ลากเสียงยาวๆ สูงๆ)...ก็รู้ๆ กันอยู่ขอคืนแล้วเดี๋ยว ยาว (หมายถึงเรื่องยาวน่ะครับ)
 
ผม : อ้าวพี่ ก็เขามีสิทธิขอคืน เขาก็ขอคืน ไม่เห็นแปลก
 
พี่คนที่สอง :  ก็รู้หรอกน่า...แต่แหมมันเสียเวลาทำมาหากินไหมละ ต้องมานั่งรื้อค้นเอกสาร ส่งไปไม่ถูกใจ ไม่ครบ หาใหม่ส่งใหม่ ส่งไปส่งมาอยู่นั่นแหละ เสียเวลาน่าดู!
 
ผม : พี่พูดแบบนี้แสดงว่าไม่เคยขอคืนภาษีเลยล่ะสิใช่ไหม
 
พี่คนที่สอง : อ้าวแหงละ ไม่ขอหรอก ของผมเนี่ยนะ ถึงปีๆ ผมก็ไปที่เขตเลยไป ไปถึงเขาก็ถามแล้วจะเสียภาษีเท่าไหร่ดีปีนี้ 
 
ผม : เฮ้ยพี่มีงี้ด้วย!!!!
 
พี่คนที่สอง : ไม่เฮ้ยละ...ก็เป็นแบบนี้จริงๆ บางปีพี่ก็จ่ายไป สองพันบ้าง สามพันบ้าง แล้วแต่ความสะดวกของพี่ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าถ้าคำนวณแบบจริงๆ จังๆ ต้องเสียหรือไม่เสียเท่าไหร่ด้วยซ้ำ แต่ก็คิดว่าช่วยชาติไปแล้วกัน
 
ผม :  แล้วถ้าพี่คำนวณผิดหรือขาดตกอะไรไปในการยื่นละทำไง ถ้าไม่คำนวณให้มันถูกต้อง
 
พี่คนที่สอง : โอ๊ยยย...มันก็คงมีนั่นแหละ แต่ไม่มีปัญหาหรอก ก็จ่ายภาษีให้แล้วนี่หน่า เผลอๆ บางทีไม่เสียด้วยซ้ำแต่พี่ก็จ่ายให้ทุกปีนะ
 
ผม : ยังไงพี่ ผมงง ??
 
พี่คนที่สอง : ถึงจะคำนวณผิด ตกหล่น อะไรยังไง แต่พอจ่ายภาษีทุกปี “เขา” ก็ไม่มีปัญหากับเราแล้ว...ไอ้น้องเอ้ย ฮ่าๆๆ
 

RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ