8 วิธีวางแผนการเงินให้ได้ผล

 
  


                       การที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องการผลิต หรือการตลาดที่สำคัญ หากการบริหารจัดการทางการเงินมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ถ้าบริษัทคุณมีการบริหารจัดการทางการเงินที่ดี ก็เป็นเหมือนฐานรากที่แข็งแกร่งที่จะส่งให้ธุรกิจคุณไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแรง คุณคงไม่ต้องการเห็นบริษัทที่ขายดีแต่ไม่มีกำไร และนี่คือ 8 ขั้นตอนที่จะช่วยคุณวางแผนการเงินเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
                      1. วางแผนการเงิน ด้วยการประเมินว่าคุณน่าจะมีรายรับเท่ารับเท่าไหร่ต่อเดือน รวมทั้งวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นด้วย
 
 
                      2. ตรวจสอบแผนการเงินทุกเดือน ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการวางแผนการเงิน คาดเดา กำไร-ขาดทุน แต่เมื่อทำเสร็จแล้วก็ไม่ใช่เอาใส่ไว้ในลิ้นชักแล้วก็จบกัน คุณจะต้องหมั่นเอาแผนการเงินนั้นขึ้นมาตรวจสอบดูอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนด้วย
 
 
                      3. เมื่อขาดทุนไปแล้วไม่สามารถชดเชยได้ เมื่อคุณเปรียบเทียบแผนการเงินที่วางไว้กับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้วพบว่าคุณขายได้น้อยเกินไปหรือรายจ่ายมากเกินไป วิธีแก้ไขที่มักพบทั่วไปคือ “เดี๋ยวเดือนหน้าค่อยทำยอดคืน” แต่ปัญหามีอยู่ว่าในความเป็นจริงนั้น เมื่อขาดทุนไปแล้วไม่สามารถดำยอดเดือนถัดไปมาชดเชยได้ เพราะถ้าผลกำไรเดือนถัดไปต่ำมากก็จะทำให้ผลประกอบการติดลบไปตลอดกาล
 
 
                      4. รีบปรับตัวทันที ดังนั้น ถ้ารายรับได้ต่ำกว่าที่คาดไว้ ให้พยายามทุ่มกำลังลงไปที่ยอดขายและการตลาดหรือไม่ก็หาหนทางที่จะเพิ่มยอดให้ได้ ถ้าตั้งรายรับในอนาคตไว้สูงมากให้หาทางลดต้นทุนให้ได้ อาจมีธุรกิจคล้าย ๆ กับของคุณอยู่ในตลาดอีกมากมาย ลองศึกษาดูว่าเขามีกลยุทธ์อะไรที่ทำให้ธุรกิจอยู่ได้
 
 
                      5. คิดก่อนใช้ เมื่อคุณเริ่มคิดที่จะทำแผนการเงิน ให้รวมค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการขายเข้าไปด้วย ประเมินรายรับที่คาดว่าจะได้นำมาเทียบราคาต้นทุนก่อนที่คุณจะซื้ออะไรก็ตามครั้งต่อไป คุณสามารถเพิ่มยอดกำไรได้ง่าย ๆ ด้วยการยืดการซื้อออกไปเป็นเดือนถัดไป หรือสามเดือนถัดไป หรือหนึ่งปีถัดไป
 
 
                      6. อย่าตื่นกลัวที่จะจ้างพนักงาน จริงอยู่ว่าร้านอาหารจะคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเด็กเสิร์ฟ แต่ก็มีธุรกิจอีกหลายอย่างที่จำกัดตัวเองด้วยการไม่จ้างพนักงาน ธุรกิจเกือบจะทุกประเภทสามารถเพิ่มยอดขายได้จากการจ้างพนักงานไม่ว่าจะจ้างประจำหรือทำเป็นสัญญาจ้างคุณเอาสมองของคุณไปคิดเรื่องการเพิ่มยอดขายดีกว่าการไปส่งของ ส่งเอกสารหรือจัดแฟ้มด้วยตัวเอง
 
 
                      7. จ่ายเงินเดือนให้ตัวเอง ถ้าคุณเปิดบริษัทและมีการจ่ายเงินเดือนให้ตัวเองเรียบร้อยแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ถ้า “ไม่” ให้คุณจัดสรรเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้เป็นเงินเดือนของตัวเองทุกเดือน ในแต่ละเดือนที่บริษัททำยอดได้ถึงเป้า ก็ให้จ่ายเงินเดือนตัวเองเต็มจำนวน แต่เมื่อใดที่บริษัททำยอดได้ไม่เป็นไปตามเป้าให้หักเงินเดือนตัวเอง และถ้าทำยอดได้เกินกว่าเป้าก็ให้จ่ายเป็น “โบนัส” ให้ตัวเอง การจ่ายเงินเดือนให้ตัวเองนี้เป็นการส่งเสริมกระตุ้นให้ตัวคุณกระตือรือร้นที่จะทำให้บริษัทมีกำไร
 
 
                      8. กำไรกับรายรับคนละเรื่องกัน ไม่สำคัญเลยว่า คุณจะทำเงินเข้าบริษัทเดือนละกี่หมื่นกี่แสน ถ้าหากคุณมี่รายจ่ายที่สูงหรือสูงกว่า มีบริษัทที่มีรายรับสูง  ๆ หลายแห่งล้มละลายก็ด้วยเหตุนี้ หวังว่าคุณคงไม่เป็นหนึ่งในนั้นก็แล้วกัน

 


RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ