​ข่าวดี! ช่วย SME กู้ง่าย SME Development Bank ผ่อนปรนคุณสมบัติขอสินเชื่อ





 

     ที่ผ่านมาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้นั้น ประเด็นสำคัญ เกิดจากตัวผู้ประกอบการเอง คุณสมบัติยังไม่เข้าเกณฑ์ของโครงการที่ได้รับการผ่อนปรน รวมถึง อาจมีประวัติค้างชำระ หรือปรับโครงสร้างหนี้ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ความสามารถชำระหนี้ไม่เพียงพอ เช่น มีภาระหนี้เดิมสูงมาก หรือเอกสารแสดงรายได้ไม่สอดคล้องกับที่แจ้งข้อมูล เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ SME Development Bank ได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์สินเชื่อโครงการต่างๆ เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายยิ่งขึ้น
 

     ในเรื่องนี้ มงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ( ธพว. หรือ SME Development Bank) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของธนาคาร หลังจากออกจากแผนการแก้ไขปัญหาองค์กรหรือแผนฟื้นฟู จะมุ่งส่งเสริมเอสเอ็มอีทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนตัวเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุน ควบคู่ให้การพัฒนา โดยส่งเสริมเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนนิติบุคคล การจัดทำบัญชีรับ-จ่าย และจัดทำบัญชีชุดเดียว อีกทั้ง สร้างไม้ค้ำยันธุรกิจหรือตัวช่วยประคองธุรกิจช่วงเริ่มต้น เช่น ยกระดับมาตรฐาน พัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามทันสมัย และขยายผ่านตลาดออนไลน์   เป็นต้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยให้เอสเอ็มอีเติบโตอย่างยั่งยืน

 
     ทั้งนี้ ในช่วงปี พ.ศ.2557-2560 ที่ผ่านมา ธนาคารได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์สินเชื่อโครงการต่างๆ เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อ Small SMEs , สินเชื่อแม่ค้าคนดี , สินเชื่อพัฒนาผลิตภาพการทำงานการผลิต (PIL) ระยะที่ 2 โดยปรับเงื่อนไขประวัติการชำระหนี้ จากเดิมต้องไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้ 24 เดือน ให้เหลือแค่ 12 เดือน ผ่อนปรนระยะเวลาการดำเนินกิจการ จากเดิมต้องทำธุรกิจมาไม่น้อยกว่า 1 ปีเป็น “ไม่กำหนด” เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่ม startup เข้าถึงแหล่งทุนได้  เป็นต้น
 

     โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ธนาคารอนุมัติสินเชื่อใหม่แก่เอสเอ็มอีไปแล้วกว่า 39,627 ราย วงเงินกว่า 91,394 ล้านบาท ส่วนใหญ่กว่า 46% หรือ 18,095 ราย อนุมัติสินเชื่อวงเงินต่ำกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อคงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 วงเงิน 100,685 ล้านบาท ส่วนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สะสม จำนวน 11,432 ราย วงเงิน 16,690 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนเป็นบุคคลธรรมดา ถึงกว่า 81% ซึ่งกู้ในวงเงินต่ำกว่า 1 ล้านบาท สัดส่วนถึง 78% รวมถึงพบว่า หนี้เสียจากสินเชื่อที่ผ่อนปรนเงื่อนไขมีสัดส่วนที่สูงกว่าโครงการที่ไม่ผ่อนปรนด้วย  อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2558-2560 มีหนี้เสียเพียง 3.32% เท่านั้น
 

     สำหรับการผ่อนปรนคุณสมบัติในช่วงที่ผ่านมา วัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างโอกาสให้รายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น ลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาในช่วงเวลานั้น จึงต้องยอมรับความเสี่ยงสูงที่จะเกิดหนี้เสีย ส่วนเวลานี้ แม้เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนแล้ว ธนาคารยังต้องการส่งเสริมรายย่อยอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงจะคงมาตรการผ่อนปรนคุณสมบัติเช่นเดิม ภายใต้ข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย
 

     อย่างไรก็ตาม แม้ธนาคารจะผ่อนปรนคุณสมบัติให้แล้วก็ตาม สิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่แหล่งทุนได้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพยายามพัฒนาศักยภาพตัวเองให้สูงขึ้น ซึ่งการเข้าสู่ระบบ จะเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยยกระดับธุรกิจ  เพราะเมื่ออยู่ในระบบแล้ว จะเปรียบเสมือนมีกระจก คอยสะท้อนจุดอ่อนจุดแข็ง สามารถนำปัญหาไปแก้ไขและปรับปรุงเพื่อให้ธุรกิจเข้มแข็งขึ้นได้ และเมื่อธุรกิจมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นแล้ว ย่อมทำให้มีความสามารถในการชำระหนี้สูงขึ้น โอกาสจะเกิดเป็นหนี้เสียจะน้อยลงไปด้วย
 

     “หากผู้ประกอบการที่ต้องการสินเชื่อ ต้องพยายามยกระดับตัวเอง เพิ่มศักยภาพสามารถผ่านเกณฑ์พิจารณาได้ ซึ่ง SME Development Bank พร้อมเป็นผู้ช่วย  โดยผู้ประกอบการสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่สาขาธนาคารทุกแห่ง รวมถึงผ่าน Call Center โทร.1357 ซึ่งจะมีทีมงานคอยให้คำปรึกษา  ช่วยเหลือตั้งแต่ต้นจนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนสำเร็จ” มงคล กล่าว
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ