​ช้อปผ่านเฟซบุ๊กได้ง่ายๆ ด้วยบริการ Pay with K PLUS





 
     
     ด้วยการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโซเชียลคอมเมิร์ซ ที่มีมูลค่ากว่า 137,000 ล้านบาท (ข้อมูล: รายงานผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ปี 2560 ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์) เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของธุรกิจออนไลน์ ด้วยเหตุนี้ กสิกรไทย จึงได้เปิดตัวบริการ Pay with K PLUS” ธนาคารแรกในประเทศไทย ที่เปิดตัวบริการชำระเงินบนแพลทฟอร์มเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์ สร้างประสบการณ์ชำระเงินแบบไร้รอยต่อให้กับนักช้อปออนไลน์
 

     พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า บริการ “Pay with K PLUS” ตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารในการพัฒนานวัตกรรมชำระเงินดิจิทัลเพย์เม้นต์ (Digital Payment) ทำให้การชำระเงินง่าย สะดวก รวดเร็ว อีกทั้งบริการนี้ยังช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันในธุรกิจซื้อขายออนไลน์ให้กับลูกค้ารายย่อยและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กที่นิยมใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารตั้งแต่การแนะนำสินค้าไปจนถึงการชำระเงิน
 

     สำหรับบริการ Pay with K PLUS บนแพลทฟอร์มเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์นี้  จะช่วยให้ผู้ซื้อจ่ายเงินได้ง่าย สะดวก และปลอดภัย เพียงกดปุ่ม Pay with K PLUS ไม่ต้องวุ่นวายสลับหน้าจอเพื่อเปิดแอปฯ ในการชำระเงิน ทำให้การชำระค่าสินค้าและบริการรวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย
 

     “ปัจจุบัน ธนาคารมีลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ซื้อและใช้แอป K PLUS รวมกว่า 8.4 ล้านราย มีจำนวนธุรกรรมการโอนเงินเพิ่มขึ้นสูงถึง 88% ภายหลังประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียม รวมถึงจำนวนร้านค้าที่ใช้แอปฯ K PLUS SHOP อีก  1.4 ล้านร้านค้าซึ่งมีมูลค่าธุรกรรมการรับชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด (QR Code) รวมกว่า 4,000 ล้านบาท ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการขยายช่องทางการขายบนเฟซบุ๊ก จากฐานลูกค้าและนวัตกรรมการให้บริการชำระเงินล่าสุดนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบริการชำระเงิน Pay with K PLUS”
 

     ในช่วงการเปิดตัวบริการชำระเงิน Pay with K PLUS ธนาคารจัดโปรโมชันสำหรับลูกค้าที่ชำระเงินผ่าน
Pay with K  PLUS เป็นครั้งแรก และมีมูลค่าครบ 300 บาท/รายการ รับเงินคืน 100 บาท ตั้งแต่วันนี้ 25 กันยายน 2561 สำหรับร้านค้าที่ผูกบัญชีธนาคารกสิกรไทยเพื่อรับชำระเงินผ่านบริการ Pay with K PLUS สามารถรับโบนัสสูงสุด 5,000 บาท เมื่อมีจำนวนรายการรับชำระสำเร็จตามที่กำหนด ตั้งแต่วันนี้ 31 กรกฎาคม 2561
 

     ด้านณัฐภาศ์ พฤฒิสราญพงศ์ Product Marketing Manager, APAC Business Platform and Messaging ของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า SME ในประเทศไทยจำนวนมากที่ทำธุรกิจในรูปแบบ Conversational Commerce เน้นการพูดคุยและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) และเมสเสนเจอร์ (Messenger) ประเทศไทยเองเป็นประเทศที่มีคนส่งข้อความถึงธุรกิจต่างๆ ผ่านทางเมสเสนเจอร์เยอะที่สุดในเอเชียแปซิฟิค และเป็นหนึ่งในห้าอันดับสูงสุดของโลก
 

     ดังนั้นเฟซบุ๊ก จึงมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้ธุรกิจ SME ประสบความสำเร็จในการขายออนไลน์ สามารถขยายธุรกิจให้เติบโตและเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยฟีเจอร์การโอนเงินผ่านธนาคารกับธนาคารกสิกรไทยนี้ ก็จะช่วยให้ธุรกิจ SME ปิดการขายได้เร็วขึ้น และให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นผ่านเฟซบุ๊ก
 

     นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทย ได้นำเสนอสินเชื่อเอสเอ็มอีให้กับลูกค้าผ่านแอปฯ K PLUS เมื่อลูกค้าได้รับการแจ้งเตือนบนเมนู Life PLUS ลูกค้าสามารถกดเข้าไปเลือกวงเงินที่ต้องการกู้ ระบบจะแสดงวงเงินกู้สูงสุดที่ลูกค้าสามารถกู้ได้ เมื่อผ่านการพิจารณาและลูกค้ากดรับสินเชื่อ เงินกู้จะเข้าบัญชีทันที


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร