วิธีลดค่าใช้จ่ายการดำเนินธุรกิจ SME แบบเห็นผลชัด

 



    ทุกวันนี้การแข่งขันทางธุรกิจค่อนข้างสูง ผู้บริหารแต่ละเจ้าก็งัดกลยุทธ์ต่าง ๆ มาใช้กันอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการแบบแปลกๆใหม่ ๆ  เทคนิคการขายที่มากยิ่งขึ้น ซ้ำยังมีการติดตามลูกค้า และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ “การลดต้นทุน” หรือที่ได้ยินทับศัพท์บ่อย ๆ ว่า Cut Cost

    ซึ่งค่าใช้จ่ายของบริษัททั่วๆไป จะมีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ ด้วยกันคือ

     1. ค่าใช้จ่ายแบบที่เรียกว่า “ต้นทุนคงที่”  (Fixed Cost) เป็นค่าใช้จ่ายที่ทุกๆเดือนจะต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินเท่า ๆ กัน เช่น ค่าเช่าบริษัท, ค่าอินเตอร์เน็ต ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ จะต้องนำมาคำนวณราคาต้นทุนด้วยเหมือนกัน แต่เราสามารถกำหนดเป็นราคาที่ตายตัวได้

     2. ค่าใช้จ่ายแบบไม่คงที่ (Variable Cost) เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถกำหนดได้อย่างตายตัว  จะขึ้นกับปริมาณการใช้งานที่มากหรือน้อย เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็จะถูกนำมาคิดต้นทุนแต่เป็นต้นทุนแบบคาดคะเนล่วงหน้าได้



 

    ดังนั้นจะเห็นได้ว่า หากเราต้องการที่จะลดต้นทุนของสินค้า เราน่าจะเล็งไปที่การลดต้นทุนที่ตัว Fixed Cost แทน เพราะการลด Fixed Cost นั้นส่วนใหญ่จะไม่มีผลกระทบต่อรายได้โดยตรง แต่จะทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงได้อีกด้วย ดังนั้นเมื่อค่าใช้จ่ายต่อเดือนลดลง รายรับที่เข้ามาก็เยอะขึ้นกลายเป็นกำไรเพิ่มขึ้นอีกด้วย

     ยกตัวอย่างเช่นหากเราขายสินค้า 1 ชิ้น ขณะที่ ต้นทุนในการผลิต + การขนส่ง+ การโฆษณา + การหีบห่อและบรรจุภัณฑ์+ การพิมพ์ + ค่าแรง และ ค่าเฉลี่ยของ Fixed Cost รวมแล้ว ราคาขายสินค้าอยู่ที่ 790 บาท เมื่อขายสินค้าได้กำไรที่เราได้รับอาจจะอยู่ที่ 150 บาทโดยประมาณ แต่หากเราลด Fixed Cost ได้เหลือ 50 บาทต่อชิ้น เหมือนกับเราได้กำไรมาเพิ่มอีก 50 บาททันที

     เห็นไหมครับ ต้นทุนลดลงเห็น ๆ ยิ่งถ้าท่านต้องการแข่งขันกับเจ้าอื่นด้วยราคาสินค้าแล้วล่ะก็ จะเห็นได้ว่า สามารถลดราคาลงได้อีก 20-50 บาททำให้ราคาถูกลงเมื่อเทียบกันในตลาดอีกด้วย

    แล้วเจ้า Fixed Cost ที่ว่านี้ ควรจะต้องลดตัวไหนบ้าง เพื่อให้ไม่กระทบกับธุรกิจโดยรวม มาลองดูคร่าว ๆ นะครับ ว่าท่านอาจจะลดบางตัวได้



 

    1. ความเร็วของอินเตอร์เน็ตช้าลงหน่อย : บางบริษัทใช้งาน อินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงที่สุด เพื่อต้องการให้เร็วการใช้งานรวดเร็ว แต่บางครั้ง การลดความเร็วอินเตอร์เน็ตลงซักหน่อยก็จะช่วยให้ประหยัดได้ระยะยาว

    2. ขนาดของบริษัทเล็กลงหน่อย : พื้นที่ทำงานไม่จำเป็นต้องมีขนาดที่ใหญ่โตมาก แต่ขอให้สะดวก ไม่แออัดเกินไป ก็พอ จะทำให้ Fixed cost ลดไปได้เยอะเลย

    3. รถเช่าของผู้บริหาร : ยกเลิกไปก่อนให้ใช้ของตัวเอง แต่อาจจะมีค่าน้ำมันงอกขึ้นมาเล็กน้อย หรือใช้รถยี่ห้อถูกลงก็น่าจะพอไหว
    
    4. ไม่ใช้ประกันสินทรัพย์ : ลองพิจารณามูลค่ารวมของสินทรัพย์ธุรกิจ บางทีอาจจะไม่ต้องใช้ประกันสินทรัพย์ ก็จะช่วยลด Fixed cost ไปได้สูงเลย

    5. การใช้งานตัว Software License ที่มีราคาแพง ให้ทางท่านลองหนีไปใช้ Could : หากท่านต้องจ่ายค่า Software License พวก Windows Server, SQL และอื่นๆ ลองหันมาใช้ Could Services ดูบ้าง จ่ายเท่าที่ใช้ เป็นตัวเลือกที่ดีเชียว วันใดวันหนึ่งไม่อยากใช้ ก็สามารถยกเลิกไปได้ ไม่ต้องแบกรับภาระ Software License และ Hardware ที่ต้องเสียเปล่า

    6. Outsource : หากต้องจ้างพนักงานบัญชี พนักงานขนส่ง พนักงานขับรถขนส่ง ลองจ้างบริษัทภายนอกเข้ามาทำงานเหล่านี้ดู ค่าใช้จ่ายน่าจะลดลงไปมาก

    7. อุปกรณ์ประหยัดไฟ : ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานและประหยัดไฟ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าไฟลงไปมาก และที่สำคัญก็อย่าลืมปิดไฟ ถอดปลั๊ก เมื่อไม่ได้ใช้ด้วย

    หากลด Fixed cost เหล่านี้ได้แล้ว เราก็จะมีต้นทุนตั้งต้นเพื่อจะทำให้ง่ายต่อการคิดต้นทุน หรือแม้กระทั่งเป็นแผนค่าใช้จ่ายเพื่อนำไปขอสินเชื่อ เพื่อ SME ได้โดยง่ายอีกด้วยครับ เนื่องจากเรามีตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ตายตัวและสามารถแจกแจงให้ทางธนาคารทราบได้ว่าเราต้องใช้เงินก้อนนี้ทำอะไรบ้าง   

    สุดท้ายนี้ขอให้ธุรกิจ SME ของทุกท่านประสบความสำเร็จและมีกำไรกันมาก ๆ ส่วนผมคงต้องปิดคอมพักสายตาซักหน่อยเพื่อลดต้นทุนบ้าง....อิอิ

ที่มาของ infographic: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
 
 

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่