EXIM BANK เผยครึ่งปีแรกลูกค้ายื่นรับสินไหมทดแทนกว่า 90 ล้านบาท




     พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ในการค้าขายระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการต้องรู้ทันโลก ทันข่าวสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นโอกาสการค้าการลงทุนควบคู่ไปกับการรู้ทันภัยทางการค้าในโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะในปัจจุบันการติดต่อระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้ซื้อในต่างประเทศจะกระทำทางออนไลน์เป็นหลัก การพิสูจน์ตัวตนหรือความน่าเชื่อถือของผู้ซื้อเป็นเรื่องสำคัญที่อาจทำได้ยาก ในขณะที่มิจฉาชีพยังคงหาเทคนิควิธีใหม่ๆ ในการล้วงข้อมูลทางธุรกิจและเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่สื่อสารกันระหว่างคู่ค้า หรือกระทั่งปลอมตัวเป็นคู่ค้า เพื่อแสวงหาผลประโยชน์และลวงให้เกิดการโอนเงินเข้าบัญชีของมิจฉาชีพ ไม่ว่าในรูปแบบของแฮกเกอร์ หรือการให้นามบัตรปลอมที่ปลอมแปลงข้อมูล เพื่อลวงให้ผู้ส่งออกไทยส่งสินค้าไปยังที่อยู่ของมิจฉาชีพ ซึ่งสามารถนำสินค้านั้นไปจำหน่ายต่อได้ ส่วนผู้นำเข้าไทยอาจประสบปัญหาถูกหลอกให้ชำระเงินค่าสินค้าไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้เช่นกัน
 

     กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยต่อไปว่าในการป้องกันความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ ผู้ส่งออกไทยมีเครื่องมือที่เรียกว่า “ประกันการส่งออก” ซึ่ง EXIM BANK เป็นสถาบันการเงินแห่งเดียวของไทยที่ให้บริการประกันการส่งออก โดยมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 25 ปี นับตั้งแต่ปี 2537 ประกันการส่งออกของ EXIM BANK ได้ก่อให้เกิดปริมาณธุรกิจส่งออกของไทยเป็นมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน EXIM BANK ได้พัฒนาบริการประกันการส่งออกหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการไทย อาทิ การปรับปรุงเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นและสะดวกสำหรับผู้ประกอบการ SMEs หรือผู้ประกอบการที่ส่งออกไปตลาดประเทศเพื่อนบ้าน
 

     โดย EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่เป็นเครื่องมือทางการเงินให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มต้นหรือส่งออกได้มากขึ้น นอกเหนือจากการให้สินเชื่อ EXIM BANK เชี่ยวชาญในการบริหารความเสี่ยงให้แก่ผู้ส่งออก เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของผู้ซื้อหรือธนาคารผู้ซื้อในต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ส่งออกใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทำการค้า กำหนดเงื่อนไขการชำระเงินและให้เครดิตทางการค้าแก่ผู้ซื้อ จากนั้น ผู้ส่งออกสามารถเลือกรูปแบบทำประกันการส่งออก เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อในต่างประเทศ ทำให้ผู้ส่งออกมีความมั่นใจที่จะค้าขายมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นคู่ค้าใหม่หรือตลาดใหม่ ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2562 ลูกค้าประกันการส่งออกของ EXIM BANK ยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทน จำนวนทั้งสิ้น 12 ราย เป็นมูลค่า 87.50 ล้านบาท


     “ข้อมูลขององค์กรรับประกันต่างชาติระบุว่า 10% ของคำสั่งซื้อที่ผู้ส่งออกให้เครดิตเทอมแก่ผู้ซื้อในการชำระเงินจะประสบปัญหาผู้ซื้อขอผัดผ่อนการชำระเงิน ไม่ชำระเงินค่าสินค้า ปฏิเสธการรับมอบสินค้า หรือผู้ซื้อล้มละลาย นั่นหมายถึงโอกาสที่ผู้ส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเงินของผู้ซื้อในต่างประเทศ EXIM BANK จึงพร้อมนำเสนอเครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศให้แก่ผู้ส่งออกไทย ซึ่งนอกจากจะคุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้า ทำให้ส่งออกได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยติดตามหนี้เมื่อมีปัญหา และใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจาก EXIM BANK หรือธนาคารพาณิชย์ได้อีกด้วย” พิศิษฐ์กล่าว
 
 

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่