บล.บัวหลวง เตือน DW มีความเสี่ยงตลาดขาลง ชู Trade Master ตัวช่วยสุดล้ำ




     หลักทรัพย์บัวหลวง เตือนนักลงทุนเลี่ยงถัวเฉลี่ย DW ตลาดขาลงเสี่ยง แนะวางแผนการลงทุนกำหนดจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุนให้ชัด พร้อมนำเสนอนวัตกรรมเทรดหุ้นอัตโนมัติตัวใหม่ล่าสุด Trade Master ที่ตอบโจทย์นักลงทุนมืออาชีพ ด้านภาพรวมซื้อขาย DW เดือนพ.ค.62 คึกคัก นักลงทุนแห่เก็งกำไร Put DW หนาแน่นดันสัดส่วน Put นิวไฮในรอบ 5 เดือน
 

     บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ออกและเสนอขาย DW01 ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีความผันผวนและปรับตัวลดลงจากความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในช่วง พ.ค. 62 ที่ผ่านมา จึงแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrant : DW) โดยเฉพาะการถัวเฉลี่ย Call DW เพื่อหวังว่าหุ้นอ้างอิงจะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจาก DW มีค่าเสื่อมเวลาและมีวันหมดอายุ จึงอาจทำให้นักลงทุนเสียหายจากการลงทุนได้
 

     "ในช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา หุ้นหลายตัวปรับตัวลดลงค่อนข้างมากจากความวิตกสงครามการค้า นักลงทุนบางส่วนจึงเลือกถัวเฉลี่ย Call DW ซึ่งไม่แนะนำ เพราะไม่เหมือนกับหุ้น การถือครอง DW นานจะสะท้อนมาในรูปต้นทุนการถือครองที่สูงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้ง DW มีวันหมดอายุ ถือรอไป DW อาจหมดอายุก่อนที่หุ้นอ้างอิงจะปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ในกรณีที่ถือ DW จนหมดอายุและมีสถานะ Out of The Money (OTM) จะทำให้ไม่ได้รับเงินสดส่วนต่างจากการใช้สิทธิ ดังนั้นหากไม่จำเป็นจริงๆ นักลงทุนอาจหลีกเลี่ยงการถัว DW ในช่วงตลาดขาลง" บรรณรงค์กล่าว
 

     นอกจากนี้แนะนำนักลงทุนวางแผนการลงทุน DW ให้รัดกุม โดยเฉพาะในช่วงตลาดผันผวน ควรมีวินัยให้มาก โดยก่อนลงทุนนักลงทุนควรกำหนดจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุนให้ชัดเจนจากตารางราคาและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมทั้งสามารถใช้นวัตกรรมการเทรดสุดล้ำตัวใหม่ล่าสุด Trade Master ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาติด DW หรือขาย DW ไม่ทัน รวมถึงฟังก์ชันเด็ดหลายอย่างที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการของนักลงทุนมืออาชีพยุคใหม่ในทุกมิติ
 

     สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวลดลง 53.3 จุด หรือ 3.18 เปอร์เซ็นต์ พบนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไร Put DW หนาแน่น ส่งผลให้สัดส่วน Put DW อยู่ที่ 45.4 เปอร์เซ็นต์ ทำนิวไฮในรอบ 5 เดือน สอดคล้องทิศทางดัชนี ในขณะที่มูลค่าการซื้อขาย DW ในเดือนพ.ค.2562 สูงถึง 92,520.81 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขาย DW เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 4,626.0 ล้านบาท มีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขาย DW ต่อหลักทรัพย์ทั้งระบบอยู่ที่ 8 เปอร์เซ็นต์
 

     ด้านหุ้นอ้างอิงที่มีแรงเก็งกำไรสูงสุดใน DW ได้แก่ DW บนหุ้น BEAUTY หลังจากราคาหุ้นผันผวนค่อนข้างมาก ทำให้ DW ประเภท Put ซื้อขายหนาแน่นสอดคล้องราคาหุ้น BEAUTY ที่ปรับตัวลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี รองลงมาหุ้น CBG ได้รับความสนใจเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน หลังราคาทำนิวไฮของปีนี้ นักลงทุนเข้าเก็งกำไร DW ประเภท Call จำนวนมาก
 

     ในขณะที่ SET50 ยังคงได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ซึ่งมีสัดส่วนการซื้อขายสูงถึง 53.3 เปอร์เซ็นต์ ของการซื้อขาย DW ทั้งอุตสาหกรรม โดยนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนใน DW ประเภท Put เป็นสัดส่วนสูงถึง 60.42 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าซื้อขาย DW ที่อ้างอิงกับ SET50 ทั้งระบบ สอดคล้องกับทิศทางดัชนีปรับตัวลดลง
 

     สำหรับจำนวน  DW ในเดือนพ.ค.2562 มีจำนวนเพิ่มขึ้น 186 รุ่น ทำให้นักลงทุนมีทางเลือกลงทุนมากขึ้น โดยมีจำนวน DW 1,656 รุ่น แบ่งเป็น Call DW 1,344 รุ่นและ Put DW 312 รุ่น ขณะที่หลักทรัพย์อ้างอิงที่มีการเสนอขาย ณ สิ้นเดือน พ.ค. 62 มีทั้งสิ้น 112 ตัว มีจำนวนคงที่จาก ณ สิ้นเดือน เม.ย. 62

 
     "หลักทรัพย์บัวหลวงยังเป็นผู้ออกที่มีจำนวน DW สูงสุดในอุตสาหกรรมต่อเนื่องจำนวน 282 รุ่นคิดเป็น 17.03 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวน DW ที่มีการซื้อขายทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ แบ่งเป็น Call DW 188 รุ่นและ Put DW 94 รุ่น และมีจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงให้เลือกคิดเป็น 66.96 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงที่มีทั้งหมดในอุตสาหกรรม DW อีกทั้งยังเป็นผู้ออกที่มียอดการถือครอง DW จากนักลงทุนสูงสุดในระบบเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องและมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ของอุตสาหกรรม อยู่ที่ 34.1 เปอร์เซ็นต์"

 
     ทั้งนี้ หากพิจารณาส่วนแบ่งการตลาดเมื่อคิดจากมูลค่าการซื้อขายสะสมในเดือน พ.ค.2562 อยู่ที่ 43.2 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อพิจารณาในส่วน DW อ้างอิงหุ้นรายตัว มีส่วนแบ่งการตลาดเมื่อคิดจากมูลค่าการซื้อขายสะสมอยู่ที่ 45.0 เปอร์เซ็นต์


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: FINANCE

WALK ON Series: เทคนิคสร้างธุรกิจอยู่รอด VOL 1 ต้องทำ Cost Structure เพื่อให้บริษัทมีกำไร

สาเหตุหลักที่ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่ไปต่อไม่ได้ คือ ขาดทุนสะสมและขาดสภาพคล่อง โดยที่ปัญหาส่วนใหญ่ของ SME คือ บางทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองขาดทุนอยู่ หรือขาดทุนเพราะอะไร วันนี้เลยชวนมาหาต้นทุนที่แท้จริง เพื่อเห็นกำไรธุรกิจกัน

ทำความรู้จักเกณฑ์ใหม่แบงก์ชาติ เอื้อธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกต้องรู้

หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของผู้ประกอบการที่นำเข้าและส่งออกก็คือเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวนสูง เพื่อที่จะเสริมเครื่องมือให้กับผู้ประกอบธุรกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ผ่อนคลายเกณฑ์การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ภายใต้แผนผลักดันระบบนิเวศของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (FX ecosystem) ทั้งการนำเงินออกนอกประเทศและการชำระเงินระหว่างประเทศ

เอสเอ็มอีจะนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ยังไง ให้เกิดผลกับธุรกิจ เรียนรู้กรณีศึกษาจากประเทศเกาหลี

เกาหลีใต้นับเป็นประเทศที่มีการตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึงบล็อกเชนมาใช้ในการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่องรวมถึงมีกฎหมายที่กำกับดูแลธุรกิจดังกล่าวอย่างเต็มตัวแต่ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่มาเสริมความเข้มแข้งให้กับภาคธุรกิจ