เป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ก็ขอสินเชื่อได้ แค่ใช้ข้อมูลแทนหลักประกัน

Text : Wattar, Photo : กฤตพล วิทย์ว่องไว





Main Idea

 
  • คนทำธุรกิจปรับตัวสู่โลกออนไลน์มากขึ้น และซื้อขายของผ่านทาง E-Marketplace ซึ่งนอกจากจะเปลี่ยนช่องทางการขายแล้วยังการมีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจในส่วนอื่นๆ ด้วย ทั้งการบริหารจัดการร้าน ไปจนถึงด้านการเงินการลงทุน
 
  • โลกออนไลน์คือโลกของข้อมูล ซึ่งจะถูกนำมาใช้ในการพิจารณาสินเชื่อให้กับผู้ค้าออนไลน์โดยที่ผู้ประกอบการไม่ต้องยื่นเอกสารจำนวนมาก ไม่ต้องมีหน้าร้าน หรือใช้หลักประกันอีกต่อไป
 
  • สินเชื่อเพื่อธุรกิจออนไลน์จะสามารถแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการ ทั้งในแง่การอนุมัติสินเชื่อให้กับธุรกิจเล็กในระยะเวลาที่รวดเร็วกว่าการให้สินเชื่อธุรกิจแบบดั้งเดิม




     ในวันนี้ไม่มีใครไม่ขยับ คนค้าขายปรับเปลี่ยนจากการมีหน้าร้านแบบดั้งเดิมสู่การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์กันมากขึ้น เห็นได้จากสถิติในสหรัฐอเมริกา 15 เปอร์เซ็นต์ของการซื้อขายอยู่บนออนไลน์ และส่วนใหญ่ผ่านช่องทาง E-Marketplace พร้อมกับการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มอีกถึง 2-3 เท่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเมื่อหันกลับมามองในเมืองไทยก็พบสัดส่วนไม่ต่างกัน


     พร้อมพงษ์ พัฒนธีระเดช หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริหารผลิตภัณฑ์และพอร์ตโฟลิโอธุรกิจเอสเอ็มอี ทีเอ็มบี กล่าวว่า “เราพบว่าพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน เซ็กเมนต์ที่เราเรียกว่าเป็น Seller (ผู้ค้า) มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนจากร้านค้าที่มีหน้าร้านมาเป็นออนไลน์มากขึ้นเพราะผู้บริโภคเปลี่ยน ทุกคนก็ขยับตามลูกค้าของตัวเองหมด”




 
ปัญหาเมื่อ SME ขยับสู่โลกออนไลน์
               

     สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เปลี่ยนแค่ช่องทางการขายเท่านั้น แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปถึงเบื้องลึกเบื้องหลังในธุรกิจอีกหลายอย่าง เรื่องแรกที่เห็นคือ ผู้ประกอบการมีความต้องการด้านการเงินต่างออกไปจากเดิม คือ ต้องได้เงินเร็วขึ้น เพราะร้านค้าออนไลน์จะมีเทศกาลเซลล์ครั้งใหญ่ ซึ่งมาร์เก็ตเพลสจะเชิญร้านค้าเข้ามาร่วมรายการ โดยบอกล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้น เพราะฉะนั้นเจ้าของร้านมีเวลาเตรียมตัวไม่มากนัก ซึ่งในวันนั้นยอดขายมีโอกาสจะกระโดดขึ้นมา บางร้านโตถึง 50 เท่า นั่นหมายถึงการบริหารจัดการร้านต้องปรับให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
               

     เรื่องที่สอง ผู้ค้าออนไลน์ย่อมคุ้นเคยกับโลกออนไลน์ พวกเขาไม่ชอบไปทำธุรกรรมทางการเงินที่สาขาของธนาคารอีกต่อไป เพราะ SME ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของเองและบริหารจัดการร้านค้าด้วยตัวเอง ต้องเฝ้าหน้าจอและโต้ตอบกับลูกค้าแทบจะตลอดเวลา การเดินทางไปทำธุรกรรมการเงินที่สาขานั่นหมายถึงการเสียเวลา เสียโอกาสทางธุรกิจ
               

     “เราพยายามอยู่ในที่ๆ ลูกค้าอยู่ เพื่อความสะดวกของลูกค้า เมื่อก่อนเราค้นพบว่าธุรกรรมเกิดขึ้นที่ตลาด จะเห็นว่าทุกธนาคารก็จะมีสาขาที่ตลาด แต่ตอนนี้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นตลาดออนไลน์ เราก็ต้องตามมาเพื่อให้บริการเขาได้ดีมากขึ้นในแง่ของการเข้าถึงบริการ รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการก็จะเปลี่ยนไปด้วย”
               

      เรื่องที่สาม คือการเข้าถึงสินเชื่อธนาคาร เป็นปัญหาสำหรับ SME ไม่ใช่เฉพาะแค่คนที่ค้าขายออนไลน์ เนื่องด้วยผู้ประกอบการรายเล็กมักไม่ค่อยมีเอกสาร และไม่ค่อยมีหลักประกัน โดยปกติแล้ววิธีการที่ธนาคารจะให้สินเชื่อต้องขอเอกสารประกอบจำนวนมาก หากผู้ประกอบการไม่ได้มีการเตรียมพร้อมที่ดี มีเอกสารไม่เพียงพอก็ต้องขอหลักประกัน แต่จากการศึกษาพบว่า SME ส่วนใหญ่ไม่มีหลักประกัน ไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่หรือเป็นเจ้าของบ้านตัวเอง พอเป็นแบบนี้ก็ไม่สามารถกู้ธนาคารได้ต้องไปพึ่งพาการกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยแพงมาก     
 




เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นหลักประกันสินเชื่อ

               

     บนโลกออนไลน์คือโลกแห่งข้อมูล ในอนาคตจะมีข้อมูลเยอะมากให้หยิบจับมาใช้ประโยชน์ ซึ่ง TMB ก็เล็งเห็นตรงนี้แล้วนำมาใช้ในการออกแบบ สินเชื่อธุรกิจ TMB SME Smart BIZ เพื่อธุรกิจออนไลน์
               

     “มีข้อมูลหลายอย่างที่ธนาคารอยากได้มานานแล้วแต่เราไม่เคยได้ เวลาที่เราอยากบอกว่าคนนี้ดีหรือไม่ ต้องพิจารณาว่าร้านค้าหรือให้ธุรกิจนั้นให้บริการลูกค้าเขาดีแค่ไหน เราเชื่อว่าองค์กรใดที่ให้บริการลูกค้าดี ทำให้ลูกค้ามีความสุขได้ ธุรกิจนั้นจะเจริญรุ่งเรือง ซึ่งในอดีตเราไม่สามารถรู้ได้ ถ้าเป็น SME แบบดั้งเดิมมาขอกู้ต้องส่งรายการเดินบัญชี (Bank Statement) มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เคยเห็นมากที่สุดประมาณ 300 หน้าซึ่งลูกค้าลำบากมากในการจัดเตรียมข้อมูลพวกนี้”
               

     แต่เมื่อขยับมาค้าขายออนไลน์การเข้าถึงสินเชื่อจะต่างออกไป โดยเฉพาะเมื่อเป็นพันธมิตรกับเจ้าของมาร์เก็ตเพลสที่มีข้อมูลอยู่แล้ว สามารถรู้ได้ทันทีว่าผู้ค้าแต่ละรายมีรายการขายแบบใด รู้เรตติ้ง ความพึงพอใจ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีค่ามหาศาล
               

     “สิ่งที่ TMB พยายามจะทำตั้งแต่วันนี้และต่อไปในอนาคตคือพยายามเปลี่ยนข้อมูลนี้ให้มาแทนหลักประกัน โดยที่ไม่ต้องใช้หลักประกันอีกต่อไป ในความเป็นจริงแล้วคนค้าขายต้องการเงินทุนทั้งนั้น และออนไลน์แพลตฟอร์มเพิ่มโอกาสให้เราเห็นคุณภาพในการดำเนินธุรกิจของร้านค้ามากขึ้น”
               

     นี่จึงเป็นเหตุผลที่ TMB จับมือเป็นพันธมิตรกับมาร์เก็ตเพลสเพื่อให้ได้ข้อมูลเหล่านี้มา โดยเริ่มต้นจากรายใหญ่อย่าง Lazada ผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
               

     ซึ่งสินเชื่อธุรกิจ TMB SME Smart BIZ เพื่อธุรกิจออนไลน์ มี 2 รูปแบบ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ได้อย่างครบถ้วน คือ (1) สินเชื่อเพื่อธุรกิจออนไลน์ พร้อมสร้างยอดขายช่วงเทศกาล ด้วยการให้วงเงินสินเชื่อ 15,000 – 500,000 บาท สำหรับใช้ซื้อสต็อกสินค้าในช่วงแคมเปญพิเศษ ระยะเวลาในการกู้ 60 วัน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ยื่นกู้สะดวก อนุมัติเร็ว รับเงินไว ผ่านช่องทางออนไลน์ (2) สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ สำหรับร้านค้าออนไลน์ วงเงินสินเชื่อ 30,000 – 1,000,000 บาท สำหรับใช้หมุนเวียนกิจการ ด้วยระยะเวลาในการกู้ 1 ปี
               

     มร.แจ็ค จาง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “ลาซาด้ามีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้นำสินเชื่อธุรกิจอย่าง TMB การร่วมมือกันครั้งนี้ เป็นการเพิ่มศักยภาพในการทำธุรกิจให้กับผู้ขายและผู้ประกอบธุรกิจ SME บนแพลตฟอร์มของเรา เพิ่มโอกาสให้ผู้ขายสามารถเข้าถึงเงินทุนได้อย่างง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงแคมเปญใหญ่ของลาซาด้าที่จัดขึ้นในทุกๆ ปี เช่น แคมเปญ 9.9 และ 11.11 การเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจได้รวดเร็วจะทำให้ผู้ขายมีประสิทธิภาพมากขึ้นในจัดการธุรกิจบนแพลตฟอร์มลาซาด้า เช่น การสต๊อกสินค้าให้เพียงพอต่อยอดสั่งซื้อ ซึ่งถือเป็นการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้ทั้งผู้ขายและผู้ประกอบธุรกิจ SME บนแพลตฟอร์มของลาซาด้า”
               

     และสำหรับผู้ค้าหรือเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีที่สนใจต่อยอดธุรกิจเติบโตบนออนไลน์ที่ลาซาด้า สามารถสมัครได้ง่ายๆที่ https://bit.ly/30RzQn4 หรือ Application ของลาซาด้า เพียงแค่ลงทะเบียนโดยใช้เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลล์ ทำตามขั้นตอนเพียงง่ายๆ ไม่กี่นาที ก็สามารถลงขายสินค้าในแพลตฟอร์มลาซาด้าได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถเข้าถึงลูกค้าคนสำคัญของคุณได้ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ
               

     นอกจากนี้ TMB ยังพร้อมที่จะสนับสนุนร้านค้าออนไลน์ในแพลตฟอร์มอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมให้เจ้าของธุรกิจร้านค้าออนไลน์สามารถเติบโตและคว้าโอกาสทางธุรกิจได้มากกว่า
 

คว้าโอกาสได้มากกว่า 
               

     ตอนนี้ธนาคารสามารถพิจารณาให้สินเชื่อผู้ค้าที่มีรายได้ไม่ถึง 1 แสนบาทต่อเดือนได้แล้ว ด้วยข้อมูลของผู้ประกอบการในโลกออนไลน์ อีกทั้งสามารถนำเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการได้ เป้าหมายในระยะสั้น TMB ต้องการให้ลูกค้าสมัครวันนี้ได้เงินพรุ่งนี้ และในปีหน้าจะทำให้สมัครวันนี้ได้เงินวันนี้ ซึ่งเร็วกว่าการให้สินเชื่อ SME แบบดั้งเดิมที่อนุมัติสินเชื่อและได้รับเงินภายใน 15 วันโดยประมาณ
               

     “เราพยายามทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ทั้งนี้การทำงานกับคนที่เรามีข้อมูลอยู่แล้ว ทำให้เราไม่ต้องขอข้อมูลเยอะเพราะรู้จักกันดีอยู่แล้ว เพื่อให้การสมัครและใช้ผลิตภัณฑ์เป็นไปอย่างดีที่สุดและง่ายที่สุด นั่นคือหลักการในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่จะทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น”
               

     สำหรับเจ้าของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ที่สนใจ สามารถคลิกสมัครได้ที่ ปุ่มขอสินเชื่อกับทีเอ็มบี ผ่านแอปพลิเคชันลาซาด้า หรือ www.tmbbank.com/sme/lazada และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ ทีเอ็มบี เอสเอ็มอี โทร. 02-828-2828 ในวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 8.00 – 20.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดธนาคาร
 

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร