“Your Progress Partner” พันธกิจ ‘ธนชาต’ ช่วย SME เติบโตสู่เป้าหมายอย่างแข็งแกร่ง




Main Idea

 
  • ธุรกิจแต่ละขนาดต้องการเงินสนับสนุนแตกต่างกันไป หากมีสินเชื่อที่เหมาะสมเข้ามาสนับสนุน จะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนได้
 
  • ธนาคารธนชาต ศึกษาความต้องการของ SME แต่ละกลุ่ม และพัฒนาสินเชื่อไว้รองรับ SME ทุกขนาดธุรกิจ
 
  • ทีมงานสินเชื่อ SME ธนชาตมุ่งมั่น ทุ่มเทและใส่ใจในการทำความเข้าใจกับธุรกิจของลูกค้า

 



     ธุรกิจ ไม่ว่าจะมีขนาดเล็ก หรือใหญ่ ต่างก็มีความต้องการทางการเงินเหมือนๆ กัน แต่ที่ไม่เหมือนคือปริมาณเม็ดเงินที่เหมาะสมที่จะเข้ามาสนับสนุนและเสริมสร้างให้ธุรกิจเติบโต ซึ่ง ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) มีเป้าหมายชัดเจนที่จะเป็นแรงผลักดันส่งเสริมให้ธุรกิจ SME ทุกขนาดก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายนั้นอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
โดยธนชาตมีความเชื่อว่า ก้าวเล็กๆ ในทุกวัน นำไปสู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่เสมอ ก้าวสำคัญของธนชาตในวันนี้ คือ การนำพาให้ชีวิตของลูกค้าก้าวหน้าได้ทุกวันเพื่อให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ด้วยพลังสุดความสามารถที่มีทั้งจากผลิตภัณฑ์ บริการ และพนักงาน เพราะในวันที่เห็นเป้าหมายของลูกค้าเป็นจริง นั่นคือวันที่ธนาคารธนชาตเข้าใกล้เป้าหมายของตัวเองเช่นกัน


     ทั้งนี้ธนชาตมีลูกค้าสินเชื่อทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยได้ศึกษา ทำความเข้าใจความต้องการของ SME แต่ละกลุ่มอย่างเฉพาะเจาะจง ภายใต้เป้าหมายที่ต้องการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางให้เติบโตเป็น SME ขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันก็เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่อยู่แล้ว เติบโตอย่างยั่งยืน ในฐานะที่สินเชื่อ SME ธนชาต คือ YOUR PROGRESS PARTNER ที่จะเติบโต และก้าวหน้าไปด้วยกันกับลูกค้า
               

     สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ความท้าทายในการทำธุรกิจปัจจุบัน หนีไม่พ้นการเผชิญกับ ดิจิทัล ดิสรัปชัน ซึ่งบางครั้งปรับตัวด้านระบบดิจิทัลไม่ทัน หรือไม่สามารถพัฒนาได้ จึงเป็นโจทย์สำหรับสถาบันการเงินอย่างธนชาตที่จะเข้าไปช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน หรือพัฒนาการผลิตให้รวดเร็วและมีคุณภาพมากขึ้น เป็นที่มาของผลิตภัณฑ์อย่าง สินเชื่อธนชาต SME ได้ใจ ที่เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (Micro SME) คือ กลุ่มร้านค้าทั่วไป เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขายของชำ กาแฟ ร้านค้าปลีก ร้านซักรีด อู่ซ่อมรถ เป็นต้น ซึ่งมักไม่มีเอกสารทางการเงิน แต่จะใช้วิธีประเมินรายได้และค่าใช้จ่ายต่อเดือน มาประกอบกับเอกสารทางการเงินเท่าที่มี จะเป็นการให้สินเชื่อในลักษณะบุคคลธรรมดา วงเงินสูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยทำธุรกิจเพียงแค่ 1 ปีก็สามารถขอสินเชื่อนี้ได้แล้ว จากปกติที่ต้องมีประสบการณ์ทำธุรกิจถึง 2 ปี
               

     เมื่อขยับมาที่ธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้น มีการจดทะเบียนนิติบุคคล มีเอกสารทางการเงินเพิ่มมากขึ้นและมีหลักประกัน ธนชาตมี สินเชื่อธนชาต Biz Smart ซึ่งจะตอบโจทย์ได้มากกว่า จากการที่ให้วงเงินสูงสุดถึง 20 ล้านบาท เป็นสินเชื่อที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนธุรกิจอย่างชาญฉลาดมากขึ้นด้วยการเลือกใช้บริการเสริม อาทิ บริการเปิดบัญชีกระแสรายวัน Premium Current Plus สำหรับลูกค้านิติบุคคล และบริการเปิดบัญชี Freever-more (ฟรีเว่อร์มอร์) หรือ Freever-lite (ฟรีเว่อร์ไลท์) สำหรับบุคคลธรรมดา Thanachart Connect โมบายแอปเพื่อรองรับธุรกรรมการโอนเงินที่รวดเร็วคล่องตัว นอกจากนี้ ยังมีบริการบัตรเครดิต (BLACK DIAMOND, MAX, LIVE) บัตรสินเชื่อบุคคล (FLASH Plus) ที่หลากหลาย ทั้งยังมีบริการคุ้มครองธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งวงเงินสินเชื่อ และบริการช่วยเพิ่มยอดขายให้ลูกค้าด้วยเครื่องรูดบัตรแบบพกพา ซึ่งนอกจากจะได้เครื่องมือช่วยประกอบธุรกิจแล้ว ยังได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ถูกลง
               
               
     ธนชาตมีผลิตภัณฑ์และบริการที่เอื้อกับการทำธุรกิจมากมายซึ่งนอกจากลูกค้าจะได้ใช้ประโยชน์โดยตรงแล้ว สิ่งเหล่านี้ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยเก็บข้อมูลทางการเงินของลูกค้าอย่างเป็นระบบ ส่งผลต่อการเสริมสร้างเครดิต ช่วยให้ธนาคารรู้จักลูกค้ามากขึ้นและสามารถออกแบบวงเงินกู้ที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น อีกทั้งในอนาคตจะสามารถให้วงเงินกับธุรกิจของลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงให้ดอกเบี้ยที่ถูกลงด้วย
               

     อีกหนึ่งสินเชื่อที่ออกแบบมาตอบรับกับความต้องการของธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจที่คาดการณ์ว่าจะชะลอตัวไปจนถึงปีหน้า โดยช่วยให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลงเพื่อมีโอกาสเติบโตได้มากกว่า นั่นคือผลิตภัณฑ์ สินเชื่อ SME บัญชีเดียว ที่ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ช่วง 2 ปีแรก ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญา รับดอกเบี้ยพิเศษตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ของธนาคาร เพียงแค่ลูกค้าเป็นนิติบุคคลที่ทำบัญชีเพียงเล่มเดียว มีประสบการณ์ในธุรกิจ 2 ปีขึ้นไป และมีหลักประกัน ส่วนวงเงินสินเชื่อของ “SME บัญชีเดียว” มี 2 ทางเลือกคือ สูงสุด 20 ล้านบาท หรือสูงสุด 9 ล้านบาท กรณีเลือกเงื่อนไข 9 ล้านบาท ธนาคารจะพิจารณาวงเงินกู้เป็น 3  เท่าของราคาประเมินหลักประกัน โดยมี บสย.ค้ำประกัน ส่วนระยะเวลาการผ่อนชำระ ทั้งสองวงเงินผ่อนได้นานสูงสุด 10 ปี  
               

     นอกจากนี้ ธนาคารธนชาตยังมี สินเชื่อเพื่อคุณหมอ ซึ่งเป็นสินเชื่อน้องใหม่ที่ออกแบบมา สำหรับคุณหมอมืออาชีพทั้งหลาย ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ตั้งแต่  6  เดือนขึ้นไป ครอบคลุมถึงแพทย์ทั่วไป ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์ ที่มีความประสงค์จะเปิดคลินิก หรือขยายกิจการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ก็สามารถยื่นกู้กับธนชาตได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องหลักทรัพย์ หรือหลักประกัน เพราะธนาคารมีให้หลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นการกู้แบบปลอดหลักประกัน กู้ร่วม บุคคลค้ำประกัน หรือ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน


     นอกจากผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ครอบคลุมทุกขนาดธุรกิจแล้ว ทีมงานสินเชื่อ SME ของธนชาตยังมีความมุ่งมั่น ทุ่มเทและใส่ใจในการทำความเข้าใจกับธุรกิจของลูกค้าแต่ละราย โดยจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางการแข่งขันให้กับลูกค้า SME ในฐานะ YOUR PROGRESS PARTNER ที่จะเติบโต และมอบความก้าวหน้าให้กับลูกค้าอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
 




#ธนาคารธนชาตให้ชีวิตก้าวหน้าได้ทุกวัน

#YourEverydayProgress
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่