ธพว. ออกสินเชื่อ “SMEs มีโอกาส” พาผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในระบบ




       ธพว. ดำเนินตามนโยบายรัฐบาล สนับสนุนผู้ประกอบการ SME เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในระบบ  ผ่านโครงการสินเชื่อ “SMEs มีโอกาส” วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้เสริมสภาพคล่อง  ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือหมุนเวียนธุรกิจ วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาทต่อราย คิดอัตราดอกเบี้ย 2 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี ใน 2 ปีแรก ผ่อนนาน 7 ปี
 


      “นารถนารี รัฐปัตย์” กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรี ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อมเข้าถึงแหล่งทุน  ธพว.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จึงดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว เติมทุนภายใต้ชื่อ สินเชื่อ “SMEs มีโอกาส” โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับ SME ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบ วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ไม่เคยขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือไม่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือทางการเงินตาม “พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563” (พ.ร.ก. Soft loan)  ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ เพื่อนำไปลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ สำรองเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

      สำหรับสินเชื่อดังกล่าว  เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ประกอบการบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบัน มีเงื่อนไขสำคัญต้องเป็นผู้ประกอบการที่ไม่เคยขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือไม่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562    กำหนดวงเงินกู้ สำหรับบุคคลธรรมดา สูงสุด 2 ล้านบาท ส่วนนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาจด (VAT) สูงสุด  15 ล้านบาท   คิดอัตราดอกเบี้ย 2 เปอร์เซ็นต์ ใน 2 ปีแรก ตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ยตามหลักประกัน ได้แก่ บสย. = MLR+2.5 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี , บสย.ร่วมกับหลักประกันตามเกณฑ์ธนาคาร = MLR+1.5 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี และหลักประกันตามเกณฑ์ธนาคาร = MLR+0.5 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ปลอดชำระเงินต้นขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความเหมาะสมสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน
 

      “ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ประกอบการ SME ที่มีศักยภาพพอสมควร แต่ไม่มีวงเงินเดิมกับสถาบันการเงินในระบบ จึงไม่สามารถใช้บริการสินเชื่อ  Soft Loan ธปท. ตาม พ.ร.ก. Soft loan ได้ ซึ่งกำหนดเกณฑ์ปล่อยกู้ไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ ของยอดสินเชื่อคงค้าง  ดังนั้น รัฐบาลจึงมีนโยบายให้ออกสินเชื่อนี้มาเพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว    ช่วยสร้างโอกาสพาผู้ประกอบการกลุ่มที่ไม่เคยขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือไม่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิน  สามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยถูกในระบบได้   เพื่อนำเงินไปเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ และสำรองเป็นเงินทุนหมุนเวียน ประคองธุรกิจให้ก้าวผ่านทุกวิกฤตไปได้” นารถนารี กล่าว
 

      ทั้งนี้ วงเงินอนุมัติสินเชื่อต่อรายจะพิจารณาตามความเหมาะสม ความจำเป็น และความสามารถในการชำระหนี้ โดยคุณสมบัติผู้กู้ ต้องเป็นผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลสัญชาติไทย หรือนิติบุคคล ที่มีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของทุนจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด, เป็นการขอสินเชื่อใหม่ ทั้งลูกค้าเดิม หรือลูกค้าใหม่ ซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้ Refinance, มีการยื่นภาษีจากภาครัฐ และไม่เป็น NPL ณ วันยื่นขอกู้ โดยเปิดรับคำขอกู้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 หรือจนกว่าวงเงินที่กำหนดไว้ถูกจัดสรรหมด แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ผู้สนใจขอสินเชื่อติดต่อได้ที่ช่องทางต่างๆ ของ ธพว. 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

RECCOMMEND: FINANCE

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ