3 เหตุผลดีๆ ที่ SME ต้องดูแลสถานะทางการเงินของธุรกิจ “ด้วยตัวเอง”

TEXT : เจษฎา    





Main Idea

เหตุผลที่ SME ต้องดูแลสถานะการเงินด้วยตัวเอง
 
  • ไม่มีใครรู้จักธุรกิจของเราดีเท่าตัวเราเอง
 
  • เรามีข้อมูลในการตัดสินใจที่เหนือกว่าทุกคน
 
  • การควบคุมดูแลด้วยตัวเอง จะทำให้เข้าถึงและแก้ปัญหาได้เร็วกว่า



     ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมีหน้าที่และงานที่ต้องรับผิดชอบมากมายจนเรียกได้ว่า “ยุ่งอยู่ตลอดเวลา” ดังนั้น เพื่อบริหารจัดการธุรกิจให้ลงตัว ก็จำเป็นที่จะต้องมอบหมายงานให้ลูกจ้างหรือพนักงาน หรือจ้างบุคคลภายนอก (Outsource) มาช่วยตั้งแต่การเป็นลูกจ้างในกระบวนการผลิต พนักงานขาย ส่งสินค้า ตอบคำถามผ่านโซเชียลมีเดีย ทำงานกราฟิก และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้เราสามารถโฟกัสเรื่องการสร้างกำไรได้อย่างเต็มที่
              




      มาถึงคำถามสำคัญกันแล้ว นั่นก็คือ “เราได้จ้าง Outsource มาดูแลสถานะทางการเงินของธุรกิจหรือไม่” ถ้าเราตอบว่าใช่ ก็อาจถึงเวลาคิดทบทวนให้ละเอียดถี่ถ้วนอีกสักครั้งได้แล้ว
              

      สำหรับการจ้าง Outsource เพื่อทำบัญชีไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ตราบเท่าที่เรายังสามารถควบคุมและตรวจสอบให้แน่ใจได้ว่าข้อมูลไม่ถูกดัดแปลงหรือแก้ไข ขณะเดียวกันนักบัญชีก็ยังสามารถให้คำแนะนำเรื่องการเงินและภาษีประจำปีได้ แต่ถ้าเราพึ่งพาคนนอก หรือจ้าง Outsource ให้ดูแลสถานะทางการเงินของธุรกิจ ต้องบอกว่าคิดผิดไปโดยถนัด เพราะว่าไม่มีใครแคร์ธุรกิจของเราได้มากกว่าตัวเราเองอีกแล้ว เพราะฉะนั้นในฐานะเจ้าของธุรกิจเราต้องรู้ตัวเลขและข้อมูลต่างๆ ทั้งหมดเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในด้านต่างๆ


      นอกจากนั้น ยังมีอีก 3 เหตุผลที่ชี้ชัดว่า เราควรดูแลสถานะทางการเงินด้วยตัวเอง



 


            1. ไม่มีใครรู้จักธุรกิจของเราดีเท่าตัวเราเอง


         เราไม่สามารถปล่อยเรื่องการตัดสินใจด้านการเงินที่สำคัญไว้ในมือคนที่เราไม่รู้จัก เพราะคนที่ก่อตั้งและรู้จักธุรกิจที่ทำมาดีที่สุดก็คือตัวเราเอง สิ่งที่เราควรทำคือรับฟังคำแนะนำหรือความคิดความเห็น ก่อนจะนำมาประมวลผล ตัดสินใจ และรับผิดชอบผลที่จะตามมาด้วยตัวเอง สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือการเข้าใจตัวเลขสถานะทางการเงินอย่างถ่องแท้ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจก้าวนำคู่แข่งไปได้
 






            2. เรามีข้อมูลในการตัดสินใจที่เหนือกว่าทุกคน
              

        ในฐานะเจ้าของธุรกิจ เราจะมีข้อมูลทุกๆ ด้าน ทั้งที่เป็นเอกสารในมือ ไฟล์ในคอมพิวเตอร์ และข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในความคิด ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เราตัดสินใจอย่างดีที่สุดโดยมีผลกำไรและทางรอดของธุรกิจเป็นที่ตั้ง สิ่งสำคัญที่ควรจำเอาไว้ก็คือ อย่าเป็นเหมือนเจ้าของธุรกิจหลายๆ คนที่คุยโตโอ้อวดว่ามีรายได้ที่สูง 8-9 หลัก เพราะตัวเลขรายได้นั้นจะไม่มีความหมายเลย หากไม่มีผลกำไร




 
        
    
        3. การควบคุมดูแลด้วยตัวเอง จะทำให้เข้าถึงและแก้ปัญหาได้เร็วกว่า
              

       ต้องบอกว่า การ Outsource เป็นเรื่องที่ดี แต่เราเองก็ต้องตรวจสอบทุกเรื่องอยู่ดี ไม่เว้นแม้กระทั่งบัญชีธนาคารและบัญชีรายรับรายจ่ายที่ควรตรวจสอบทุกเดือนว่ามีรายการใดแปลกผิดปกติ หรือเงินหายไปจากส่วนใดบ้างหรือเปล่า โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีโอกาสถูกโกงจากพนักงาน หรือประสบปัญหาเรื่องกระแสเงินสด หากพบปัญหาเราก็สามารถแก้ได้รวดเร็วและตรงจุดกว่า


 
              




      ทั้งนี้จากข้อมูลของ Hiscox บริษัทผู้ให้บริการประกันภัยของสหรัฐฯ พบว่าธุรกิจในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2559 ได้รับผลกระทบจากลูกจ้างที่ลักขโมยของเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 1.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง คิดเป็น 68 เปอร์เซ็นต์ ของคดีที่เกิดขึ้น ประสบภาวะขาดทุนเฉลี่ยแล้วอยู่ที่กิจการละ 289,864 ดอลลาร์สหรัฐฯ เห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว อย่าลืมหาเวลาไปดูแลบัญชีและยอดเงินในแต่ละเดือนกันให้ดีละ
 
              

      ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องเงินมักไม่เข้าใครออกใคร ดูแลเอง ระวังเอง ตัดสินใจเอง ย่อมดีที่สุด
 
 




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 

 

RECCOMMEND: FINANCE

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร

Reverse Budgeting เทคนิคจัดงบแบบย้อนกลับ ออมเงินได้จริง ทั้งธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

ชวนมารู้จักเทคนิค “Reverse Budgeting” การจัดทำงบประมาณแบบย้อนกลับ ตัวช่วยที่จะทำให้คุณออมเงินได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนมา “ออมก่อน…ใช้ทีหลัง” เป็นวิธีง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน แต่ช่วยให้มีเงินออมได้จริง ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

Pizza Budgeting ตัวช่วย SME หยุดปัญหาหนี้สะสม ด้วย “พิซซ่า 1 ถาด”    

หนี้สะสมไม่ใช่จุดจบ แค่แบ่งงบเป็นชิ้นๆ แบบ “Pizza Budgeting” ซึ่งเป็นเทคนิคจัดสรรการเงินง่ายๆ เพียงมองรายได้ทั้งเดือนเป็น “พิซซ่า 1 ถาด” แล้วแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ตามค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจ แบ่งได้ถูก = รู้ทันทีว่าธุรกิจมีเงินพอหรือไม่